Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
“เมื่อสเปซและวัตถุไม่ใช่สิ่งที่แยกจากกัน แต่ถูกออกแบบให้พูดภาษาร่วมกัน”
ที่ SCOPE Thonglor ทุกยูนิตคือเพนต์เฮาส์ระดับ Ultimate Class ที่ออกแบบราวกับเป็นงาน Craft ในระดับ Microscale และมีเพียง 18 ยูนิตเท่านั้น
กับโครงการที่ขึ้นชื่อเรื่องความพิถีพิถันในทุกองค์ประกอบ การออกแบบสถาปัตยกรรมที่นี่ จึงไม่ได้จบที่ดีเทลโครงสร้างอาคาร แต่แทรกซึมอยู่ใน “เฟอร์นิเจอร์” ทุกชิ้น ทุกเส้นโค้ง ทุกผิวสัมผัสเทกซ์เจอร์ ที่ถูกผสมผสานลงในสเปซอย่างนุ่มลึก ผ่านแนวคิด “Less, but Lasting” ความน้อยแต่มาก ที่ไม่ได้อยู่เพียงในแปลน แต่ปรากฏในความรู้สึกที่ไร้กาลเวลา
บทความนี้จะพาคุณสำรวจมุมมองของการออกแบบ ผ่านสายตา Thomas Juul-Hansen สถาปนิกและนักออกแบบภายในระดับโลกชาวเดนมาร์ก ที่ใส่พลังแห่งความละเอียด ลงในทุกอนูรายละเอียดการเลือกสรรเฟอร์นิเจอร์
เพื่อพิสูจน์แนวความคิดว่า “คุณค่าของงานออกแบบ อาจอยู่ในเฟอร์นิเจอร์เพียงหนึ่งชิ้น ที่เติมเต็มการใช้ชีวิตทั้งหลังให้นิ่ง สงบ และยั่งยืน”
Less, but Lasting ผู้ออกแบบความเรียบง่าย… ให้ยืนยาวเหนือกาลเวลา
ในโลกของการออกแบบที่เต็มไปด้วยเทรนด์หมุนเวียนไม่หยุดนิ่ง Thomas Juul-Hansen คือหนึ่งในสถาปนิกที่ยืนยันว่าความเรียบง่ายที่แท้จริง ไม่ใช่สิ่งที่จืดชืด และความงามไม่ได้อยู่ที่ความโดดเด่น… แต่อยู่ที่ความกลมกลืนกับบริบท
ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีในสายงานออกแบบ สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่าง ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงที่ปรากฏอยู่บนการออกแบบอาคารหรูระดับโลกอย่าง One57 หรือ Sutton Tower ในนิวยอร์ก แต่คือ วิธีคิดที่มอง “พื้นที่และวัตถุ” เป็นหนึ่งเดียว
สำหรับเขา เฟอร์นิเจอร์ไม่ใช่ของตกแต่งเพิ่มเติม แต่เป็น “องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม” ที่ต้องพูดภาษาร่วมกับสเปซได้อย่างแนบเนียน
กับโครงการ SCOPE Thonglor โธมัสลงลึกถึงระดับ Microscale เขาเลือกวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นมุมโค้งของโต๊ะ ผิวสัมผัสของไม้โอ๊ค หรือสัดส่วนของเก้าอี้ที่ต้อง “สัมผัสแล้วรู้สึกพอดี” ทั้งหมดนี้คือการออกแบบที่ไม่ต้องการดึงความสนใจ แต่ค่อย ๆ เปิดเผยตัวตน เมื่อคุณได้ใช้ชีวิตอยู่ในนั้น
Tectonic Expression ความซื่อตรงของวัสดุ คือภาษาของการออกแบบ
การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในสเปซ ถูกตีความผ่านมุมมอง Tectonic Expression ที่มองว่า “วัสดุ” ไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบของสเปซ แต่เป็นหนึ่งเดียวกันกับพื้นที่ และสื่อสารผ่านผิวสัมผัสของเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น
โดยจะยึดหลัก การไม่ต้องตกแต่งเกินจำเป็น และ เฟอร์นิเจอร์ที่แสดงออกถึง Honesty of Materials อย่างชัดเจน ทั้งในรอยเย็บ มุมโค้ง ผิวสัมผัส และสัญญะในการดีไซน์ที่เป็นเสน่ห์ของชุดเฟอร์นิเจอร์ที่นี่ อย่าง
– ไม้โอ๊คสีขาว ไม่ได้ถูกเคลือบจนมิดลายไม้ แต่ปล่อยให้ Grain ของมันเล่าเรื่อง
– หินธรรมชาติ ไม่ถูกเจียรให้เงาเพื่อความหรู แต่เผย Texture ที่มีน้ำหนักของเวลา
ทั้งหมดคือการ “พูดด้วยวัสดุ” (Material Narrative) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของแนวคิดนี้
ในโครงการ แนวคิดนี้ถูกนำมาใช้อย่างแยบยลผ่านการเลือกสรรเฟอร์นิเจอร์ที่ Thomas Juul-Hansen นำมา Mix & Match กัน โดยไม่ได้ออกแบบเพียงแค่ ‘Form’ เท่านั้น แต่เข้าไปถึงระดับ ‘Material Articulation’ ทุกพื้นผิว ทุกรอยต่อ ถูกวางตำแหน่งเพื่อให้เกิดบทสนทนาระหว่างเฟอร์นิเจอร์กับสเปซอย่างกลมกลืน
การออกแบบลักษณะนี้ใช้ทั้งเวลา ความรู้ และความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่ในเชิงดีไซน์ แต่รวมถึง ความเข้าใจใน Craft ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นงาน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเฟอร์นิเจอร์จาก Juul-Hansen ในโครงการนี้จึงมีเพียง 3 ยูนิต จาก 18 ยูนิตเท่านั้น
Soft Geometry ความโค้งที่กล่อมสเปซให้รู้สึกปลอดภัย และนุ่มนวลขึ้น
ความโค้งที่กล่อมจังหวะของสเปซ
ขอบเฟอร์นิเจอร์ที่โค้งอ่อน
โต๊ะที่มุมไม่เฉียบคม
มือจับที่ไม่แสดงตัว แต่กลมกลืนเข้ากับผิววัสดุ
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพื่อความสวยงามทางสายตาเท่านั้น แต่คือการควบคุม “จังหวะ” และ “อารมณ์” ของพื้นที่ให้ไหลลื่น อบอุ่น และปลอดภัย สิ่งนี้คล้ายกับแนวคิด Phenomenology in Architecture ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง เมื่อผู้อยู่อาศัยไม่รู้สึกถึง “ความต้องระวัง” ในการใช้งานพื้นที่ และเกิดความสบายใจอย่างแท้จริงในการใช้เฟอร์นิเจอร์
ในเชิงสถาปัตยกรรม เทคนิคนี้เรียกว่า ‘Fillet Form’ เทคนิคการออกแบบที่ลดความแข็งของเส้นตรง เพื่อแทนที่ด้วยการโค้งที่นุ่มลึก การจัดการกับขอบและมุมในลักษณะนี้ ทำให้สเปซรู้สึกเป็นมิตร มีความมนุษย์ และสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน
มุมโค้งที่ถูกลบเหลี่ยม เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ใช้ในเฟอร์นิเจอร์ของ SCOPE Thonglor ที่ไม่ใช่แค่การ Soften รูปทรง แต่เป็นการ Soften อารมณ์ของพื้นที่ให้เป็น Soft Zone ที่อุ่นใจสำหรับผู้อยู่อาศัย
หลังจากที่เราได้มีโอกาสสัมผัสงานเฟอร์นิเจอร์ที่ Thomas Juul-Hansen เลือกสรรมาเป็นพิเศษสำหรับโครงการ SCOPE Thonglor เราขอแนะนำชิ้นงานที่โดดเด่น ซึ่งสะท้อนแนวคิดของเขาได้อย่างชัดเจน
Tacchini Sesann Sofa คือบทสนทนาระหว่าง “ความนุ่ม” และ “ความแข็งแรง” ตัวเบาะขนาดใหญ่ที่นุ่มลึกถูก “โอบ” ด้วยโครงสร้างท่อโลหะทรงโค้ง ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่ยึดเพียงอย่างเดียว แต่กลายเป็น เส้นนำสายตา ที่กำหนดมวล รูปทรง และอารมณ์ของเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้
ในเชิงวัสดุและประสบการณ์ใช้งาน ความน่าสนใจอยู่ที่ ความคอนทราสต์ของผิวสัมผัส เบาะนุ่มที่หุ้มด้วยผ้าหรือหนัง ถูกวางตัดกับโครงเหล็กมันเงาและฐานไม้ Ash ที่มีลายเนื้อชัดเจน ทุกวัสดุถูกเลือกอย่างตั้งใจ เพื่อให้เกิด Texture Language ที่สร้างมิติให้กับพื้นที่
หนึ่งในชิ้นงานที่เราหลงรักหลังจากได้สัมผัสการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ คือ Karakter Principal Chair เก้าอี้ที่ออกแบบโดย Bodil Kjær ดีไซเนอร์หญิงผู้เป็นหนึ่งในนักออกแบบยุค Mid-Century ที่ยังมีชีวิตอยู่ และเป็นหนึ่งในสถาปนิกหญิงผู้บุกเบิกวงการในยุคนั้น
เก้าอี้ตัวนี้ถูกออกแบบขึ้นในปี 1961 ภายใต้แนวคิด “Elements of Architecture” ซึ่งเป็นความพยายามของ Kjær ในการสร้างโซลูชันสำหรับพื้นที่ใช้สอยยุคใหม่ โดยพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่าง ฟังก์ชันและอารมณ์ของสเปซ ได้อย่างลึกซึ้ง
โดดเด่นด้วยการนำ “เรขาคณิตอย่างง่าย” มาสร้างภาษาดีไซน์ โดยใช้โครงสร้างไม้แท้เต็มชิ้น (Solid Wood) เป็นฐาน ผสานเบาะนั่งทรงกลม (Circular Seat) และพนักพิงที่โค้งอ่อน เมื่ออยู่ร่วมกันแล้วทำให้ช่วยลดความแข็งของฟอร์ม เพิ่มความนุ่มนวลได้เป็นอย่างดี
อีกหนึ่งในเฟอร์นิเจอร์ที่เรารู้สึกว่าโดดเด่น และอยากหยิบมาแนะนำ คือ Vancouver Lounge Chair เก้าอี้ที่กำเนิดในยุค Modernism เน้นความเรียบง่าย ตรงไปตรงมา แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดเชิงช่างนี่น่าสนใจ
โครงสร้างของเก้าอี้ทำจาก ไม้ Walnut แท้ ซึ่งถูก ประกอบและกลึงด้วยมือทีละชิ้น ไม่มีการใช้เครื่องจักรอุตสาหกรรม เพื่อรักษาความงามตามธรรมชาติของเนื้อไม้ และแสดงคุณค่าของงานฝีมืออย่างแท้จริง
พื้นผิวไม้ถูกเคลือบด้วย น้ำมันธรรมชาติ (Hand-Applied Oil) ไม่ใช่แลกเกอร์ ทำให้เห็นเสี้ยนไม้ชัดเจนและสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของวัสดุ
เบาะนั่งบุด้วยฟองน้ำตัดมือ หุ้มด้วยผ้าคุณภาพสูง เพื่อความทนทานและรองรับการใช้งานจริงอย่างยาวนาน
SieMatic เฟอร์นิเจอร์บิวท์อินจากแบรนด์ดีไซน์เนอร์ ที่มอบให้ทุกยูนิต
นอกเหนือจากการคัดสรรงานดีไซน์เฟอร์นิเจอร์อย่างพิถีพิถันแล้ว หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่ทำให้การอยู่อาศัยที่ SCOPE Thonglor โดดเด่นและแตกต่าง คือชุดครัวบิวท์อินแบรนด์ระดับโลก SieMatic ที่ได้รับการออกแบบโดย Thomas Juul-Hansen ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ได้ครัวบิวท์อินดีไซน์พิเศษนี้อย่างครบถ้วนในทั้ง 18 ยูนิต
SieMatic มีคาแรกเตอร์ดีไซน์ที่คำนึงถึงความสมดุลของสัดส่วน รูปทรง และพื้นผิววัสดุอย่างละเอียดอ่อน เพื่อให้เกิดความแนบเนียนไปกับงาน Interior Design ที่ Seamless ด้วยวัสดุคุณภาพสูงระดับพรีเมียม กลมกลืนในพื้นที่ ให้ Sense ของความเรียบหรูพอดีๆ แบบไม่ตะโกน
Timeless Lagacy มรดกทางการออกแบบ ความงามที่ส่งต่อได้อย่างไร้กาลเวลา
แนวทางการออกแบบของ Thomas Juul-Hansen ในการคัดสรรเฟอร์นิเจอร์ให้ SCOPE Thonglor คือการสร้างมรดกทางการออกแบบ ที่อยู่เหนือเวลา (Timeless Legacy) โดยใช้ภาษาสถาปัตยกรรมที่เข้าถึงได้ ไม่ยึดติดแฟชั่น แต่ยึดคุณค่าที่แท้จริงของพื้นที่และผู้ใช้งาน
เฟอร์นิเจอร์ที่ถูกเลือกมา ไม่เพียงแต่งเติมพื้นที่ให้สวยขึ้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมที่อยู่ได้จริงเพราะในที่สุดแล้ว มรดกที่แท้จริงในงานออกแบบ ไม่ได้วัดจากความล้ำสมัยหรือราคาที่สูงกว่าปกติ
“คุณค่าของงานออกแบบ อาจอยู่ในเฟอร์นิเจอร์เพียงหนึ่งชิ้น ที่เติมเต็มการใช้ชีวิตทั้งหลังให้นิ่ง สงบ และยั่งยืน”
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance