Reimagine Living Refinement
ชีวิตแบบใหม่ เริ่มจากวัสดุที่คิดไกลและใส่ใจกว่าเดิม

พื้นผิว ทั้งผนัง พื้น หรือเคาน์เตอร์ ล้วนมีบทบาทสำคัญในการกำหนดบรรยากาศของพื้นที่ วัสดุเหล่านี้นอกจากทำหน้าที่เชิงโครงสร้างหรือความงามแล้ว ยังช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวด้วย

COTTO กำลังก้าวข้ามบทบาทดั้งเดิมในฐานะแบรนด์กระเบื้องและสุขภัณฑ์ สู่การเป็น “แบรนด์วัสดุตกแต่ง” ที่ตอบสนองความต้องการของชีวิตยุคใหม่อย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของการใช้งาน ความรู้สึก และความยั่งยืน

 

ภายใต้แนวคิด Reimagine Living Refinement ที่สะท้อนภาพแบรนด์ในทิศทางใหม่อย่างชัดเจน ในงานสภาปนิก 2568 ซึ่งได้รับการพัฒนาให้มีคุณสมบัติที่ตอบสนองต่อบริบทสิ่งแวดล้อม เช่น การดูดซับมลภาวะในอากาศ ลดการใช้พลังงาน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่แฝงไว้ด้วยการออกแบบที่ใส่ใจต่อผู้ใช้งาน

ความพิถีพิถัน เริ่มต้นที่พื้นผิว

ในงานออกแบบภายใน รายละเอียดอย่าง พื้นผิวนอกจากจะเป็นพื้น ผนัง หรือวัสดุปิดผิวแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นจุดตั้งต้นของบรรยากาศโดยรวมของพื้นที่บ้านด้วย

 

ผนัง พื้น เคาน์เตอร์ ทั้งหมดนี้คือผิวสัมผัสที่ผู้ใช้งานมีปฏิสัมพันธ์ด้วยทุกวัน ทั้งผ่านการมอง การสัมผัส และอารมณ์ที่ส่งผ่านวัสดุ เป็นสิ่งนักออกแบบ สถาปนิกล้วนให้ความสำคัญในการเลือกวัสดุให้เหมาะกับการใช้งาน

COTTO THE SURFACE จึงไม่ใช่แค่คอลเลกชันวัสดุตกแต่งผิว แต่เป็นแนวคิดใหม่ที่มองเรื่องของ “ผิวสัมผัส” ในฐานะผู้ส่งสารของสเปซ วัสดุแต่ละชิ้นถูกออกแบบด้วยความเข้าใจว่าพื้นผิวสามารถเปลี่ยนอุณหภูมิทางอารมณ์ของพื้นที่ได้ จากความอบอุ่นนุ่มนวลในห้องนั่งเล่น ไปจนถึงความเรียบหรูของพื้นที่ต้อนรับนั่นเอง

อย่างวัสดุไม้จะดูโมเดิร์นขึ้นเมื่อจับคู่กับวัสดุอย่างโลหะด้าน กระจกใส หรือผิวแมตต์ การจัดแสงแบบ soft indirect หรือ light slot ทำให้ผิวไม้ดูละมุนทันสมัย ไม่ย้อนยุค

วัสดุผิวไม้ในกลุ่มนี้ มักถูกพัฒนาให้มีลายเสี้ยนที่ละเอียด ไม่หลอกตา และมีเฉดสีที่ถูกปรับให้เข้ากับ mood board สมัยใหม่ เช่น “Natural Beige,” “Moss Grey,” หรือ “Charcoal Ash” ซึ่งให้อารมณ์อบอุ่น เข้ากับสไตล์โมเดิร์น

Beyond Tiles นวัตกรรมที่ขยายบทบาทของแบรนด์

การเปลี่ยนแปลงเชิงภาพลักษณ์ของ COTTO ปรากฏชัดเจนผ่าน ผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ขยายขอบเขตจากกระเบื้องและสุขภัณฑ์ สู่การเป็นวัสดุตกแต่งที่มาพร้อมนวัตกรรม เพื่อครอบคลุมทุกมิติของบ้าน

หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือ KLIRR COLLECTION Smart Edition สุขภัณฑ์ระบบชำระล้างที่ใช้เทคโนโลยีแรงดันอากาศในการล้างคราบสะสม ลดการใช้น้ำเหลือเพียง 3.8 ลิตรต่อการใช้งาน โดยยังคงพลังล้างเทียบเท่ากับระบบปกติ นับเป็นการยกระดับการออกแบบที่ผสานฟังก์ชัน ประสิทธิภาพ และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน

 

รองรับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานยุคใหม่

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาวัสดุตกแต่งแนวตั้ง เช่น COTTO WINDOW AND DOOR ประตูและหน้าต่างอะลูมิเนียมดีไซน์เรียบ บานสูง โปร่ง รับแสงธรรมชาติ และกลมกลืนกับผนังได้อย่างไร้รอยต่อ ช่วยเปิดมุมมองเชื่อมต่อห้องให้ดูกว้างขึ้น

 

รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์อย่าง Refrigerator Mirror และ ชุดกระจกเงาพร้อมตู้แช่เครื่องสำอางค์ ที่รองรับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานยุคใหม่ โดยเชื่อมโยงความงาม ความเป็นส่วนตัว และการดูแลตัวเองเข้ากับงานดีไซน์ภายใน

 

ทั้งหมดนี้สะท้อนบทบาทใหม่ของ COTTO ในฐานะแบรนด์วัสดุตกแต่งที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ พื้นและผนัง แต่ยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งของระบบชีวิตในบ้าน ทั้งในมิติของสถาปัตยกรรม เทคโนโลยี และความรู้สึกได้อย่างน่าเชื่อมั่นในคุณภาพของแบรนด์ที่คู่บ้านคนไทยมาอย่างยาวนาน

วัสดุอัจฉริยะเพื่อการอยู่อาศัย ลดปัญหา PM 2.5

ในวันที่บ้านเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่คือศูนย์กลางของการทำงาน การพักผ่อน และการใช้ชีวิต วัสดุตกแต่งจึงต้องทำหน้าที่มากกว่าแค่ความสวยงาม

FlowerlPureTECH จาก COTTO คือนวัตกรรมวัสดุปูพื้นและผนังที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์สุขภาวะภายในบ้าน ด้วยคุณสมบัติช่วยดูดซับสารพิษในอากาศ ลดการสะสมของ PM2.5 และส่งเสริมให้ทุกลมหายใจในบ้านสะอาดยิ่งขึ้น

ถ้าปูในพื้นที่ออฟฟิศ การมีพื้นผิวที่ช่วยดูดซับสาร VOCs จากเฟอร์นิเจอร์ไม้หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า และลด PM2.5 จากอากาศหมุนเวียนนั้นสำคัญ เพราะต้องอาศัยตลอดทั้งวัน

ในขณะเดียวกัน Clay Decor วัสดุจากดินธรรมชาติ ก็ทำหน้าที่มากกว่าแค่เพิ่มบรรยากาศแบบออร์แกนิก ทั้งช่วยควบคุมความชื้น ลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง และสร้างสมดุลทางอากาศภายในพื้นที่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

วัสดุเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อชีวิตยุคใหม่ที่ต้องการความใส่ใจในมิติเล็กที่สุด ทั้งต่อสุขภาพ ความเป็นอยู่ และความยั่งยืนของพื้นที่ในระยะยาว

วัสดุที่ดีไม่ควรทำหน้าที่เพียงแค่อยู่ร่วมกับชีวิต แต่ต้องดูแลชีวิตไปพร้อมกัน 

วัสดุที่ออกแบบด้วยความใส่ใจต่อโลก

ในโลกที่การออกแบบไม่สามารถแยกตัวออกจากบริบทสิ่งแวดล้อมได้อีกต่อไป วัสดุจึงไม่ควรถูกมองแค่ในแง่ของผิวสัมผัสหรือความหรูหรา แต่ต้องมองให้ลึกถึง “กระบวนการที่มันเกิดขึ้นมา”

Qrystalite คอลเลกชันวัสดุเงางามรุ่นล่าสุดจาก COTTO คือตัวอย่างของวัสดุที่ให้ทั้งความงามและความรับผิดชอบในเวลาเดียวกัน

ความเงางามระดับลักชัวรีที่เห็นบนผิวหน้า เกิดจากการปรับกระบวนการผลิตให้ลดการปล่อยคาร์บอน และเลือกใช้พลังงานจากชีวมวล (Biomass Energy) แทนพลังงานฟอสซิล

นั่นหมายความว่าทุกแผ่นวัสดุ นอกจากจะสร้างความงามให้พื้นที่ แล้วยังลด Carbon Footprint ให้โลกใบนี้ไปพร้อมกัน สำหรับนักออกแบบยุคใหม่ วัสดุที่ สวยด้วย มีจริยธรรมด้วย จึงกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเลือกใช้

เพราะความงามที่แท้จริง ไม่ใช่แค่สิ่งที่มองเห็น แต่คือผลกระทบที่ไม่ทิ้งภาระไว้ข้างหลัง

Reimagine  ดินในโลกอนาคต

ดิน วัสดุธรรมชาติไม่เคยล้าสมัย มีเพียงรูปแบบการตีความที่เปลี่ยนไปตามยุคเท่านั้น

Clay Decor จาก COTTO คือบทสนทนาระหว่าง ดิน และ โลกยุคใหม่

วัสดุที่ยังคงแก่นแท้ของความเรียบง่าย อบอุ่น และใกล้ชิดธรรมชาติไว้อย่างครบถ้วน แต่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์บริบทการใช้งานปัจจุบัน ทั้งในแง่ของความทนทาน อายุการใช้งาน และความหลากหลายของสีสัน

ยกตัวอย่างการเลือกใช้ Clay Decor สี Earth Grey ผิวด้าน ลวดลายแนวตั้งตรงผนังที่รับแสงบ่าย เพราะดินช่วยดูดซับความร้อนและปรับสมดุลอุณหภูมิ ผิวด้านของ Clay ลดการสะท้อนของแสงสว่าง ช่วยให้ห้องดูสงบแม้มีหน้าต่างบานใหญ่

เทกซ์เจอร์ธรรมชาติแบบไม่ปรุงแต่ง เติมความจริงใจให้กับดีไซน์ร่วมสมัยที่เน้นเส้นสายสะอาด ทำให้ห้องไม่ร้อนอบ แม้ไม่เปิดแอร์ทั้งวัน

เพราะในยุคที่เทคโนโลยีและความล้ำหน้ากลายเป็นสิ่งปกติ ความจริงใจของวัสดุธรรมชาติที่ผ่านการออกแบบอย่างลึกซึ้ง จึงกลับกลายเป็นสิ่งล้ำค่า

 
Picture of Prawpisut Tiangphonkrang

Prawpisut Tiangphonkrang

นักศึกษาสถาปัตยกรรม ที่เชื่อว่าการออกแบบเกี่ยวข้องกับทุกเรื่องบนโลกใบนี้
Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading