Architectural Tower ปรัชญา และแนวคิดในการออกแบบสถาปัตยกรรมของหอคอยสูง

ทำไมมนุษย์จึงปรารถนาที่จะสร้างสิ่งปลูกสร้างบางสิ่งให้สูงชะลูดจากระดับสายตาขึ้นไป? 

ท่านผู้อ่านอาจเคยเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยว และเคยเจอสิ่งปลูกสร้างคล้ายหอคอยสูง ไม่ว่าจะเป็นหอคอยชมวิวบนภูเขา หอระฆังในเมืองเก่า สิ่งเหล่านี้เป็นโครงสร้างสถาปัตยกรรมแนวตั้งที่ดูแยกตัวจากบริบทโดยรอบ หอคอยเหล่านี้มักถูกสร้างขึ้นด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป บางแห่งเป็นโครงสร้างเพื่อการใช้งานเชิงฟังก์ชัน เป็นเส้นนำสายตาสู่ท้องฟ้า เป็นหอชมวิว บ้างก็อาจจะเพื่อสัญญะบางอย่าง บางแห่งเพื่อสื่อสารความหมายเชิงศิลปะ หรือทำหน้าที่เป็นแลนด์มาร์กของพื้นที่ 

Architectural Tower ในเชิงสถาปัตยกรรม คือโครงสร้างของสิ่งปลูกสร้างแนวตั้งที่มีลักษณะแบบสูงชะลูดคล้ายหอคอย ที่มีจุดประสง์การใช้งานอย่างใดอย่างหนึ่งแฝงอยู่ภายใน อย่างเช่น หอชมวิว พื้นที่สันทนาการ มิวเชียม หรือใช้งานเชิงพาณิชย์ ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงพื้นที่แนวสูงได้ด้วยทางสัญจรแนวตั้ง (Vertical Circulation)  อย่างเช่น บันได ลิฟต์ หรือทางลาด เพื่อเปิดมุมมองที่แตกต่างกันไป ในแต่ละระดับชั้นขณะสัญจรขึ้นด้านบน จากระดับสายตาที่ภาคพื้นดิน ค่อยๆไล่ความสูงขึ้นไป  ทุกสิ่งเบื้องล่างอย่างจะค่อยๆเล็กลง เราจะเริ่มเห็นหลังคาของสื่งปลูกสร้างโดยรอบ ยอดของต้นไม้ ไปจนถึงการเข้าไกล้ท้องฟ้ามายิ่งขึ้นและเห็นท้ศนียภาพแบบพาโนรามาในที่สุด 

การออกแบบหอคอยสูง เป็นการรวมศาสตร์หลายแขนง ทั้งสถาปัตยกรรม วิศวกรรมโครงสร้างและงานระบบ การออกแบบยั่งยืน และรวมถึงการออกแบบประสบการณ์ของผู้เยี่ยมชม โดยในขั้นตอนออกแบบ มีสิ่งที่ต้องคำนึงหลายปัจจัย ทั้งในเชิงกายภาพ ที่จะต้องสื่งสารความเป็นสุนทรียะและตอบโจทย์การใช้งาน การออกแบบฟาซาดที่ต้องสื่อความหมายเชิงสุนทรียะและความยั่งยืน

ในเชิงความปลอดภัยที่จะต้องออกแบบโครงสร้างของหอคอยให้มีแข็งแรงตามมาตรฐาน สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ อย่างเช่นแรงลมและแรงแผ่นดินไหว ระดับราวกันตกที่ต้องมีความสูงตามหลักมาตรฐาน ลูกตั้งลูกนอนบันไดที่ไม่ชันจนเกินไป เป็นต้น รวมถึงปัจจัยด้านความยั่งยืนที่จะต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและการลดการใช้พลังงาน อย่างเช่นการเสริมระบบพลังงานลมและแสงอาทิตย์ การกักเก็บน้ำฝน ตลอดจนการออกแบบตามหลักการระบายอากาศที่จะต้องออกแบบให้มีภาวะน่าสบายเข้ากับลักษณะภูมิอากาศของประเทศนั้นๆ  

อีกสิ่งที่มีความคัญต่อการการออกแบบหอคอยคือการคำนึงถึงของลักษณะของพื้นที่โดยรอบ อย่างเช่นความสูงและรูปทรงต้องสัมพันธ์กับบริบทเมืองหรือธรรมชาติรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบหอคอยใจกลางผังเมืองที่พลุกพล่าน หรือการออกแบบหอคอยท่ามกลางภูมิทัศน์ธรรมชาติที่แวดล้อมอยู่ อย่างเช่นชายทะเล กลางป่าเขตร้อน เนินเขา รวมถึงการศึกษาถึงข้อกำหนดต่างๆด้านสิ่งปลูกสร้างของของตำแหน่งที่ตั้ง ที่จะเป็นตัวกำหนดความสูง จำนวนชั้น และระยะร่น   อีกทั้งควรพิจารณาถึัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของพื้นที ลักษณะทางกายภาของหอคอยอาจล้อไปกับเส้นขอบฟ้า หรือสร้างจุดนำสายตาแห่งใหม่ให้กับเมือง ในขณะเดียวกันก็ควรแฝงไว้ด้วยความเคารพต่อ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ท้องถิ่น  

ก่อนที่จะไปพูดคุยเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมแบบหอคอยที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของบรรดาสถาปนิกบิ๊กเนม ทาง Dsign Something จะขอเล่าย้อนไปถึงแนวคิดเชิงปรัชญาของสถาปัตยกรมแนวตั้งในประวัติศาสตร์ และเกี่ยวกับเรื่องความเชื่อทางกายภาพของหอคอยสูง และความหมายเชิงสัญลักษณะที่สนใจมาให้ฟังกัน (และเป็นเรื่องน่าแปลกที่รูปแบบสถาปัตยกรรมหอคอยที่เกิดขึ้นในอดีต มักมีความเหมายในเชิง Negative) รวมถึง Iconic Tower ที่ปรากฏในฉากของภาพยนต์ ที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์อันลึกซึ้งและเป็นมากกว่าแค่โครงสร้างทางสถาปัตยกรรม 

แนวคิดเชิงปรัชญาในการออกแบบหอคอยมีมาตั้งแต่อดีตกาล ซึ่งเป็นแนวคิดในการสร้างประสบการณ์ทางสถาปัตยกรรมในแนวตั้ง การขึ้นไปยังจุดสูงสุดเปรียบเสมือนการก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์จากพื้นที่ภาคพื้นดินไปสู่มุมมองที่เหนือกว่าหรือการแสวงหาความเหนือธรรมดา  อย่างเช่น ตำนานการสร้างหอคอยบาเบล ที่ปรากฏในพระคำภีร์ ซึ่งเป็นการร่วมมือของมนุษย์ในการสร้างหอคอยสูงเทียบท้องฟ้าที่พยายามจะไปถึงพระเจ้า (หรือการเทียบเคียงพระเจ้า) เป็นการการสะท้อนความเชื่อของมนุษย์ที่จะพยายามควบคุมธรรมชาติและจักรวาล (หรือการสร้างยูโทเปีย)  

ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของหอคอยบาเบลจากบันทึกในพระคัมภีร์ไบเบิล มักถูกจินตนาการว่าเป็น หอคอยทรงกรวยเหลี่ยมขั้นบันได (Ziggurat) ขนาดมหึมา ซึ่งไม่ได้ระบุความสูงที่แท้จริงอย่างแน่ชัด เป็นลักษณะของสถาปัตยกรรมแบบเมโสโปเตเมีย ที่มีหลายชั้นลดหลั่นกันขึ้นไป และมีบันไดวนรอบภายนอก และมีฐานกว้างเพื่อรับน้ำหนักและความสมดุลของมุมแหลมขึ้นด้านบน วัสดุก่อสร้างระบุว่าใช้ อิฐที่เผาแล้วและ ยางมะตอยเป็นปูนยึด ซึ่งถือว่าก้าวหน้าสำหรับการก่อสร้างในยุคโบราณ  

อย่างไรก็ตาม แนวคิดการสร้างหอคอยเทียบฟ้านี้อาจถูกมองว่าเป็น ความเย่อหยิ่ง และความไม่จีรัง ซึ่งเป็นแนวคิดที่แพร่หลายในปรัชญากรีกโบราณ ว่าการท้าทายอำนาจสูงสุด (ในที่นี้คือพระเจ้า) มักนำไปสู่ความหายนะ ซึ่งแนวคิด ความสูง = ความศักดิ์สิทธิ์และความยิ่งใหญ่ ยังคงสะท้อนอยู่แนวคิดในสถาปัตยกรรมยุคหลัง รวมถึงสิ่งปลูกสร้างหอคอยที่ปรากฏในภาพยนต์อีกหลายเรื่อง มักมีความคล้ายคลึงกับหอคอยบาเบลกันในเชิงปรัชญา สัญลักษณ์ และแนวคิดเชิงสถาปัตยกรรม อย่างมีนัยยะสำคัญ 

อย่างเช่นในภาพยนต์เรื่อง The Lord of the Rings โดยนักเขียนบรมครู J.R.R. Tolkien ที่มีหอคอย Barad-dûr (หอคอยแห่งดวงตาของซอรอน) ที่เป็นหอคอยแห่งความมืดแนวตั้งสูงเสียดฟ้า มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบโกธิคผสมผสานตามจินตนาการของผู้เขียน มีดวงตาแห่งไฟคอยสอดแนมอยู่บนส่วนยอด ควบคุมบงการกองทัพฝ่ายมอร์ดอร์ เปรียบได้กับสัญลักษณ์ของอำนาจสูงสุดของฝ่ายศัตรูแห่งมิดเดิลเอิรธ์  หรือหอคอย Orthanc (หอคอยของซารูมาน) ที่เป็นหอคอยทีแสดงถึงความรู้แจ้ง มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบทึบตันที่มีดีเทล สูงชะลูด มีลานกว้างอยู่บนจุดสูงสุดของหอคอยไว้คอยบงการ ภายในแหล่งรวบรวมวิทยาการและเทคโนโลยี บริเวณรอบหอคอยเป็นแหล่งผลิตกองทัพออร์ก และที่สะท้อนถึงอำนาจทางการทหาร ที่แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านจากนักปราชญ์เป็นผู้นำเผด็จการของกองทัพไอเซนการ์ด 

หอคอยมืด ในเรื่อง The Dark Tower โดย Stephen King ที่เป็นหอคอยดำสูงตั้งอยู่แบบโดดเดี่ยว ซึ่งมีวัสดุกรอบกรอบอาคารที่ไม่ชัดเจน บางครั้งดูเหมือนเหล็ก บางครั้งเหมือนหิน (ตามฉากในภาพยนต์) ซึ่งจะเปลี่ยนตามความรับรู้ของผู้มองคล้ายกับ Surreal Architecture  หอคอยมืดเป็นศูนย์กลางของจักรวาล และสัญลักษณ์ของความจริงสูงสุดที่เชื่อมโยงโลกแบบมัลติเวิสข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นสัญญะที่ไม่ใช่แค่โครงสร้างหอคอยสูงทางกายภาพ แต่เป็นในเชิงจิตวิญญาณ รูปแบบของสถาปัตยกรรมอภิปรัชญา 

หอคอย (หรือประภาคาร) ในภาพยนต์เรื่อง Shutter Island ที่ดัดแปลงจากนิยายของ Dennis Lehane ซึ่งเป็นอาคารทรงกระบอก รูปทรงสูง โดดเด่น สร้างจากคอนกรีตและโลหะ มีบันไดเวียนนำขึ้นไปยังจุดสูงสุด ตั้งโดดเดี่ยวบนแหลมปลายเกาะเหสมือนเป็นหอสังเกตการณ์ทะเลที่เปรียบได้กับขอบเขตของความจริง บันไดวนที่นำตัวละครขึ้นไปสู่จุดสูงสุดผ่านสเปซที่ แคบ สูง และเวียน เสมือนเส้นทางในจิตใจ (ที่ติดอยู่กับความทรงจำที่เกิดขึ้นซ้ำๆ) เมือนถึงยอดของอาคารจะพบกับความจริงหรือความตื่นรู้ เป็นองค์ประกอบเชิงสถาปัตยกรรมที่ทรงพลังในเชิงสัญลักษณ์มาก 

นอกจากนี้สัญญะของหอคอยบาเบล ยังมีความเชื่อมโยงกับความหมายของไพ่ทาโรต์ The Tower  (ไพ่หมายเลข 16 แห่ง Major Arcana) ในลักษณะของหอคอยสูง ที่ตั้งตระหง่าน โดนฟ้าผ่าทำลาย และมีคนตกจากยอดหอคอย ที่เป็นสัญลักษณ์ของการล่มสลายของโครงสร้างเดิม จากการโดนฟ้าผ่า (สัญลักษณ์ของเทพ) เป็นการพังทลายทั้งโครงสร้างทางความคิด ความเชื่อ อัตตา หรือระบบอำนาจที่เคยมั่นคง หอคอยในเชิงปรัชญาจึงไม่ใช่เพียงสิ่งปลูกสร้างแนวตั้ง หากแต่เป็น ภาพสะท้อนของความคิด ความเชื่อ ของมนุษย์ในแต่ละยุคสมัย และอาจกล่าวได้ว่า หอคอย เป็น Typology ของการเข้าสู่สิ่งปลูกสร้างแนวตั้งที่สูงชุดลูดไปสู่จุดสูงสุดที่มนุษย์ถวิลหา 

กลับมาที่ในปัจจุบัน สิ่งปลูกสร้างในรูปแบบหอคอย Architectural Towerม่ได้มีสัญญะเชิง Negative เหมือนเช่นในอดีต ในทางกลับกัน โครงการออกแบบหอคอยสูงในหลายภูมิภาคของโลก ที่ออกแบบโดยสถานิกชื่อดัง มักเป็นป็น Iconic Architecture หรือแลนด์มาร์คประจำเมือง และยังเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว อาคารดังกล่าวมักมีฟังก์ชั่นการใช้งาที่ต่างกันตามแต่บริบทของพื้นที่ คำนึงถึงความยั่งยืน รวมถึงการออกแบบลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันตามที่ตั้งและลักษณะภูมิอากาศ และกลมกลืนกับบริบทแวดล้อมโดยรอบ 

เริ่มด้วยรูปแบบหอคอยสูงที่ถูกใช้งานเพื่อเป็นแลนด์มารคศิลปะของพื้นที่ ผนวกกับฟังกชั่นคล้ายกลับพื้นที่สันทนาการ อย่างเช่นหอชมวิว ใน Vitra Campus ที่เมือง Weil am Rhein ประเทศเยอรมัน ออกแบบโดยสถาปนิกและศิลปินชาวเยอรมัน Carsten Höller ในลักษณะของหอคอยสูง 30 เมตร ที่มีเสาโครงสร้างสามขาแบบเอียงที่ด้านบนเป็นจุดชมวิว และมีการติดตั้งสไลเดอร์แบบเกลียว บนยอดหอคอยซึ่งเป็นจุดที่เสาสามต้นมาบรรจบกัน มีนาฬิกาหมุนได้สูง 6 เมตร โดยได้ออกแบบให้กลมกลืนกับบริบทโดยรอบโดยใช้วัสดุสีเมทัลลิก โดย Carsten Höller ได้แสดงความเห็นว่าหอคอยนี้คือประติมากรรมศิลปะที่สามารถเข้าไปชมได้ และหอคอย Constellation ที่ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะ TANKO ในเมือง Mentougou กรุงปักกิ่ง

โดยกลุ่มสถาปนิก
People’s Architecture Office ในรูปแบบของหอคอยโครงสร้างท่อเหล็กกลมสีขาว ที่ประกอบด้วยแท่นทรงกลม 5 แท่นที่ค่อยๆ หดลงจากล่างขึ้นบน เรียงซ้อนกันเป็นเกลียวในระดับความสูงที่แตกต่างกันมีราวกันตกเพื่อความปลอดภัย ที่มีจุดมุ่งหมายใช้งานเป็นพื้นที่สันทนาการและการใช้งานแบบมัลติฟังก์ชั่นในรูปแบบอื่นๆ ที่เปรียบเสมือนชิ้นงานศิลปะชิ้นหนึ่ง

หอคอยเรือนเพาะชำ 1306 ที่เป็นโครงสร้างสถาปัตยกรรมชั่วคราว ที่จัดแสดงเป็นเวลา 10 เดือนใน Victory Square เมือง Timișoara ประเทศโรมาเนีย โดยกลุ่มสถาปนิก MAIO, Studio Nomadic และ Studio Peisaj  เป็นการสร้างโครงสร้างนั่งร้านแบบถอดประกอบได้แนวตั้งผสมผสานกับพื้นที่สีเขียวในรูปแบบของเรือนเพาะชำที่มีสเปซที่เป็นระเบียง รวมถึงฟังก์ชั่นการใช้งานที่ปรับเปลี่ยนได้อยู่ภายใน เป็นการแก้ปัญหาของเมืองที่ขาดพื้นที่สีเขียวในแนวราบ ซึ่งต้นไม้ในเรือนเพาะชำทุกต้น หลังจากหอคอยรื้อถอนจะถูกแจกจ่ายไปทำการเพาะปลูกต่อในเมือง โครงการนี้ยังส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพและมีส่วนสนับสนุนให้ระบบนิเวศในเมืองมีสุขภาพดีขึ้น  

หอคอย Twisting Tower and Spiral Station โดย HCCH studio ซึ่งเป็นสถานีฟื้นฟูระบบนิเวศ ตั้งตระหง่าอยู่บริเวณชายฝั่งชานเมืองเซี่ยงไฮ้ ในรูปแบบของโครงสร้างเหล็กสีขาว ที่มีฟาซาดลายคลื่นปกคลุมทั่วทั้งหอคอย คำนึงถึง ventilation และความปลอดภัยของผู้ใช้งาน มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นจุดสังเกตการณ์ในการการตรวจวัดการไหลของคาร์บอน การทำนายสภาพภูมิอากาศ การเตือนระดับน้ำทะเล และการวัดคุณภาพน้ำ ที่ไม่เพียงแต่ใช้เพื่อจุดประสงค์ทางระบบนิเวศเท่านั้น แต่ยังดึงดูดความสนใจของสาธารณชนต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมผ่านการแสดงออกทางภาพด้วยองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมอันสวยงาม 

หอคอยชมวิวและค้างคาวท่ามกลางผืนป่า Einderheide  เมือง Bergejik ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดย Next Architect เป็นหอคอยเฝ้าระวังสำหรับมนุษย์และสัตว์ ไม้สูง 26 เมตร ออกแบบมาเพื่อเป็นจุดสังเกตการณ์และสัมผัสป่าโดยรอบ โดยโครงสร้างแกนกลางเป็นบันไดวนที่ทำด้วยโครงสร้างเหล็ก และมีการออกแบบฟาซาดและเปลือกอาคารที่ทำด้วยโครงสร้างไม้เป็นหลักเพื่อให้ดูกลมกลืนกับธรรมชาติโดยรอบ มีการออกแบบช่องเปิดที่บากโค้งขนาดใหญ่ทำให้เกิดสเปซที่น่าสนใจภายใน เพื่อเป็นการเปิดมุมมองในการรับชมภูมิทัศน์โดยรอบและรับแสงและลมธรรมชาติ ที่ตั้งของหอคอยยังเหมาะสมกับการอยู่อาศัยของค้างคาวหลากหลายสายพันธุ์เนื่องจากตั้งอยู่ตามเส้นทางการบินของค้างคาว และมีการสร้างช่องและโพรงต่างๆ ไว้ตามระดับความสูงที่แตกต่างกันในโครงสร้างไม้เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตต่างๆ หอคอยแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็น Tourist Information ของพื้นที่ป่า Einderheide และจุดชมวิวในเวลาเดียวกัน 

สุดท้ายมาที่ประเทศไทย กับหอคอย Brick Elephant Observation Tower โดย Bangkok Project Studio เป็นสถาปัตยกรรมสูง 28 เมตร ที่ตั้งอยู่ในโครงการ Elephant World จังหวัดสุรินทร์ ออกแบบให้เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ช้าง และธรรมชาติ หอคอยนี้สร้างจากอิฐเผาที่ผลิตขึ้นจากดินในท้องถิ่นโดยชาวบ้านในพื้นที่ สื่อถึงกระบวนการสร้างที่ยั่งยืนและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ทางสถาปัตยกรรม โครงสร้างของหอคอยมีลักษณะโปร่งสูง มีช่องเปิดเพื่อรับแสงและลมธรรมชาติ สร้างสภาวะน่าสบายโดยไม่พึ่งระบบปรับอากาศ แนวคิดการออกแบบเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและการฟื้นฟูระบบนิเวศ

โดยออกแบบให้ผู้มาเยือนสามารถนำเมล็ดพันธุ์พืชขึ้นไปโปรยจากยอดหอคอย เพื่อให้ลมกระจายเมล็ดเหล่านั้นสู่พื้นป่าเบื้องล่าง เป็นสถาปัตยกรรมที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตท้องถิ่นกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเปิดพื้นที่ให้เกิดการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจใหม่ๆ ระหว่างคนกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้งและยั่งยืน
 

Reference 

  •  

 

Picture of Torpong Limlunjakorn

Torpong Limlunjakorn

ฟันเฟืองเล็กๆ ในระบบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบ ที่พยายามสื่อสารแนวคิดผ่านตัวหนังสือ วันว่างมักจะหนีไปหายใจที่ใต้ทะเล เงียบๆ คนเดียว
Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading