ทุกเมืองมีจังหวะของตัวเอง เสียงเครื่องยนต์ที่ดังสลับกับความเงียบของตรอกแคบ ๆ แสงไฟนีออนที่สะท้อนลงบนพื้นถนนเปียกฝน หลังคาที่ทอดเงายาวในยามบ่าย และร่มคันเล็ก ๆ ที่กลายเป็นที่พักพิงชั่วคราวจากแดดร้อนหรือฝนโปรย ภาพเหล่านี้ดูเหมือนเป็นองค์ประกอบเล็ก ๆ ของชีวิตในเมือง แต่แท้จริงแล้ว พวกมันคือส่วนสำคัญที่กำหนดบรรยากาศและอัตลักษณ์ของเมืองโดยไม่รู้ตัว
เรามองเห็นตึกสูงระฟ้า แต่บางครั้งกลับมองข้ามสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ร่มของแม่ค้าริมทางที่สร้างจุดรวมตัวเล็ก ๆ ในชุมชน ป้ายไฟที่บอกเล่าเรื่องราวของย่านเก่าและใหม่ที่เปลี่ยนผ่านกันไป หรือหลังคาที่ไม่ได้เป็นเพียงที่กันแดดกันฝน แต่เป็นตัวกำหนดสเปซของเมืองในแบบที่เราอาจไม่เคยคิดถึง สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงรายละเอียด หรือมันคือหัวใจของเมืองที่เรามองข้ามไป?
HAS Design and Research ก่อตั้งโดย Mr.Jenchieh Hungและ คุณกุลธิดา ทรงกิตติภักดี มีชื่อเสียงระดับนานาชาติในเรื่อง “Pattern” ในสถาปัตยกรรม โดยศึกษารูปแบบทางวัฒนธรรมและความทรงจำในเชิงพื้นที่ เพื่อนำมาจำลองให้เกิดรูปแบบของเมืองและธรรมชาติที่ผสมผสานระหว่างความงามของธรรมชาติและโครงสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้น การออกแบบของ HAS Design and Research มุ่งเน้นทั้งรูปแบบที่เชื่อมโยงกับบริบทของไทยและเอเชีย การออกแบบจึงเป็นมากกว่าความสวยงาม แต่เป็นกระบวนการที่ช่วยให้เกิดบทสนทนาระหว่าง “ธรรมชาติ” และ “สิ่งก่อสร้างของมนุษย์”
ซึ่งทั้งคู่มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดแนวคิดด้านสถาปัตยกรรมให้กับนักศึกษา เพื่อสร้างสรรค์งานออกแบบที่เชื่อมโยงอดีตและอนาคตเข้าด้วยกัน ในการนำการสอนในสตูดิโอออกแบบของหลักสูตรปริญญาโท สาขาสถาปัตยกรรม (Master of Architecture in Architectural Design) สตูดิโอนี้เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สำรวจแนวทางการออกแบบที่ท้าทาย ผ่านปรัชญาและแนวทางที่ HAS Design and Research ยึดถือ
Patterns และการสำรวจอัตลักษณ์ของกรุงเทพฯ
หนึ่งในหัวใจของแนวทางการสอนคือการใช้แนวคิด “Patterns” หรือรูปแบบซ้ำทางสถาปัตยกรรม ซึ่งเป็นหลักการที่ HAS Design and Research ให้ความสำคัญ โดยศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างรูปแบบที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและรูปแบบของเมืองเพื่อสร้างสเปซที่กลมกลืนกับบริบทแวดล้อม
หัวข้อหลักของการออกแบบในสตูดิโอครั้งนี้ คือ Bangkok Chameleon ซึ่งหมายถึงอัตลักษณ์ของกรุงเทพฯ ที่สามารถปรับเปลี่ยนและพัฒนาได้ตลอดเวลา นักศึกษาแต่ละคนได้เลือกคำสำคัญที่สะท้อนลักษณะเฉพาะของเมือง เช่น ตึกแถว (Shophouses) หาบเร่แผงลอย (Hawkers) ป้าย (Signage) หลังคา (Roofs) ชานบ้าน (Charn) ต้มยำ (Tom Yum) และต้นไม้ (Trees) เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบ “Bangkok Meditation Hub” ศูนย์กลางสมาธิใจกลางพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงระหว่างสถาปัตยกรรม เมือง และสภาวะจิตใจของผู้คน
Shophouses โดย Edbert Theo Fortino
โครงการนี้นำโครงสร้างและฟังก์ชันของตึกแถวในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นอาคารอเนกประสงค์ที่รวมพื้นที่ค้าขาย ที่พักอาศัย และพื้นที่สาธารณะเข้าด้วยกัน มาใช้เป็นแนวทางในการออกแบบศูนย์สมาธิที่สามารถปรับเปลี่ยนและใช้งานได้อย่างหลากหลาย
ภายในถูกออกแบบให้สามารถตอบสนองต่อกิจกรรมที่แตกต่างกัน โดยเน้นความเป็นพื้นที่เปิดโล่ง โปร่งสบาย และมีบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำสมาธิและการปฏิสัมพันธ์ของผู้คน โครงการนี้สะท้อนถึงศักยภาพของสถาปัตยกรรมตึกแถวที่สามารถรองรับกิจกรรมทางสังคมได้มากกว่าที่คุ้นเคย
Hawkers โดย Aung Khant
แรงบันดาลใจของโครงการนี้มาจากร้านค้าริมถนนและแผงลอยในเมืองที่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและการใช้งาน ร่มซ้อนกันหลายชั้นถูกนำมาใช้เพื่อสร้างร่มเงาให้กับพื้นที่
ในขณะที่ผนังที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ช่วยให้พื้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน การออกแบบนี้สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของร้านค้าแผงลอยที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับบริบทของเมืองที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
Signage โดย Min Si Hein
โครงการนี้ให้ความสำคัญกับป้ายโฆษณาที่ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ในเมือง โดยนำมาสู่การออกแบบพื้นที่ที่สะท้อนถึงการสื่อสารและการรวมตัวของผู้คน องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมถูกจัดเรียงในแนวตั้งเป็นลำดับชั้น คล้ายกับลักษณะของป้ายโฆษณาที่พบเห็นในเขตเมือง
โครงการนี้ไม่เพียงแค่สำรวจบทบาทของป้ายในฐานะสื่อกลางของข้อมูล แต่ยังนำเสนอบริบทของเมืองในแง่ของความหนาแน่นและพลวัตทางสังคมที่เกิดขึ้นในพื้นที่สาธารณะ
Roofs โดย Aung Yadana Htun
หลังคาไทยไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ช่วยปกป้องจากแดดและฝน แต่ยังสร้างพื้นที่ใต้หลังคาที่สามารถรองรับกิจกรรมทางสังคมและศาสนาได้
โครงการนี้สำรวจศักยภาพของหลังคาในฐานะพื้นที่สำหรับการทำสมาธิและปฏิสัมพันธ์ของผู้คน โดยใช้รูปทรงและวัสดุที่ช่วยควบคุมแสงและการระบายอากาศ พื้นที่ใต้หลังคาจึงกลายเป็นสถานที่ที่มีคุณภาพเชิงสุนทรียภาพและฟังก์ชันที่เหมาะกับการใช้งานอย่างหลากหลาย
Charn (ชาน) โดย Gourav Dey
ชานบ้านเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของบ้านไทยแบบดั้งเดิม โดยทำหน้าที่เป็นพื้นที่กึ่งเปิดโล่งที่ใช้สำหรับการพบปะสังสรรค์และพักผ่อน โครงการนี้นำแนวคิดของชานบ้านมาประยุกต์ใช้กับอาคารในเมือง โดยออกแบบให้มีชานบ้านที่เชื่อมต่อระหว่างอาคารต่าง ๆ
เพื่อสร้างพื้นที่ส่วนกลางที่เอื้อต่อการปฏิสัมพันธ์ของชุมชน โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของพื้นที่กึ่งสาธารณะในบริบทของเมืองยุคใหม่ ที่สามารถกระตุ้นการพบปะและการใช้ชีวิตร่วมกันของผู้คนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Tom Yum โดย Joshua Beanland
ต้มยำเป็นเมนูอาหารที่สะท้อนถึงการผสมผสานของรสชาติและวัตถุดิบที่แตกต่างกันแต่ยังคงกลมกลืนกันอย่างลงตัว โครงการนี้ใช้ต้มยำเป็นสัญลักษณ์ของความหลากหลายทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ
โดยออกแบบพื้นที่ที่มีการจัดวางองค์ประกอบที่ดูเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยรายละเอียดที่หลากหลาย โครงสร้างสถาปัตยกรรมสะท้อนถึงความเป็นระเบียบที่ไม่ตายตัว คล้ายกับความพลวัตของเมืองที่เต็มไปด้วยองค์ประกอบที่แตกต่างกันแต่ยังสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล
Trees โดย Bhuvarin Thaveetermsakul
ต้นไม้ในเมืองมีบทบาทสำคัญทั้งในแง่ของความสวยงามและสิ่งแวดล้อม โครงการนี้สำรวจแนวทางในการนำธรรมชาติเข้ามาผสานกับสถาปัตยกรรมเพื่อสร้างพื้นที่ที่สงบและร่มรื่น องค์ประกอบของต้นไม้ถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างอาคาร
โดยทำหน้าที่เป็นตัวกรองแสง ลดความร้อน และสร้างบรรยากาศที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับธรรมชาติ โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของต้นไม้ในฐานะองค์ประกอบของเมืองที่สามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้คนและสร้างพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการพักผ่อนและทำสมาธิ
สนทนาสถาปัตย์ วิพากษ์โครงการผ่านเลนส์ของผู้เชี่ยวชาญ
โครงการนี้ได้รับคำแนะนำจากสถาปนิกและนักวิชาการชั้นนำซึ่งช่วยเปิดประเด็นให้เห็นถึงศักยภาพและความท้าทายของงานออกแบบในมิติต่างๆ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนี้ไม่ได้เป็นเพียงการประเมินคุณค่าของโครงการ แต่ยังเป็นบทสนทนาที่เชื่อมโยงแนวคิดของผู้สร้างสรรค์เข้ากับสังคมและบริบทเมืองที่โครงการตั้งอยู่
บุคคลสำคัญที่ร่วมให้มุมมองในครั้งนี้ ได้แก่ อาจารย์สรายุทธ ทรัพย์สุข, อาจารย์อรรจน์ เศรษฐบุตร,อาจารย์ชมชน ฟูสินไพบูลย์, อาจารย์สริน พินิจ และอาจารย์ฮยอนจู จาง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งให้ความเห็นเชิงวิชาการเกี่ยวกับบทบาทของโครงการในเชิงสังคมและวัฒนธรรม พร้อม ด้วยอาจารย์อันธิกา สวัสดิ์ศรี จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง (KMITL) ชี้ให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาโครงการในเชิงเทคนิคและนวัตกรรมด้านสถาปัตยกรรม
นอกจากนี้ คุณประภากร วทานยกุล จาก A49 ได้นำเสนอแง่มุมของการออกแบบในระดับสเกลเมืองและบริบทแวดล้อม และคุณอรรถพร คบคงสันติ จาก TROP: terrains + open space ให้ความสำคัญกับการบูรณาการภูมิสถาปัตยกรรมเข้ากับพื้นที่เปิดโล่งเพื่อสร้างประสบการณ์เชิงพื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ในส่วนของแนวทางการออกแบบที่เชื่อมโยงบริบท วัสดุ และกระบวนการก่อสร้าง คุณกุลธิดา ทรงกิตติภักดี จาก HAS Design and Research และ คุณอมตะ หลูไพบูลย์ จาก Department of ARCHITECTURE Co. ได้นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรมกับผู้ใช้ในมิติที่ลึกซึ้งขึ้น
โครงการ Bangkok Meditation Hub ไม่เพียงเป็นบทสรุปของสตูดิโอออกแบบนี้ แต่ยังสะท้อนถึงแนวทางใหม่ในการออกแบบสถาปัตยกรรมที่ผสานอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของกรุงเทพฯ เข้าด้วยกัน ผ่านแนวคิด “Patterns” ที่ให้ความสำคัญกับบริบทเมืองและการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ผลงานของนักศึกษาทั้งเจ็ดสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์งานออกแบบที่สามารถปรับตัวและพัฒนาไปพร้อมกับเมืองได้อย่างยั่งยืน
Bangkok Meditation Hub อนาคตของสถาปัตยกรรมกรุงเทพฯ
สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของสถาปัตยกรรมที่มีต่อเมืองและชีวิตของผู้คน การออกแบบไม่ได้เป็นเพียงการสร้างพื้นที่ใช้สอย แต่ยังเป็นการสร้างบทสนทนาระหว่างสภาพแวดล้อม วัฒนธรรม และการใช้ชีวิตในปัจจุบัน การวิพากษ์โดยนักวิชาการและสถาปนิกชั้นนำเปิดมุมมองใหม่ๆ ที่ช่วยให้เห็นศักยภาพและขอบเขตของโครงการในมิติต่างๆ ทั้งในแง่ของแนวคิดเชิงออกแบบ ผลกระทบต่อสังคม และโอกาสในการพัฒนาต่อไป
ในอนาคต ความท้าทายของงานออกแบบจะไม่ได้อยู่ที่การสร้างสิ่งใหม่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่มีอยู่และสิ่งที่จะเกิดขึ้น การพัฒนาเมืองและสถาปัตยกรรมที่ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน อาจต้องอาศัยการวิพากษ์และแลกเปลี่ยนแนวคิดที่เข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อให้ทุกโครงการสามารถเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเมืองที่สมดุลและมีชีวิตชีวาด้วยการสนับสนุนจาก Mr.Jenchieh Hungและคณาจารย์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อัตลักษณ์ของกรุงเทพฯ จะยังคงเป็นพื้นที่แห่งการทดลองทางสถาปัตยกรรม ที่ทั้งเคารพอดีตและพร้อมสำหรับอนาคตเสมอ
สถาปนิกจำเป็น ที่ทำงานออกแบบเป็นงานอดิเรก มีความสนใจในการทำความเข้าใจแนวคิดและที่มาของงานออกแบบต่าง ๆ ที่พบเจอ ให้กลายเป็นเรื่องเล่า