Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
บ้าน มักเริ่มต้นจากความฝันของใครคนหนึ่ง แต่เมื่อบ้านหลังหนึ่งมี เจ้าของสองคนที่มีความชอบไม่เหมือนกัน ความฝันจึงไม่ใช่เส้นตรง ในจุดต่างเหล่านี้ ความขัดแย้งไม่ได้กลายเป็นปัญหา หากแต่เป็น จุดตั้งต้นของการออกแบบ งานนี้จึงไม่ใช่การเลือกข้าง แต่คือการ “ผสาน” อย่างมีชั้นเชิง เพื่อออกแบบบ้านที่ไม่ใช่บ้านของใครคนหนึ่ง แต่เป็น บ้านของพวกเขาทั้งคู่
ในซอยที่ดูธรรมดาบนถนนในกรุงเทพฯ มีบ้านหลังหนึ่งที่หากมองจากถนนจะเห็นเพียงเส้นสายที่เงียบขรึมของคอนกรีตและระแนงไม้เรียบเนี๊ยบ แต่หากได้เดินเข้าไปในบ้านหลังนี้ จะพบกับการเปลี่ยนผ่านของบรรยากาศ ความรู้สึก และประสบการณ์การใช้ชีวิตที่สถาปนิกตั้งใจให้เกิดขึ้นตั้งแต่ก้าวแรกของการออกแบบ
Back Flod House ชื่อที่สะท้อนการหันกลับไปสำรวจรากความเป็นตัวตนของผู้อยู่อาศัย แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นสถาปัตยกรรมที่ก้าวไปข้างหน้าทางความคิด มีบ้านหลังหนึ่งเกิดขึ้นจากคำถามธรรมดาที่ไม่ธรรมดา จะอยู่อย่างไรในที่ดินหน้ากว้างเพียง 14 เมตร ลึกกว่า 37 เมตร ซึ่งขนาบด้วยอาคารรอบด้านและหันหน้าไปทางทิศตะวันตก?
บทสนทนาของบ้านหลังหนึ่ง ที่ไม่ได้ส่งเสียงดัง ไม่ยื่นตัวออกไปข้างนอก ไม่แสดงตนด้วยภาษาสถาปัตยกรรมโอ่อ่า แต่เลือก “พับ” ตัวกลับ เพื่อสนทนากับสิ่งที่อยู่ภายในมากกว่าสิ่งที่อยู่ภายนอก การพับตัวกลับนี้ ไม่ใช่เพียงแนวคิดการออกแบบ แต่คือท่าทีของบ้านที่แสดงออกผ่านภาษาสถาปัตยกรรมอย่างสุภาพ และกลมกลืนคำว่า Backfold จึงไม่ได้หมายถึงการหันหลัง หากแต่คือการโอบล้อมพื้นที่ใช้ชีวิตด้วยเจตนาที่ชัดเจน เพื่อหันเข้าสู่ใจกลางของความสงบ ออกแบบโดย HAA Studio
ผลลัพธ์จากความดิบ และความเนี้ยบ
เริ่มต้นที่ฟาซาดหรือภาพด้านหน้าของอาคาร ซึ่งสื่อสารบุคลิกของบ้านได้ดีที่สุด ด้านล่างของตัวบ้านมีการเลือกใช้ คอนกรีตหล่อในที่ ที่ไม่ได้เพียงดิบแบบโชว์พื้นผิวธรรมชาติของปูน แต่มีความตั้งใจในร่องรอย จังหวะ และ Texture
ในขณะที่ชั้นบน กลับใช้วัสดุที่มีความเนี๊ยบเป็นระเบียบอย่าง ระแนงไม้เส้นตรงถี่ และผิววัสดุเรียบเนียน มาวางซ้อนกันบนคอนกรีตด้านล่างอย่างจงใจ เกิดเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่สื่อถึงสองขั้วความคิด ที่ไม่ใช่การประนีประนอม แต่คือการเชื่อมโยง
จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของบ้านหลังนี้คือการเล่นกับโครงสร้างแบบ (Cantilever) ทั้งในส่วนของกันสาด ระเบียง และชายคาที่ยื่นออกมาโดยไร้เสาอย่างจงใจ ไม่ใช่แค่เพื่อตอบโจทย์ด้านฟังก์ชัน เช่น บังแดดหรือรองรับมอเตอร์ไซค์ของเจ้าของบ้าน แต่ยังเป็นภาษาทางสถาปัตยกรรมที่เชื่อมมวลของบ้านสองชั้นเข้าไว้ด้วยกัน
การยื่นโครงสร้างยังกลายเป็นการนำสายตาไปยัง พื้นที่สีเขียวเล็ก ๆ ที่แทรกอยู่ในรอยต่อของวัสดุ ทั้งสวนแนวตั้งเล็ก ๆ หน้าบ้าน หรือแนวไม้เลื้อยบนระแนงที่เติมความนุ่มนวลให้กับคอนกรีต
พับเพื่อเปิด การออกแบบบ้านที่เน้นความสงบและความเป็นส่วนตัว
เมื่อก้าวผ่านฟาซาดที่ดูสงบและเป็นส่วนตัวเข้ามา จะพบกับความโปร่งโล่ง ที่ตัดกับภายนอกอย่างสิ้นเชิง
แกนกลางของบ้านคือ Double Space ที่เปิดตั้งแต่โถงรับแขกยาวไปถึงโซนรับประทานอาหารและแพนทรี ผนังคอนกรีตบางส่วนถูกเจาะเป็นช่องแสงที่จัดวางอย่างมีจังหวะ เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาโดยไม่ต้องพึ่งไฟหรือแอร์ในเวลากลางวัน
หัวใจของบ้านหลังนี้คือการ พับ และ เว้น ไม่ใช่เพื่อหลบเลี่ยง แต่เพื่อสร้างระยะห่างอันพอเหมาะกับพื้นที่ภายนอก สถาปนิกผู้ออกแบบเลือกให้พื้นที่ใช้สอยทั้งหมดหันหลังให้กับถนน แล้วเปิดตัวเองเข้าสู่แกนกลางของบ้าน
Courtyard กลางบ้านจึงไม่ได้เป็นแค่ช่องแสงหรือช่องลม แต่เป็นพื้นที่เงียบที่บ้านทุกฟังก์ชันหันหน้ามาหา ทำหน้าที่เป็น Buffer ศูนย์กลางของแสงธรรมชาติ เป็นแกนการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกภายในบ้าน ที่ถึงแม้จะเป็นบ้าน 3 ชั้น ทุกอย่างกลับจัดวางด้วยท่าทีของการ ถ่อมตน เลือกความสงบแทนแสงสี เลือกมุมมืดที่ร่มรื่นแทนความเปิดเผย
ความเป็น Double-Space ที่เชื่อมสายตาในแนวดิ่งระหว่างแต่ละชั้น เปิดโอกาสให้บ้านความโล่ง
ช่องเปิดในแนวตั้งหลายจุดทำให้ธรรมชาติสามารถซึมเข้าสู่ใจบ้านได้อย่างนุ่มนวล ทั้งแสง ลม เงา และเวลา พื้นที่ว่างจึงไม่ใช่ “ที่ว่าง” แต่เป็นกลไกของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติในระดับจังหวะชีวิตจริง
พับแบบเข้าใจ “พื้นที่” และ “เวลา”
อีกหนึ่งไฮไลท์ของ Backfold House ที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีใด ๆ ในการควบคุมอุณหภูมิอย่างเด่นชัด กลับอาศัยองค์ประกอบพื้นฐาน เช่น แนวร่มเงา ช่องเปิด หรือการจัดวาง Buffer ให้ทำหน้าที่แทนเครื่องปรับอากาศ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดการใช้พลังงาน แต่ยังสร้างบรรยากาศที่รู้สึกเป็นบ้านได้มากกว่าความรู้สึกของกล่องอาคาร
แม้อยู่อาศัยในเมือง บ้านหลังนี้กลับแทบ ไม่ต้องติดแอร์ในโซนหลัก ด้วยการวางทิศทางให้ช่องเปิดหันรับลมจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และใช้ Landscape รอบบ้านช่วยสร้าง (Microclimate) ให้ภายในบ้านเย็นสบายการเว้นที่ดินข้างบ้านไว้เพื่อเปิดสวน ทำให้เกิด การหมุนเวียนอากาศ (Ventilation) ตามธรรมชาติ ตลอดจนช่องว่างระหว่างอาคารที่รองรับการขยายในอนาคต หากเจ้าของบ้านจะซื้อที่ข้างเคียงเพิ่ม
Backfold House คือบ้านที่มองเห็นความสำคัญของบริบทไม่ฝืนที่ดิน ไม่ฝืนทิศ ไม่ฝืนธรรมชาติ รับฟังทุกองค์ประกอบอย่างถ่อมตน และออกแบบให้พอดีกับผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมเป็นบ้านที่ไม่ได้สร้างมาเพื่อสร้างความงามเพียงแค่ในภาพถ่าย แต่จะค่อย ๆ เผยความสุขในจังหวะของการอยู่อาศัยจริง
ในวันที่เมืองเรียกร้องให้เรายื่นตัวออกไปแข่งขัน บ้านหลังนี้กลับเลือกกลับหลังหันอย่างสง่างาม
เพื่อบอกเราว่า บ้านไม่จำเป็นต้องกล้าแสดงออก แต่ควรกล้าพอที่จะฟัง Backfold House ไม่ได้ออกแบบเพื่อเป็นแลนด์มาร์กแต่มันคือหมุดหมายเล็ก ๆ ของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างรู้จังหวะ รู้ความเงียบ และรู้ใจผู้อยู่อาศัย
Architect : HAA studio
Photographer : shootative
Landscape : Neramit Landscape
สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance