Backfold House บ้านที่พับเข้าหาแกนกลาง เพื่ออำพรางความสงบใต้แสงธรรมชาติ

บ้าน มักเริ่มต้นจากความฝันของใครคนหนึ่ง แต่เมื่อบ้านหลังหนึ่งมี เจ้าของสองคนที่มีความชอบไม่เหมือนกัน ความฝันจึงไม่ใช่เส้นตรง ในจุดต่างเหล่านี้ ความขัดแย้งไม่ได้กลายเป็นปัญหา หากแต่เป็น จุดตั้งต้นของการออกแบบ งานนี้จึงไม่ใช่การเลือกข้าง แต่คือการ “ผสาน” อย่างมีชั้นเชิง เพื่อออกแบบบ้านที่ไม่ใช่บ้านของใครคนหนึ่ง แต่เป็น บ้านของพวกเขาทั้งคู่

ในซอยที่ดูธรรมดาบนถนนในกรุงเทพฯ มีบ้านหลังหนึ่งที่หากมองจากถนนจะเห็นเพียงเส้นสายที่เงียบขรึมของคอนกรีตและระแนงไม้เรียบเนี๊ยบ แต่หากได้เดินเข้าไปในบ้านหลังนี้ จะพบกับการเปลี่ยนผ่านของบรรยากาศ ความรู้สึก และประสบการณ์การใช้ชีวิตที่สถาปนิกตั้งใจให้เกิดขึ้นตั้งแต่ก้าวแรกของการออกแบบ

Back Flod House ชื่อที่สะท้อนการหันกลับไปสำรวจรากความเป็นตัวตนของผู้อยู่อาศัย แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นสถาปัตยกรรมที่ก้าวไปข้างหน้าทางความคิด มีบ้านหลังหนึ่งเกิดขึ้นจากคำถามธรรมดาที่ไม่ธรรมดา จะอยู่อย่างไรในที่ดินหน้ากว้างเพียง 14 เมตร ลึกกว่า 37 เมตร ซึ่งขนาบด้วยอาคารรอบด้านและหันหน้าไปทางทิศตะวันตก?

บทสนทนาของบ้านหลังหนึ่ง ที่ไม่ได้ส่งเสียงดัง ไม่ยื่นตัวออกไปข้างนอก ไม่แสดงตนด้วยภาษาสถาปัตยกรรมโอ่อ่า แต่เลือก “พับ” ตัวกลับ เพื่อสนทนากับสิ่งที่อยู่ภายในมากกว่าสิ่งที่อยู่ภายนอก การพับตัวกลับนี้ ไม่ใช่เพียงแนวคิดการออกแบบ แต่คือท่าทีของบ้านที่แสดงออกผ่านภาษาสถาปัตยกรรมอย่างสุภาพ และกลมกลืนคำว่า Backfold จึงไม่ได้หมายถึงการหันหลัง หากแต่คือการโอบล้อมพื้นที่ใช้ชีวิตด้วยเจตนาที่ชัดเจน เพื่อหันเข้าสู่ใจกลางของความสงบ ออกแบบโดย HAA Studio

ผลลัพธ์จากความดิบ และความเนี้ยบ

เริ่มต้นที่ฟาซาดหรือภาพด้านหน้าของอาคาร ซึ่งสื่อสารบุคลิกของบ้านได้ดีที่สุด ด้านล่างของตัวบ้านมีการเลือกใช้ คอนกรีตหล่อในที่ ที่ไม่ได้เพียงดิบแบบโชว์พื้นผิวธรรมชาติของปูน แต่มีความตั้งใจในร่องรอย จังหวะ และ Texture

ในขณะที่ชั้นบน กลับใช้วัสดุที่มีความเนี๊ยบเป็นระเบียบอย่าง ระแนงไม้เส้นตรงถี่ และผิววัสดุเรียบเนียน มาวางซ้อนกันบนคอนกรีตด้านล่างอย่างจงใจ เกิดเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่สื่อถึงสองขั้วความคิด ที่ไม่ใช่การประนีประนอม แต่คือการเชื่อมโยง

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของบ้านหลังนี้คือการเล่นกับโครงสร้างแบบ (Cantilever) ทั้งในส่วนของกันสาด ระเบียง และชายคาที่ยื่นออกมาโดยไร้เสาอย่างจงใจ ไม่ใช่แค่เพื่อตอบโจทย์ด้านฟังก์ชัน เช่น บังแดดหรือรองรับมอเตอร์ไซค์ของเจ้าของบ้าน แต่ยังเป็นภาษาทางสถาปัตยกรรมที่เชื่อมมวลของบ้านสองชั้นเข้าไว้ด้วยกัน

การยื่นโครงสร้างยังกลายเป็นการนำสายตาไปยัง พื้นที่สีเขียวเล็ก ๆ ที่แทรกอยู่ในรอยต่อของวัสดุ ทั้งสวนแนวตั้งเล็ก ๆ หน้าบ้าน หรือแนวไม้เลื้อยบนระแนงที่เติมความนุ่มนวลให้กับคอนกรีต

พับเพื่อเปิด การออกแบบบ้านที่เน้นความสงบและความเป็นส่วนตัว

เมื่อก้าวผ่านฟาซาดที่ดูสงบและเป็นส่วนตัวเข้ามา จะพบกับความโปร่งโล่ง ที่ตัดกับภายนอกอย่างสิ้นเชิง
แกนกลางของบ้านคือ Double Space ที่เปิดตั้งแต่โถงรับแขกยาวไปถึงโซนรับประทานอาหารและแพนทรี ผนังคอนกรีตบางส่วนถูกเจาะเป็นช่องแสงที่จัดวางอย่างมีจังหวะ เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาโดยไม่ต้องพึ่งไฟหรือแอร์ในเวลากลางวัน

หัวใจของบ้านหลังนี้คือการ พับ และ เว้น ไม่ใช่เพื่อหลบเลี่ยง แต่เพื่อสร้างระยะห่างอันพอเหมาะกับพื้นที่ภายนอก สถาปนิกผู้ออกแบบเลือกให้พื้นที่ใช้สอยทั้งหมดหันหลังให้กับถนน แล้วเปิดตัวเองเข้าสู่แกนกลางของบ้าน

Courtyard กลางบ้านจึงไม่ได้เป็นแค่ช่องแสงหรือช่องลม แต่เป็นพื้นที่เงียบที่บ้านทุกฟังก์ชันหันหน้ามาหา ทำหน้าที่เป็น Buffer ศูนย์กลางของแสงธรรมชาติ เป็นแกนการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกภายในบ้าน ที่ถึงแม้จะเป็นบ้าน 3 ชั้น ทุกอย่างกลับจัดวางด้วยท่าทีของการ ถ่อมตน เลือกความสงบแทนแสงสี เลือกมุมมืดที่ร่มรื่นแทนความเปิดเผย

ความเป็น Double-Space ที่เชื่อมสายตาในแนวดิ่งระหว่างแต่ละชั้น เปิดโอกาสให้บ้านความโล่ง
ช่องเปิดในแนวตั้งหลายจุดทำให้ธรรมชาติสามารถซึมเข้าสู่ใจบ้านได้อย่างนุ่มนวล ทั้งแสง ลม เงา และเวลา พื้นที่ว่างจึงไม่ใช่ “ที่ว่าง” แต่เป็นกลไกของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติในระดับจังหวะชีวิตจริง

พับแบบเข้าใจ “พื้นที่” และ “เวลา”

อีกหนึ่งไฮไลท์ของ Backfold House ที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีใด ๆ ในการควบคุมอุณหภูมิอย่างเด่นชัด กลับอาศัยองค์ประกอบพื้นฐาน เช่น แนวร่มเงา ช่องเปิด หรือการจัดวาง Buffer ให้ทำหน้าที่แทนเครื่องปรับอากาศ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดการใช้พลังงาน แต่ยังสร้างบรรยากาศที่รู้สึกเป็นบ้านได้มากกว่าความรู้สึกของกล่องอาคาร

แม้อยู่อาศัยในเมือง บ้านหลังนี้กลับแทบ ไม่ต้องติดแอร์ในโซนหลัก ด้วยการวางทิศทางให้ช่องเปิดหันรับลมจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และใช้ Landscape รอบบ้านช่วยสร้าง (Microclimate) ให้ภายในบ้านเย็นสบายการเว้นที่ดินข้างบ้านไว้เพื่อเปิดสวน ทำให้เกิด การหมุนเวียนอากาศ (Ventilation) ตามธรรมชาติ ตลอดจนช่องว่างระหว่างอาคารที่รองรับการขยายในอนาคต หากเจ้าของบ้านจะซื้อที่ข้างเคียงเพิ่ม

Backfold House คือบ้านที่มองเห็นความสำคัญของบริบทไม่ฝืนที่ดิน ไม่ฝืนทิศ ไม่ฝืนธรรมชาติ รับฟังทุกองค์ประกอบอย่างถ่อมตน และออกแบบให้พอดีกับผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมเป็นบ้านที่ไม่ได้สร้างมาเพื่อสร้างความงามเพียงแค่ในภาพถ่าย แต่จะค่อย ๆ เผยความสุขในจังหวะของการอยู่อาศัยจริง

ในวันที่เมืองเรียกร้องให้เรายื่นตัวออกไปแข่งขัน บ้านหลังนี้กลับเลือกกลับหลังหันอย่างสง่างาม
เพื่อบอกเราว่า บ้านไม่จำเป็นต้องกล้าแสดงออก แต่ควรกล้าพอที่จะฟัง Backfold House ไม่ได้ออกแบบเพื่อเป็นแลนด์มาร์กแต่มันคือหมุดหมายเล็ก ๆ ของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างรู้จังหวะ รู้ความเงียบ และรู้ใจผู้อยู่อาศัย

Architect : HAA studio
Photographer : shootative
Landscape : Neramit Landscape

Picture of Haemarat C.

Haemarat C.

สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย

Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading