บ้านเสายองหิน
จากหินใต้ดิน สู่บ้านที่มีชีวิต ผ่านแนวคิดสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น กับวัสดุในระแวก โดย Housescape Design Lab

ไม่ใช่ทุกบ้านจะมี “หินใต้ดิน” เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราว

แต่สำหรับบ้านเสายองหินหลังนี้ หินธรรมชาติที่อยู่ใต้ผืนดินในอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ กลับกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ที่นำพาทีมออกแบบย้อนกลับไปสู่รากของภูมิปัญญาท้องถิ่น

ภายใต้แนวคิดของการใช้ วัสดุในระแวก (Domestic Materials) ทีม Housescape Design Lab ไม่เพียงแค่ออกแบบบ้านให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังทำการวิจัยอย่างลึกซึ้งถึงลักษณะธรณีวิทยาและวัฒนธรรมการปลูกเรือนของพื้นที่แอ่งเพชรบูรณ์ ซึ่งพบว่าชาวบ้านในอดีตใช้หินรองรับเสาไม้แทนการฝังลงดิน เป็นวิธีที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยภูมิปัญญา

 ฟังเสียงดิน

บ้านหลังนี้เริ่มจากการ “ฟัง” เสียงของดิน ตั้งคำถามกับ “พื้นที่ตั้ง” และหินใต้ดินกลายเป็นตัวนำทางทางความคิดการออกแบบ สิ่งที่ค้นพบก็คือ หินกรวดใหญ่ในชั้นตะกอน ทรัพยากรธรรมชาติที่แฝงตัวอยู่เงียบๆ แต่ทรงพลัง

ข้อมูลทางธรณีวิทยานี้สอดคล้องกับงานวิจัยของขนิษฐา ปานศรี และ ศ.ดร.วีระ อินพันทัง เรื่อง เฮียนเสายองหิน ซึ่งระบุว่า เรือนพื้นถิ่นในแอ่งเพชรบูรณ์มีการใช้หินธรรมชาติเป็นฐานวางเสา ไม่ฝังเสาลงดิน เป็นภูมิปัญญาที่ช่วยป้องกันความชื้น ยืดอายุไม้ และยังสะท้อนความเข้าใจต่อการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างแนบเนียน

การเลือกใช้หินธรรมชาติมารองรับเสาไม้ แล้วนำมาตีความใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัย โดยการเสริมโครงสร้างเหล็ก L-Bolt และคอนกรีตเสริมเหล็กเข้าไปในชั้นฐานของเสา ทำให้การเชื่อมต่อระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ทั้งในเชิงกายภาพและแนวคิด

กระบวนการนี้ไม่ได้พยายาม จำลองสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นแบบดั้งเดิม แต่เป็นการ ต่อยอดให้สอดรับกับบริบทสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นในมิติของสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ความมั่นคงทางโครงสร้าง หรือความต้องการในการใช้งานของผู้อยู่อาศัยในปัจจุบัน

หินที่นำมาใช้ทำเป็นกำแพงเล็กๆ หรือ Gabion Wall ในบ้านเสายองหินนั้น มีลักษณะเป็น หินกรวดแม่น้ำขนาดใหญ่ ซึ่งมักพบได้ทั่วไปในชั้นตะกอนของลุ่มแม่น้ำหรือพื้นที่ที่เคยเป็นทางน้ำเก่ามาก่อนทำให้การเรียงในตาข่ายมีลักษณะสุ่มแต่มั่นคง

พื้นผิวโค้งมนตามธรรมชาติ บ่งบอกว่าเป็นหินที่ผ่านการกัดเซาะจากน้ำมานาน มีสีเอิร์ธโทน ช่วยกลมกลืนกับวัสดุธรรมชาติอื่นๆ อย่างไม้และดิน

การเลือกใช้หินแบบนี้สะท้อน ความซื่อสัตย์ต่อบริบท ไม่ตกแต่งหิน ไม่ทำให้เหมือนวัสดุสำเร็จรูป หินไม่ได้ถูกนำมาเป็นแค่ ของตกแต่ง แต่เป็นวัสดุโครงสร้างจริง จึงให้ความงามที่ไม่เสแสร้ง ความไม่เท่ากันของแต่ละก้อนคือเสน่ห์

การที่แมวเลือกนั่งตรงนี้ บอกอะไรได้หลายอย่าง จุดนี้รับแดดยามเช้าหรือเย็นได้ดี นั่นแสดงถึงการวางทิศของบ้านที่ใส่ใจธรรมชาติ พื้นผิวไม้ไม่ร้อนเกินไป แปลว่ามีการออกแบบให้หลบแดด หรือใช้วัสดุที่ไม่อมความร้อน

แมวรู้สึกปลอดภัย แปลว่าบรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ ไม่ถูกรบกวน

สัมผัสไม้

รูปแบบผังบ้านใหม่เกิดขึ้นจากข้อจำกัดของไม้เก่าที่มีอยู่ ทำให้ทีมต้องพลิกแพลงแปลน ให้สอดรับกับขนาด ความยาว และจังหวะของโครงสร้างเดิม เป็นการออกแบบที่เต็มไปด้วยการประนีประนอมระหว่างอดีตกับปัจจุบัน

ที่สำคัญคือ เจ้าของบ้านทั้งสองคนเต็มใจอยู่กับความไม่สมบูรณ์แบบ — ผนังที่ไม่เนียน ไม้ที่ไม่เท่ากัน หินที่ไม่กลมเหมือนกันซักก้อน แต่ทั้งหมดกลับรวมกันเป็น “ความพอดี” ที่แสนอบอุ่น

จากหินใต้ดิน สู่เสาไม้ที่มีชีวิต เมื่อพบว่าการหาไม้จากบ้านเก่าในพื้นที่ทำได้ยาก ทีมออกแบบจึงเดินทางไปยังเชียงใหม่ เพื่อรื้อถอนไม้จากบ้านเก่า 3 หลัง และนำกลับมาทำการวัด บันทึก สแกนพื้นผิว และจัดองค์ประกอบใหม่ให้เข้ากับพื้นที่ของบ้านหลังนี้ โดยตั้งใจเก็บร่องรอยเดิมไว้ให้มากที่สุด ทั้งรอยตอก รอยผุ รอยแตกร้าว และแม้แต่ร่องรอยจากการใช้งานของเจ้าของเดิม

พื้นไม้บางจุดยังมี เสียงเอี๊ยดอ๊าดเมื่อเดินผ่าน ซึ่งไม่ได้ถูกแก้ แต่กลายเป็น เสียงของบ้าน ชิ้นไม้ที่มีรอยไหม้ รอยแตก หรือคราบจากอดีต ถูกเก็บไว้โดยเจตนา เพื่อให้เจ้าของบ้านค่อยๆ เรียนรู้ประวัติของมัน

เพราะแต่ละชิ้นมีภูมิหลังของตัวเอง ต่างเคยเป็นฝาบ้าน เคยรองใต้เตียง หรือเป็นส่วนหนึ่งของระเบียงเก่า เมื่อรวมกันกลายเป็นบ้านใหม่ มันไม่ได้ลบอดีตทิ้ง แต่ทำหน้าที่เหมือน การรวมตัวของความทรงจำจากหลายพื้นที่

ไม้ที่นี่ไม่ได้ถูกใช้เพียงเพราะมันแข็งแรง แต่เพราะมันเคยอยู่กับมนุษย์ เคยโดนแดด เคยเปียกฝน และยังคงพร้อมจะอยู่ร่วมกับใครบางคนต่อไป ในรูปแบบใหม่

ไม้เสาหลักถูกยึดเข้ากับหินรองเสา โดยมีการเจาะหินและฝัง เหล็ก L-Bolt เพื่อเสริมความมั่นคง โครงสร้างไม้บางส่วนเป็น ระบบโครงคร่าวแบบเรือนพื้นถิ่น ที่ใช้เข้าเดือยมากกว่าการตอกตะปู งานผนังบางจุดใช้ แผ่นไม้ซ้อนทับ แบบแนวตั้งและแนวนอนสลับกันเพื่อให้เกิดช่องลมตามธรรมชาติ

ไม้ในภาพมีหลากหลายโทน ตั้งแต่สีน้ำตาลเข้มจนถึงน้ำตาลอ่อน และสีเนื้อไม้ธรรมชาติ ซึ่งการเรียงแนวตั้งแบบชิดและใช้ไม้หน้าแคบสลับกว้าง เป็นวิธีที่ให้ทั้งมิติและเงาในแนวตั้ง

ทำให้ผนังมีจังหวะ โดยไม่ต้องตกแต่งอะไรเพิ่มเติม โครงสร้างของจั่วหลังคาใช้ไม้แผ่นหน้าใหญ่ เข้าลิ่มและตัดมุมพอดี ดูแข็งแรงแต่ยังมีความละมุน ด้านบนมีการเจาะช่องระบายอากาศใต้สันหลังคา เพื่อให้ความร้อนใต้หลังคาถ่ายเทออกได้

 

อยู่กับลมและชีวิต

บ้านเสายองหินออกแบบให้รับลมตีนเขาที่พัดผ่านมาอย่างสม่ำเสมอ ชายคาที่ยื่นยาวทำหน้าที่ทั้งกันแดดและเบี่ยงทางฝน ช่องเปิดถูกจัดวางโดยอิงกับทิศทางลม และใต้หลังคายังเสริมฉนวนเฉพาะจุดที่จำเป็น เป็นการประนีประนอมระหว่างภูมิปัญญาพื้นถิ่นกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยไม่พึ่งพาเครื่องจักรมากเกินความจำเป็น

แต่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบ้าน เพราะภูมิทัศน์โดยรอบก็ถูกออกแบบให้ “ชีวิตอื่นๆ” ได้เข้ามาอยู่อาศัยร่วมกัน คลองไส้ไก่ที่ถูกขุดขึ้นอย่างง่ายๆ ทำให้น้ำได้ไหลเวียน พืชพรรณหลากชนิด ทั้งไม้ยืนต้น วัชพืช และหญ้าเจ้าชู้ ต่างก็ได้รับโอกาสเติบโต

ไม่ถูกตัดแต่งให้เรียบเกลี้ยง ไม่ถูกควบคุมด้วยกรรไกรหรือสเปรย์กำจัด

คลองไส้ไก่ คือระบบระบายน้ำแบบพื้นถิ่นง่ายๆ ที่พบได้ในงานภูมิสถาปัตย์หรือการจัดการน้ำในพื้นที่ชนบทไทย โดยเฉพาะในบริบทของพื้นที่เกษตรหรือบ้านสวน

เป็นคลองน้ำขนาดเล็ก ที่มีลักษณะคดเคี้ยวไปตามพื้นที่ ไม่ได้ขุดตรงแบบคลองชลประทาน เป็นร่องน้ำตื้นๆ ที่ขุดเปิดหน้าดินแบบเรียบง่าย ไม่มีคันดินสูง ไม่มีวัสดุปูรองอย่างเป็นทางการ มักจะปล่อยให้พืชหรือวัชพืชขึ้นตามธรรมชาติ เพื่อให้ระบบนิเวศช่วยกรองและบำบัดน้ำในตัว

บ้านเสายองหินไม่ใช่บ้านที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อโชว์นวัตกรรม หรือเพื่อให้ดูแปลกใหม่ แต่มันคือบ้านที่ “ตั้งใจจะไม่ตัดขาด” จากสิ่งที่อยู่รอบตัว

ไม่ตัดขาดจากหินใต้ดิน

ไม่ตัดขาดจากไม้ที่เคยมีเจ้าของ

ไม่ตัดขาดจากลมที่พัดผ่าน

และไม่ตัดขาดจากชีวิตอื่นๆ ที่อยากอยู่ร่วม

หากแต่เป็นบ้านที่เติบโตจากการฟัง ฟังเสียงของดิน ฟังเรื่องเล่าของไม้เก่า และฟังจังหวะธรรมชาติที่หมุนเวียนอยู่รอบตัวอย่างไม่เร่งเร้า ในวันที่สถาปัตยกรรมสมัยใหม่หลายหลังพยายามควบคุมธรรมชาติ บ้านหลังนี้เลือกจะประนีประนอมกับมัน

ไม่พยายามทำให้ธรรมชาติ “เงียบ” แต่เปิดพื้นที่ให้ลม แสง เสียงน้ำ และแม้แต่แมว ได้เป็นส่วนหนึ่งของบ้านโดยสมัครใจ

Completion Year: 2024

Gross Built Area: 300 m²       

Lom Sak, Petchabun, Thailand

Lead Architects: Peerapong Promchart

Photo credits: Rungkit Charoenwat

–         

Design Team : Panuwat Donthong, Pimprutti Pruttichote, Puttipong Penthong, Nicky Nattakrit, Jil Gielen, Thiprada Jindatum

Housescape Research Team : Timpika Wetpanya, Nattikarn Krooba

Clients: Khun Muenprae, Khun Tritep

– 

Structural Engineer : Rachaen Jannakham 

Landscape: Housescape Design Lab

Contractor: Mongkol Boonrueng

Wood Finder : Bua Baan Mai Kao 

Special Thanks for Academic Paper : Kanitta Pansri; Prof. Dr.Vira Inpuntung

Writer
Picture of Prawpisut Tiangphonkrang

Prawpisut Tiangphonkrang

From the River to the Sea, Palestine will be Free !

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading