Brick Journey บทบันทึกการเดินทาง และเรื่องราวของชีวิตที่ถูกเล่าผ่านก้อนอิฐ

การออกแบบสถาปัตยกรรม บางครั้งเราไม่ได้เริ่มต้นด้วยแบบแปลน แต่เริ่มจาก ‘เรื่องราว’ อันมีชีวิตที่ยังไม่ถูกร้อยเรียงเป็นคำพูด นั่นคือจุดเริ่มต้นของ Brick Journey โปรเจกต์ที่ไม่ได้ถูกออกแบบเพียงให้เป็นบ้านที่ใช้เก็บของสะสม แต่กลายเป็นสถานที่ที่บรรจุเรื่องเล่า ความทรงจำ และการเดินทางของชีวิต ผ่านวัสดุที่เรียบง่ายอย่าง “อิฐ” และผ่านมุมมองของ คุณกึ๋น กศินร์ ศรศรี สถาปนิกผู้ออกแบบ จาก Volume Matrix Studio ผู้เชื่อว่าทุกชีวิตล้วนมีเส้นทางของตัวเอง และสถาปัตยกรรมควรทำหน้าที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้ “เลือก” และ “เดินทาง”

เมื่อของสะสมเริ่มเล่าเรื่อง

จุดตั้งต้นของโปรเจกต์นี้เกิดขึ้นจากโจทย์ที่เรียบง่ายของเจ้าของบ้าน คุณหมอผู้รักการเดินทาง ว่าอยากมี “บ้านหลังใหม่” แต่เมื่อทีมออกแบบได้ไปเยี่ยมบ้านหลังเดิม สิ่งที่ค้นพบกลับกลายเป็นแรงบันดาลใจอันลึกซึ้ง ของเก่าจำนวนมากที่เจ้าของบ้านเก็บไว้ ทั้งภาพถ่าย ของสะสม และความทรงจำในรูปแบบต่าง ๆ โดยของสะสมเหล่านั้นไม่ใช่เพียงสิ่งของ หากแต่เป็นเศษเสี้ยวของประสบการณ์ที่รอการถ่ายทอด

“เราเลยรู้สึกว่า ของพวกนี้มันไม่ควรอยู่แค่ในบ้าน มันควรถูกเปิดให้คนอื่นได้รับรู้ด้วย”
คุณกึ๋นเล่าให้เราฟัง และนั่นคือจุดเปลี่ยนจากการออกแบบบ้าน มาสู่การออกแบบพื้นที่ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวของชีวิตคนหนึ่ง ผ่านสิ่งของ ผ่านแสงเงา และผ่านสถาปัตยกรรมที่พูดได้

‘Journey’ คีย์เวิร์ดสำคัญ ที่ผู้ทีมออกแบบใช้เป็นแนวคิดของโปรเจกต์นี้ ไม่ใช่แค่เรื่องราวของเจ้าของบ้าน แต่เป็นการสื่อสารถึงการเดินทางของทุกชีวิต ที่เริ่มต้นโดยไม่รู้จุดหมาย ต้องเลือกเส้นทาง ต้องพบเจอทางแยก และสะสมประสบการณ์ตลอดทาง

และสิ่งที่จะพาเรื่องราวทั้งหมดนี้ให้กลายเป็นรูปร่างได้คือ “อิฐ” วัสดุพื้นฐานที่อยู่คู่สถาปัตยกรรมมาตั้งแต่โบราณ เป็นสื่อกลางที่บอกเล่าความคลาสสิกและร่วมสมัยในคราวเดียวกัน

“เราเล่นกับอิฐในหลายรูปแบบมาก เพื่อให้มันสะท้อนทั้งอดีตและความเป็นโมเดิร์น”
คุณกึ๋นกล่าวถึงการใช้อิฐในผนังหนาหนักที่ให้ความรู้สึกมั่นคงดั่งโบราณสถาน ไปจนถึงฟาซาดอิฐที่เหมือนลอยตัว เบาโปร่ง และแปรเปลี่ยนไปตามแสงเงาในแต่ละวัน

จุดเริ่มต้นของอารยธรรมมักเริ่มต้นจาก อิฐ

“ผมคิดว่า ถ้าเราย้อนกลับไปดูอารยธรรมเก่าแก่ของโลก ไม่ว่าจะเป็นอียิปต์ เมโสโปเตเมีย อินเดีย จีน หรือแม้แต่บ้านเรา สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ‘อิฐ’ วัสดุที่มนุษย์เริ่มหยิบมาใช้สร้างที่อยู่อาศัย สร้างวัด สร้างเมือง มันคือวัสดุที่เรียบง่ายแฝงไปด้วยความรู้ ความเข้าใจต่อธรรมชาติและสภาพแวดล้อมในพื้นที่นั้น ๆ”

“เวลาเราเห็นกำแพงอิฐเก่า ๆ ที่ผุกร่อนตามกาลเวลา มันไม่ใช่แค่เรื่องของฟังก์ชัน หรือโครงสร้าง แต่มันคือหลักฐานของการใช้ชีวิต เป็นร่องรอยของความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ในยุคนั้น ผมมองว่าอิฐไม่เคยตกยุค เพราะมันเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของภาษาในงานสถาปัตยกรรม”

ในงานออกแบบของเรา เราไม่ได้ใช้แค่อิฐเพราะมันสวยหรือให้ texture ที่ดีนะครับ แต่เพราะมันคือการสื่อสารบางอย่างกับผู้ใช้พื้นที่ เป็นวัสดุที่มี ‘เสียง’ ของมันเอง เสียงของวัฒนธรรม เสียงของเวลา เสียงของความเป็นมนุษย์” ผมชอบคิดว่า ถ้าให้คนสักคนสร้างบ้านโดยไม่มีแบบในหัวเลย แล้วต้องเลือกวัสดุสักอย่างมาวางก้อนแรกบนพื้นดิน ผมเชื่อว่าเขาจะหยิบก้อนอิฐมาก่อน เพราะมันคือสัญชาตญาณของการเริ่มต้น”

อิฐ ที่เป็นดั่งบทกวีของบ้าน

“เราคิดว่าอาคารหลังนี้ไม่ควรเป็นแค่กล่องที่ประกอบกันเป็นฟังก์ชัน แต่มันควรจะมี ‘ลำดับ’ ที่ชวนให้คนเดินเข้าไป แล้วค่อย ๆ เจออะไรบางอย่าง เหมือนอ่านกวีนิพนธ์ที่แต่ละบรรทัดไม่ได้บอกตรง ๆ แต่ค่อย ๆ พาเราไปเจอความรู้สึกบางอย่างในใจ”

ในกระบวนการออกแบบ ทีมผู้ออกแบบไม่ได้คิดถึงแค่พื้นที่ใช้สอย แต่คิดถึง ‘จังหวะ’ ของการเคลื่อนที่ การเดินเข้าไป การหายใจ การหยุดดูบางมุม หรือการเดินเลี้ยวผ่านบางช่องแสง เส้นทางพวกนี้มันคือบทกวี เป็นกวีที่ไม่ต้องใช้คำ แต่อยู่ในแสงเงา ในผิววัสดุ ในระยะห่างระหว่างผนังสองด้าน

อาคารหลังนี้เลยไม่ใช่สิ่งที่มองแล้วเข้าใจได้ทันที มันต้อง ‘เดิน’ ต้องใช้เวลา ต้องมีจังหวะในการค้นพบ ซึ่งเราในฐานะของผู้มาเยือน คิดว่ามันคือสิ่งที่ทำให้มนุษย์เชื่อมโยงกับสถาปัตยกรรมในระดับที่ลึกขึ้น เหมือนที่เรากลับไปอ่านบทกวีซ้ำ แล้วพบความหมายใหม่ ๆ ทุกครั้ง

ประตู ที่เปิดไปสู่ความทรงจำ

เจ้าของบ้านหลังนี้สะสมประตูโบราณไว้หลายบาน ทั้งจากอินเดีย จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจากช่างฝีมือในไทย ทีมผู้ออกแบบจึงมองว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่วัตถุตกแต่ง แต่มันคือ ‘เรื่องเล่า’ ที่รอจะถูกเล่าใหม่ในบริบทของบ้านหลังนี้

การวางประตูพวกนี้ไม่ได้วางตามความสวยงามอย่างเดียว แต่เราคุยกับเจ้าของว่า แต่ละบานมีที่มาอย่างไร เคยอยู่บ้านไหน หรือมีความหมายอะไร แล้วค่อยคิดว่ามันควรจะอยู่ตรงไหนในบ้าน เพื่อให้มันกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้งานจริง และเป็นบทสนทนาระหว่างอดีตกับปัจจุบัน

การวางผังที่เปิดพื้นที่ให้กับโอกาส

เส้นทางในบ้านถูกออกแบบให้พาผู้ใช้งานเคลื่อนไปเรื่อย ๆ อย่างไร้แบบแผนที่ตายตัว ไม่อาจเดาได้เลยว่าเส้นทางนี้จะพาไปสิ้นสุดที่ใด จนเมื่อได้เดินไปถึง เราจึงค่อย ๆ ค้นพบปลายทางของมันด้วยตัวเอง ความคาดไม่ถึงนั้นไม่ได้เกิดจากความซับซ้อนของทางเดิน หากแต่เกิดจากการจัดวางจังหวะ แสง เงา และวัสดุที่พาให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดทาง ราวกับการเดินอยู่ในบทกวีที่เล่าเรื่องแตกต่างกันในแต่ละบทตอน โดยมี “อิฐ” เป็นภาษาหลักของการบรรยาย

แทนที่จะออกแบบให้เป็นอาคารเดียว ทีมผู้ออกแบบกลับเลือกที่จะแตกฟังก์ชันออกเป็น 4 กลุ่มอาคารที่แยกจากกัน ทั้งโซนพักอาศัย แกลเลอรี่ ร้านอาหาร และคาเฟ่ เพื่อให้เกิด “คอร์ต” หรือพื้นที่สวนหลายจุด สร้างความหลากหลายทั้งในเชิงพื้นที่และความรู้สึก

บางคอร์ตมีต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ของคุณหมอ เป็นเหมือนจุดศูนย์กลางทางความทรงจำที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบัน ผนังอิฐในคอร์ตถูกใช้เป็นฉากรับเงาของใบไม้ที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงวัน กลายเป็นการบันทึกเรื่องราวของธรรมชาติในแต่ละช่วงเวลา

นอกจากนี้ การวางอาคารยังบิดแนวแกนให้เกิดการเปิดรับแสงในมุมที่หลากหลาย ไม่เพียงแค่เชิงกายภาพ แต่ยังเปรียบได้กับ “ทางเลือก” ทางนามธรรมในชีวิต ที่ผู้มาเยือนจะค่อย ๆ เดินผ่านและเลือกเส้นทางของตนเอง บางคนอาจเลือกขึ้นบันได บางคนอาจมองหาทางซ้ายหรือขวา และสุดท้ายอาจพบกันในบางจุด เหมือนชีวิตจริงที่ต่างคนมีที่มาแตกต่างกัน แต่บางเวลาก็มีโอกาสได้เจอกัน

จากบ้านที่มีของสะสมมากมาย สู่สถานที่ ที่สามารถแบ่งปันความทรงจำให้คนอื่นได้ Brick Journey กลายเป็นมากกว่าสถาปัตยกรรม มันคือพื้นที่ที่ทำหน้าที่บันทึก บอกเล่า และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ “เดินทาง” ไปในแบบของตน “เราไม่ได้ออกแบบเพียงเพื่อให้มันดูสวย แต่เราอยากให้คนที่มาเยือนได้สัมผัสว่า เขามีทางเลือก และระหว่างทางที่เขาเดิน มันสำคัญกว่าจุดหมายปลายทาง”

Brick Journey จึงเป็นการเดินทางที่ไม่ใช่ของเจ้าของบ้านเพียงคนเดียว แต่เป็นของทุกคนที่ก้าวเข้ามา…ในพื้นที่ซึ่งอิฐแต่ละก้อน บอกเล่าเรื่องราวของชีวิตอย่างเงียบงาม และเปิดโอกาสให้ทุกก้าวเดินกลายเป็นประสบการณ์ใหม่เสมอ

Project Name : Brick Journey
Architect Firm : Volume Matrix Studio
Type: Mixed Use/ Gallery
Area : 1500 sqm.
Location: Bangkok ,Thailand

Picture of Haemarat C.

Haemarat C.

สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย

Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading