ในประเทศที่มีพื้นที่จำกัด ภายใต้วิถีชีวิตที่หนาแน่นอย่างประเทศไต้หวัน คำถามเรื่อง “เราจะอยู่ร่วมกับวิถีประเพณีหลังความตายอย่างไร” ถูกหยิบยกขึ้นมาทบทวนใหม่ ผ่านงานออกแบบของหอเก็บอัฐิแห่งหนึ่งที่ไม่ได้ถูกวางไว้เป็นเพียงนิยามจุดสิ้นสุดของชีวิต แต่กลับเปิดพื้นที่ให้ผู้มาเยือน ได้ครุ่นคิดถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่ ท่ามกลางธรรมชาติ สายลม แสงแดด และความเงียบสงบ
“Eternal Hill” หรือ “หุบเขานิจนิรันดร์” สถาปัตยกรรมที่ตั้งอยู่ในเมืองซินจู๋ ประเทศไต้หวัน ออกแบบโดยสถาปนิกไต้หวัน หลิง เยี่ยนอิ่ง (Yen-Ying Ling) จาก Yen Partnership Architects และ หลิน โหย่วหาน (Yohannes Lin) จาก Behet Bondzio Lin Architekten สถาปนิกจากเยอรมนี ภายใต้แนวคิดการออกแบบที่ไม่ได้พยายามขจัดความตายออกจากเมืองหรือซ่อนมันไว้ แต่กลับวางแผนสร้างพื้นที่ของผู้จากไปขึ้นภายใน “สวนสาธารณะ” สถานที่ที่ผู้คนมาใช้ชีวิตประจำวัน รดน้ำต้นไม้ พักผ่อน เดินเล่น หรือแม้กระทั่งถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง
สถาปัตยกรรมที่ปลอบประโลมจิตใจ
ตัวอาคารตั้งอยู่บนเนินเขาที่สามารถมองเห็นวิวชายฝั่งของเมืองซินจู๋ได้ในมุมกว้าง พื้นที่รอบข้างคือ “สวนอนุสรณ์แห่งชีวิต” ที่ปลูกต้นไม้พื้นเมืองไว้หนาแน่น ร่มรื่น ราวกับเป็นป่าเล็ก ๆ ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ผู้มาเยือนจึงไม่เพียงแต่เดินทางมาหา “ผู้จากไป” เท่านั้น แต่ยังได้เจอกับ “ตัวเอง” ในช่วงเวลาสงบเงียบพร้อมด้วยบรรยากาศของธรรมชาติที่โอบล้อม
พื้นที่แห่งนี้ยังถูกออกแบบเพื่อรองรับกิจกรรม พร้อมเปิดพื้นที่ให้จัดนิทรรศการแสงสี หรือกิจกรรมศิลปะที่ใช้ทั้งแสงจากธรรมชาติและหลอดไฟ เพื่อสะท้อนเรื่องราวของการจากไป ความหวัง และความทรงจำ ด้วยรูปแบบที่เข้าถึงง่าย เหมือนบทสนทนาเงียบ ๆ ระหว่างผู้เป็นและผู้ล่วงลับ
และเมื่อบางคู่รักเลือกมาถ่ายภาพแต่งงานในสถานที่แห่งนี้ มันอาจเป็นเครื่องยืนยันว่าความตายไม่ใช่ปลายทางของชีวิต แต่เป็นส่วนหนึ่งของมัน เป็นห้วงเวลาหนึ่งของการมีอยู่ ที่เราทุกคนจะได้สัมผัสอย่างสงบ และงดงาม
สถาปนิกผู้ออกแบบกล่าว
Eternal Hill ถูกออกแบบด้วยรูปทรงที่โอบล้อมและลดหลั่นตามแนวลาดของภูเขา แทนที่จะยกตัวขึ้นสู่ฟ้าอย่างโอ่อ่า รูปทรงของอาคารกลับฝังตัวอย่างถ่อมตนอยู่ภายในภูมิทัศน์ ดั่งการแสดงความเคารพต่อผืนดินและผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว การจัดวางฟังก์ชันภายในไม่ได้เน้นเพียงประโยชน์ใช้สอยเชิงระบบ แต่กลับเน้น “จังหวะของประสบการณ์” ในการเดินผ่านพื้นที่ จากพื้นที่ภายนอกเข้าสู่ภายใน แล้วไหลเวียนผ่านโถงทางเดิน โถงรำลึก และห้องจัดเก็บอัฐิ โดยไม่มีจุดเริ่มหรือจุดจบที่ชัดเจน คล้ายการเดินทางในโลกของความทรงจำและการรำลึก
สเปซที่ไม่ปิดกั้น แต่เปิดให้รู้สึก
แม้ฟังก์ชันการใช้งานของอาคารจะทำหน้าที่เป็นสถานที่เก็บอัฐิ แต่กลับไม่สร้างความอึดอัดหรือรู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนสุสานแบบดั้งเดิม ด้วยการออกแบบช่องเปิด ช่องแสง และทางเดินที่เปิดให้ลมพัดผ่านและแสงธรรมชาติเข้ามาอย่างนุ่มนวล สเปซจึงมีความโปร่ง เบา และสามารถเคลื่อนไหวได้
สถาปนิกผู้ออกแบบเล่าให้เราฟังถึงบรรยากาศที่เกิดขึ้นภายใน Eternal Hill
“แสงธรรมชาติที่เปลี่ยนไปตามเวลาทำให้บรรยากาศภายในเปลี่ยนไปอย่างมีจังหวะ บางเวลาที่สว่างไสว บางช่วงกลับเงียบงัน สร้างมิติของ “เวลา” ที่เชื่อมโยงโลกของคนเป็นและคนตายให้เหลื่อมซ้อนกันอยู่โดยไม่รู้ตัว”
อนุสรณ์สถานที่ไม่มีศาสนา
หนึ่งในความพิเศษของ Eternal Hill คือ การไม่ผูกพื้นที่ไว้กับศาสนาใดศาสนาหนึ่ง โดยถึงแม้จะมีบทบาทเป็นสุสาน แต่ที่นี่กลับไม่มีโครงสร้างทางพิธีกรรมที่ตายตัว ทำให้ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและความเชื่อสามารถเข้ามาใช้สถานที่แห่งนี้ได้อย่างเสรี
แทนที่จะใช้พิธีกรรมเป็นจุดศูนย์กลาง Eternal Hill กลับมอบหน้าที่ให้ “สถาปัตยกรรม” ทำหน้าที่นั้นแทน ทั้งการออกแบบเส้นทางสัญจร การวางพื้นที่ว่าง และแสงธรรมชาติ ล้วนสร้างสุนทรียภาพแบบเรียบง่ายที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ใช้เวลาทบทวนชีวิตกับตัวเองในพื้นที่อันเงียบสงบนี้
เมื่อมองจากภายนอก หอเก็บอัฐิดูคล้ายกลีบดอกไม้ที่เรียงซ้อนกัน โดยเฉพาะเมื่อแสงแดดส่องผ่านกำแพงที่ลาดเอียงแต่ละชั้น มันให้ความรู้สึกของ “การปกป้อง” มากกว่าการปิดกั้น
“กำแพงลาดชันเปรียบเสมือนทางเดินในหุบเขา ที่แสงไล้ผ่านผนังเบา ๆ ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนอยู่ในที่ปลอดภัย และได้รับการอวยพร” หลิน โหย่วหาน สถาปนิกผู้ออกแบบกล่าว
เมื่อแสงตกกระทบกับผิวคอนกรีตแบบ Fair-Faced ที่ยังมีฟองอากาศเล็ก ๆ และละอองฝุ่นจาง ๆ ฝังอยู่ตามพื้นผิว ความไม่สมบูรณ์นี้กลับเป็นสิ่งที่ทำให้พื้นผิวดูมีชีวิตและน่าสัมผัส แทนที่จะย้ำเตือนถึงการสิ้นสุดของชีวิต Eternal Hill เลือกออกแบบให้พื้นที่เป็นเสมือนสถานที่สำหรับการกลับมาเยี่ยมเยียนอย่างสงบ เป็นสุสานที่ไม่ทำหน้าที่เพียงเก็บรักษาความทรงจำ แต่ยังปลอบประโลมผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่
และหัวใจของอาคารคือ “ลานเปิด” ที่ให้แสงธรรมชาติตกลงมากลางอาคาร เปรียบเสมือนช่องทางของความหวัง หรือพื้นที่แห่งการเชื่อมต่อระหว่างฟ้าและดิน จุดนี้มักใช้ในการประกอบพิธีกรรม รำลึก หรือเพียงนั่งสงบในความเงียบ
พื้นที่ถูกออกแบบให้เหมาะแก่การใช้เวลาเงียบ ๆ คนเดียว หรือการมานั่งกับครอบครัว ท่ามกลางธรรมชาติ ความเงียบสงบ และแสงที่อาบไล้ ช่วยให้ผู้คนไม่เพียงระลึกถึงผู้จากไป แต่ได้กลับมาทบทวนชีวิตของตัวเองอย่างอ่อนโยน
Project Name : Eternal Hill
Architect Firm : หลิง เยี่ยนอิ่ง (Yen-Ying Ling) จาก Yen Partnership Architects และ หลิน โหย่วหาน (Yohannes Lin) จาก Behet Bondzio Lin Architekten
Location : Tiwan
Year : 2022
Area : 7579 m²
Photographs : YuChen Chao Photography
สถาปนิกจำเป็น ที่ทำงานออกแบบเป็นงานอดิเรก มีความสนใจในการทำความเข้าใจแนวคิดและที่มาของงานออกแบบต่าง ๆ ที่พบเจอ ให้กลายเป็นเรื่องเล่า
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.