Walden 7 บ้านหลังใหญ่แห่งการเริ่มต้นใหม่
เสริมกำลังใจให้ผู้ด้อยโอกาสผ่านสถาปัตยกรรม

สำหรับการออกแบบอาคารที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย นอกเหนือจากการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยขั้นพื้นฐานแล้ว คงจะเป็นเรื่องดีไม่น้อยหากบ้านใหม่หลังนี้จะสามารถเป็นที่พักพิงทางใจ สร้างความหวัง และเสริมความมั่นใจให้แก่ผู้อาศัยได้ “เราจะสามารถทำให้ผู้อาศัยรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าได้อย่างไร?” กลายเป็นหนึ่งในโจทย์ที่น่าขบคิดสำหรับสถาปนิกไม่แพ้กัน ไม่ไกลจากเมืองบาร์เซโลนามีอาคารที่ละม้ายคล้ายป้อมปราการสีแดง Walden 7 อาคารซึ่งเป็นตัวแทนของโครงการพัฒนาเมืองที่ทะเยอทะยานมากที่สุดแห่งหนึ่งของยุคสมัย ผลงานของสถาปนิกชาวสเปนผู้ล่วงลับ ริการ์ดู บูฟิลย์ ผู้เชื่อมั่นว่าสถาปัตยกรรมสามารถเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนได้นั่นเอง

บูฟิลย์ สถาปนิกผู้ไม่เคยหยุดนิ่ง

เพื่อให้เข้าใจแนวคิดเบื้องหลังงานออกแบบของเขา เราขอย้อนกลับไปทำความรู้จักกับสถาปนิกสไตล์โพสต์โมเดิร์นที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดท่านหนึ่งของยุค ริการ์ดู บูฟิลย์ เลวี (Ricardo Bofill Leví, ค.ศ. 1939-2022) บูฟิลย์เติบโตในครอบครัวศิลปิน บิดาเป็นทั้งสถาปนิกและนักพัฒนาอสังหาฯ ส่วนมารดามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมวัฒนธรรมกาตาลันในช่วงหลังสงคราม นอกจากนี้น้องสาวของบูฟิลย์ก็มีความสามารถรอบด้านไม่แพ้กัน ประสบการณ์จากการเดินทางท่องเที่ยวในวัยเยาว์มีส่วนหล่อหลอมมุมมองด้านสถาปัตยกรรมของบูฟิลย์อย่างลึกซึ้งโดยเฉพาะงานช่างท้องถิ่นของกาตาลุญญา (Catalan Craftsmanship) และผลงานของอันตอนี เกาดี (Antoni Gaudi, ค.ศ.1852-1926)

เพื่อสานต่อธุรกิจก่อสร้างของบิดา ในปี 1963 บูฟิลย์ร่วมกับเพื่อนหลากสาขา ทั้งวิศวกร นักเขียน นักปรัชญา และนักคณิตศาสตร์ จับมือร่วมก่อตั้งสตูดิโอออกแบบภายใต้ชื่อ Taller de Arquitectura (ในภาษาสเปนแปลว่า Architecture Workshop) ณ เมืองบาร์เซโลนา ผลงานของสตูดิโอสะท้อนแนวคิดก้าวหน้าล้ำยุคโดยเฉพาะความพยายามปฏิรูปแนวทางอยู่อาศัยเพื่อแก้ปัญหาสังคม โดยยังคงรูปลักษณ์ที่อิงจากบริบทโดยรอบ สู่การออกแบบอาคารอยู่อาศัยที่ยืดหยุ่นไม่ผูกติดกับรูปแบบครอบครัวเดียวชนชั้นกลางทั่วไป แนวคิดนี้เองกลายเป็นรากฐานให้กับโครงการอย่าง Walden 7 ที่ท้าทายกรอบความคิดเรื่อง ‘บ้าน’ ในฐานะของพื้นที่ส่วนตัวที่มีความเป็นสาธารณะในตัวเอง

งานออกแบบในสมัยแรกๆของเขาได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมท้องถิ่นกาตาลุญญา โดยใช้วัสดุที่เรียบง่ายและรูปทรงสามมิติซับซ้อนและผิวอาคารซึ่งตกแต่งอย่างประณีต ผลงานของ Taller de Arquitectura เริ่มมีชื่อเสียงจากผลงานช่วงต้นทศวรรษ 1970 เช่น Xanadu (1967), Walden 7 (1975), Kafka Castle (1968), Red Wall (1972) โดยใช้โมดูลเรขาคณิตมาปิดล้อมสร้างสเปซที่ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน แนวทางออกแบบที่คำนึงถึงบริบทและอัตลักษณ์พื้นถิ่นภายหลังถูกเรียกว่า ภูมิภาคนิยมเชิงวิพากษ์ (Critical Regionalism)

ป้อมปราการแดง

Walden 7 สร้างขึ้นในปี 1975 เป็นโครงการนำร่องสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อสังคมในงบประมาณจำกัดบนที่ดินซึ่งเคยเป็นโรงงานซีเมนต์ เดิมทีโครงการนี้มีแผนสร้างทั้งหมดแปดอาคารเพื่อเป็นย่านที่อยู่อาศัยล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียว แต่เนื่องจากแนวคิดทางสังคมที่แฝงอยู่ขัดแย้งกับระบอบฟรังโกโครงการจึงถูกระงับ เหลือเพียงอาคารหลังเดียวที่สร้างเสร็จ แม้ไม่สมบูรณ์ตามแผนที่วางไว้ แต่อาคารวัลเดนเซเว่นก็สามารถนำเสนอมุมมองต่อสถาปัตยกรรมของบูฟิลย์ออกมาได้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะทฤษฎีการออกแบบจาก Towards a formalization of the city in space (1968) ของบูฟิลย์ซึ่งว่าด้วยรูปแบบของเมืองในแนวตั้ง เชื่อมโยงยูนิตอยู่อาศัยเข้าด้วยกันอย่างยืดหยุ่น และส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ทางสังคม วัลเดนเซเว่นจึงไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัยแต่เรียกว่าเป็นภาพสะท้อนเมืองในอุดมคติของบูฟิลย์ก็ว่าได้

รูปลักษณ์ภายนอกของวัลเดนเซเว่นมีลักษณะคล้ายป้อมปราการ สูง 14 ชั้นประกอบด้วยทาวเวอร์ 18 หลัง เรียงตัวเหลื่อมกันเป็นกลุ่มก้อนอาคารรูปวงรีหลายชั้น ล้อมรอบคอร์ทยาร์ด 5 แห่ง อาคารประกอบด้วยยูนิตอยู่อาศัย (Cells) กว่า 446 เรียงตัวเป็นรูปทรงสามมิติคล้ายรังผึ้งหรือเมืองขนาดย่อม วัลเดนเซเว่นมีพื้นที่ใช้สอย 31,140 ตร.ม. ปัจจุบันมีผู้อาศัยนับพันคน 

เรียงเหลื่อมซ้อนล้อมสเปซ

วัลเดนเซเว่นเป็นหนึ่งในอาคารที่สะท้อนแนวคิด Modular Housing ออกมาได้อย่างชัดเจน โดยบูฟิลย์ใช้ “เซลล์” หรือยูนิตที่อยู่อาศัยขนาดเพียงพอสำหรับหนึ่งคน (ประมาณ 30 ตร.ม., 5.3 x 5.3 x 2.5 ม.) เป็นหน่วยพื้นฐานในการออกแบบ โมดูลเหล่านี้สามารถนำมาต่อกันได้หลากหลายรูปแบบตามความต้องการ ตั้งแต่ห้องสตูดิโอสำหรับหนึ่งคน ไปจนถึงดูเพล็กซ์สองชั้นจากสี่โมดูลประกอบกัน โดยไม่ยึดติดกับขนาดครอบครัวเดี่ยวแบบอาคารที่อยู่อาศัยทั่วไป แนวคิดนี้สะท้อนจุดยืนของบูฟิลย์ในแง่ ปัจเจกนิยมและการใช้ชีวิตอย่างยืดหยุ่นของบูฟิลย์ ได้อย่างเป็นระบบ

เซลล์แต่ละเซลล์ถูกจัดวางในสามมิติเกิดเป็นรูปทรงอาคารที่ซับซ้อนและน่าตื่นตา โดยยูนิตแต่ละชั้นถูกเรียงซ้อนเหลื่อมกันล้อมรอบคอร์ทยาร์ดห้าแห่งซึ่งเป็นหัวใจของการจัดวางพื้นที่สาธารณะของวัลเดนเซเว่น สะพานลอยฟ้า ระเบียง และโถงทางเดินถูกวางให้ทับซ้อนตัดสลับกันในแนวตั้ง คล้ายกับเขาวงกตสร้างทิวทัศน์ที่หลากหลายเปิดมุมมองสู่ทั้งภายนอกและภายในอาคาร ทางเข้าของแต่ละยูนิตยังมีความแตกต่างกันเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว ขณะที่หน้าต่างทรงกระบอกสูงยื่นออกจากฟาซาดช่วยสร้างจังหวะและมิติให้กับผิวอาคาร พร้อมเชื่อมโยงบรรยากาศภายในสู่ทัศนียภาพรอบนอกออกมาได้อย่างน่าสนใจ 

คฤหาสน์คนจน สถาปัตยกรรมเสริมกำลังใจ

วัลเดนเซเว่นลบภาพจำของอาคารที่อยู่อาศัยเพื่อสังคมแบบเดิมๆ ด้วยแนวคิดที่แตกต่างและความใส่ใจในรายละเอียดสะท้อนออกมาในงานสถาปัตยกรรมที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ องค์ประกอบต่างๆถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อกลุ่มคนที่มักถูกสังคมมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ห้องประชุม ห้องสันทนาการ บาร์ ร้านอาหาร ไปจนถึงสระว่ายน้ำสองแห่งที่ชั้นดาดฟ้า ภายในแต่ละยูนิตมีห้องน้ำพร้อมห้องอาบน้ำ พื้นที่รับประทานอาหาร เฟร์นิเจอร์ตู้เก็บของครบครัน สิ่งอำนวยความสะดวกในที่อยู่อาศัยราคาประหยัดแห่งนี้ไม่ต่างอะไรจากอพาร์ทเมนต์ราคาแพงเลยทีเดียว 

วัลเดนเซเว่นตกแต่งด้วยสีสันสดใสตามอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมกาตาลุญญา ฟาซาดภายนอกทาด้วยสีแดงอิฐ ตัดกับผนังล้อมรอบคอร์ทยาร์ดด้านในซึ่งเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ทั้งสีน้ำเงิน สีม่วง และสีเหลือง ส่วนทางเข้าอาคารถูกออกแบบให้มีลักษณะสูงเรียว แสงที่ลอดผ่านช่องเปิดสาดเข้าสู่คอร์ทยาร์ดกลางอาคารสร้างบรรยากาศให้ดูโอ่อ่าราวกับซุ้มประตูวังหรือวิหาร เสริมความภาคภูมิใจให้กับผู้อาศัยทุกครั้งเมื่อเดินผ่าน วัลเดนเซเว่นเป็นภาพแทนความหวังที่บอกว่าอาคารแห่งนี้พร้อมเปิดรับสู่อนาคตที่ดีกว่า ไม่ว่าจะมาจากสภาพแวดล้อมใดหรือมีฐานะใดก็ตาม

บูฟิลย์ใฝ่ฝันจะให้วัลเดนเซเว่นเป็นมากกว่าเพียงสิ่งปลูกสร้างธรรมดา แต่เป็นหมุดหมายทางความคิดที่ท้าทายแนวคิดเดิมอย่างระบบทุนนิยม โครงสร้างครอบครัวเดี่ยว หรือแม้กระทั่งเรื่องกรรมสิทธ์ส่วนบุคคล ด้วยการให้อาคารบริหารจัดการโดยผู้อาศัยและถือครองทรัพย์สินร่วมกัน ไม่ขึ้นตรงต่อบุคคลหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งโดยเฉพาะ องค์ประกอบต่าง ๆ ของวัลเดนเซเว่นแสดงให้เห็นว่างานออกแบบสามารถยืนยันในคุณค่าความเป็นมนุษย์ พร้อมวาดฝันเมืองที่เท่าเทียม เปี่ยมไปด้วยความหวัง และเป็นพลังในการขับเคลื่อนวิถีชีวิตใหม่ให้กับสังคมเมือง

References

20th Century Architecture. (n.d.). RICARDO BOFILL. Retrieved from https://architecture-history.org/architects/architects/BOFILL/biography.html

Arce, R. Á., Rodriguez, J. M., & Desvaux, N. G. (2020). Building the Walden 7. The Model as Patrimony of the Design Process. Springer Series in Design and Innovation 6 Graphical Heritage Volume 2 -Representation, Analysis, Concept and Creation, 6. Springer. Retrieved from https://www.academia.edu/43262923/Building_the_Walden_7_The_Model_as_Patrimony_of_the_Design_Process

Bofill, R. (n.d.). Rediscovering the world of celebrated architect Ricardo Bofill. (M. Figueroa, Interviewer) Retrieved from http://www.walden7.com/wp-content/uploads/HU20_07_RicardoBofill_NachoAlegre-1.pdf

Gili, G. (n.d.). Architect: Ricardo Bofill. Polytechnic University of Catalonia. Retrieved from https://pab.pa.upc.edu/ca/pdfs/walden.pdf

Moragas, T. L. (n.d.). Walden-7, Barcelona. Architecture and Urban Design Lab. Retrieved from http://urbandesignstudio.net/assets/walden-7%2C-barcelona%2C-spain_taru-lindberg—maria-moragas.pdf

Naja, R. (2020, April). Architecture Classics: Walden 7 / Ricardo Bofill. archdaily. Retrieved from https://www.archdaily.com/332142/ad-classics-walden-7-ricardo-bofill

Wagner, K. (2022, Jauary). Remembering Ricardo Bofill, Architect of Otherworldly Social Housing. CURBED. Retrieved from https://www.curbed.com/2022/01/ricardo-bofill-obituary-social-housing.html

โปทอง, ว. (2021, October). The Blue Men of the Sahara: เสรีชนในผ้าคลุมสีคราม แห่งทะเลทรายซาฮารา. KiNd. Retrieved from https://kindconnext.com/kindcult/the-blue-men-of-the-sahara/

Picture of Panon Sooksompong

Panon Sooksompong

สถาปนิกที่หลงใหลในการค้นคว้าสู่นักเขียนผู้ถ่ายทอดเรื่องราว จากกองหนังสือที่เอามารองนอน ตอนนี้ได้ฤกษ์จะถูกหยิบมาเปิดอ่านไปพร้อมกัน
Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading