Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
เมื่อ Zaha Hadid Architects ปั้นเมืองใหม่ และมอบสถาปัตยกรรมพื้นที่สีเขียว ‘โอเอซิส’ มาเป็นหัวใจ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิต แห่งอนาคตให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ในโลกของสถาปัตยกรรม มีไม่กี่ครั้งที่เราจะได้เห็นเมืองทั้งเมือง ถูกปั้นขึ้นจากแรงบันดาลใจที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังอย่างเนินทรายที่ถูกลมพัดผ่าน แต่ Zaha Hadid Architects (ZHA) กำลังทำให้ภาพนั้นเกิดขึ้นจริง กับมาสเตอร์แพลนล่าสุด Khalid Bin Sultan City ในชาร์จาห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
โครงการ Mega Project นี้ตั้งอยู่ติดกับอาคารสำนักงานใหญ่ BEEAH Headquarters ผลงานชิ้นเอกของ ZHA ที่เพิ่งสร้างเสร็จไปก่อนหน้า โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงสถาปัตยกรรมที่ลื่นไหลและพริ้วไหวของอาคารดังกล่าว ซึ่งถอดแบบมาจากเนินทรายที่ถูกลมพัดผ่านกลางทะเลทราย
เมืองใหม่แห่งนี้ถูกวางให้เป็นย่านธุรกิจและการออกแบบ ประกอบด้วยย่านที่อยู่อาศัย 7 แห่งที่เชื่อมต่อถึงกันด้วยทางเดินในร่มเงา และมี “โอเอซิสกลางเมือง” ความยาวกว่า 2 กิโลเมตรเป็นแกนกลางหลัก สามารถเดินเชื่อมถึงกันได้ภายใน 5 นาที พื้นที่ส่วนกลางเหล่านี้จะเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับชุมชน เป็นจุดนัดพบและพื้นที่สันทนาการที่สำคัญ เช่น มัสยิด ศูนย์วัฒนธรรม และสนามกีฬาในร่ม นอกจากนี้ แผนแม่บทดังกล่าวยังรวมถึงพื้นที่บ่มเพาะสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Sector) ควบคู่ไปกับพื้นที่จัดแสดงทางวัฒนธรรมอีกหลากหลายแห่ง
แนวทางการวาง Masterplan จะทอดยาวจากย่านธุรกิจ BEEAH ลงมาทางใต้ ผ่านใจกลางเมืองในลักษณะเป็นแนวยาว มีความกว้างแคบสลับกันไป เกิดเป็นพื้นที่สีเขียวและภูมิทัศน์ที่สวยงาม พื้นที่สีเขียวนี้ทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่พักผ่อนและจุดรวมตัวของชุมชน ประกอบด้วยลู่วิ่งและเลนจักรยานในร่มเงา สวนประติมากรรม สระน้ำสำหรับสัตว์ป่า คาเฟ่ ร้านอาหาร และพื้นที่เพื่อสุขภาพ (Wellness Areas) ถนนสายหลักที่ร่มรื่นด้วยทิวไม้และระเบียงที่เชื่อมต่อกับอาคารที่พักอาศัย จะเปิดมุมมองให้ผู้คนได้เห็นทิวทัศน์ของโอเอซิส และเชื่อมต่อผู้อยู่อาศัยเข้ากับแกนกลางสีเขียวแห่งนี้
มาสเตอร์แพลนนี้ตั้งอยู่บนหลักการที่ว่า การวางผังเมืองโดยมีรถยนต์เป็นศูนย์กลาง (Car-Centric) เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อุณหภูมิในเมืองสูงขึ้น ดังนั้น โครงการจึงให้ความสำคัญสูงสุดกับการเดินเท้า (Walkability) โดยออกแบบทางเดินให้ร่มรื่นด้วยต้นไม้พื้นถิ่นและพืชพรรณต่างๆ รวมถึงการออกแบบส่วนหน้าของอาคาร (Façade) ให้เป็นแบบเว้าลึกและมีแนวเสาเพื่อสร้างร่มเงาให้กับการใช้ชีวิต Outdoor ของผู้คนอีกด้วย
ในด้านการจัดวางภูมิทัศน์ Landscape ได้รับการออกแบบอย่างมีกลยุทธ์เพื่อช่วยลดอุณหภูมิพื้นผิวและส่งเสริมให้เกิดการใช้ชีวิตนอกอาคารที่สบายตลอดทั้งปี กลยุทธ์ที่ตอบสนองต่อสภาพภูมิอากาศนี้ยังถูกเสริมด้วยทางเดินในร่มเงาที่เชื่อมต่อถึงกันและพื้นที่นั่งเล่นกลางแจ้ง เพื่อกระตุ้นให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้าน
ในขณะเดียวกัน เมืองชาร์จาห์เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งศิลปะและวัฒนธรรม ที่มีโครงการสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ เกิดขึ้นอีกมากมาย เช่น HWKN ที่เปิดตัวแผนแม่บทสำหรับย่านใหม่โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการออกแบบ, โครงการ Jawaher Boston Medical District โดย Renzo Piano Building Workshop (RPBW) และมัสยิดชาร์จาห์ (Sharjah Mosque) ที่ออกแบบโดย MJU Engineering Consultancy นอกจากนี้ ชาร์จาห์ยังเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน Sharjah Architecture Triennial ครั้งที่ 3 ในปี 2026 อีกด้วย
#Details หลายคนเมื่อเห็นโครงการนี้แล้ว ก็อดเปรียบเทียบกับโครงการอย่าง THE LINE ของซาอุดีอาระเบียไม่ได้ เพราะทั้งสองต่างเป็นวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของเมืองในทะเลทรายที่กล้าหาญและยิ่งใหญ่เหมือนกัน
แต่หากมองให้ลึกลงไป จะพบว่าทั้งสองโครงการเลือกเดินในเส้นทางที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง โครงการของ Zaha Hadid Architects ในชาร์จาห์ คือ วิวัฒนาการของเมืองที่น่าอยู่ โดยนำแนวคิดเรื่องการเดินเท้า (Walkability) ชุมชนที่ใกล้ชิด และพื้นที่สีเขียวอย่าง ‘โอเอซิส’ มาเป็นหัวใจ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในรูปแบบที่กลมกลืนกับธรรมชาติ
ในขณะที่ THE LINE คือการปฏิวัติที่ต้องการฉีกทุกกฎเกณฑ์เดิม มันคือเมืองเส้นตรงยาว 170 กม. สูงกว่า 500 เมตร ที่เดิมพันกับสถาปัตยกรรมขนาดมหึมาและเทคโนโลยีสุดล้ำ เพื่อสร้างอารยธรรมรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
สรุปสั้นๆ เพื่อชี้ให้เห็นถึงข้อแตกต่างคือ Khalid Bin Sultan City ของ ZHA คือความฝันถึงเมืองที่น่าอยู่ซึ่งมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ส่วน THE LINE ก็คือความฝันถึงโลกใบใหม่ ที่มีเทคโนโลยีเป็นผู้ขับเคลื่อน
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance