“ด่านเกวียน” มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปี เดิมทีเป็นจุดพักของคาราวานเกวียนที่เดินทางค้าขายระหว่างภาคอีสานและภาคกลาง จากจุดเชคอินการเดินทาง แปรสภาพเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาโคราชที่มีชื่อเสียงระดับประเทศด้วยรูปแบบ สี ลวดลาย ด้วยเนื้อดินที่มีสีแดงเข้ม แข็งแรง ทนไฟ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถขึ้นรูปเป็นของตกแต่งของใช้ได้หลากหลาย คราฟท์ลวดลายศิลป์ท้องถิ่นผสมความร่วมสมัย เครื่องปั้นด่านเกวียนมีทั้งแบบโบราณดั้งเดิม หม้อไห กระถาง และแบบร่วมสมัยสไตล์โมเดิร์น เป็นรูปปั้นสัตว์ ตุ๊กตา ของตกแต่งบ้าน
น้ำตาลแดง เนื้อเหนียว ทนทาน ต้องด่านเกวียน คือภาพจำที่คนท้องถิ่นภูมิใจ เป็นแม่เหล็กดึงดูดคนต่างถิ่นให้แวะเวียนที่ด่านเกวียนนานหลายสิบปี ภาพจำนี้กำลังจะถูกตีความเสียใหม่ให้เป็นภาพจริง ในรูปแบบที่ต่างออกไป ผ่านผลงาน The Terracotta Cafe ในสไตล์ลายเส้นของทีมออกแบบ Studio Bewell ประจำการอยู่ที่โคราช มาติดตามกันว่างานออกแบบจะสร้างภาพจริงที่น่าจดจำให้ธุรกิจได้ยังไง ในคอลัมน์ design for business
เรื่องเล่าชาวโคราช
เดิมทีมีร้านอาหารชื่อ ชายทุ่ง ที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจของเจ้าของร้าน เริ่มต้นจากพื้นที่เล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศสไตล์บ้านนาริมน้ำ เคียงข้างผู้คนท้องถิ่นแบบเข้าใจง่าย เลือกใช้ของดีราคาน่ารัก ร้านอาหารแห่งนี้ค่อย ๆ เติบโตขึ้นพร้อมกับจำนวนลูกค้าที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย จนถึงวันที่ต้องขยับขยายเพื่อให้เพียงพอต่อผู้มาเยือน
โจทย์จึงเกิดขึ้นแบบเรียบง่ายแต่ท้าทาย จะต้องสร้างพื้นที่อีกแห่งหนึ่งเพื่อให้ผู้คนได้มีที่พักคอยในบรรยากาศผ่อนคลายขึ้น พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มจากเมนูเดิม เพิ่มเติมด้วยของหวานอีกเล็กน้อย แต่สิ่งที่เจ้าของร้านต้องการมากไปกว่านั้น คือการสร้าง “คาเฟ่กลางน้ำ” ที่ไม่ได้เป็นแค่สถานที่พักรอ หากแต่เป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับทั้งคนในและคนนอกพื้นที่
คำถามที่ทีมออกแบบตั้งไว้กับตัวเองคือ จะทำอย่างไรให้อาคารใหม่ไม่แปลกแยกจากบริบทเดิม ไม่เพียงในแง่ของภูมิทัศน์ แต่ยังรวมถึงหัวใจของคนโคราชด้วย
คำตอบหนึ่งปรากฏขึ้นจากการทบทวนรากวัฒนธรรม “ เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน ” งานฝีมือที่สืบทอดภูมิปัญญาชาวโคราชมาอย่างยาวนาน กลายมาเป็นวัตถุดิบทางความคิดที่สามารถตีความใหม่ในบริบทร่วมสมัย โดยไม่ทิ้งกลิ่นอายของถิ่นฐาน กลายเป็นเรื่องเล่าสะท้อนภูมิปัญญาของชาวโคราชที่ทีมออกแบบอยากสื่อสารผ่านงานดีไซน์ให้ได้
คาเฟ่กลางน้ำหลังนี้ จึงไม่ได้ตั้งใจเป็นเพียงจุดแวะพัก แต่คือการขยับขยายความเข้าใจต่อท้องถิ่น ผ่านวัสดุ ภาษา และรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ซื่อตรงต่อที่มา เพื่อให้คนโคราชรู้สึกว่า “นี่คือของเรา” ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่เปิด ที่ผู้มาเยือนจากแดนไกลสามารถเรียนรู้ สัมผัส และจดจำบางอย่างจากเมืองนี้ได้มากกว่ารสชาติอาหาร สถาปนิกเล่าเสริมว่า “ตอนเด็กๆเวลามาโคราชช่วงรวมญาติ เราจะชอบให้พ่อแม่พาไปด่านเกวียนเพราะชอบไปเดินดูเครื่องปั้นดินเผา พอมีโอกาสได้ออกแบบร้านนี้เลยอยากใช้วัสดุที่หาได้ในพื้นที่ จากช่างในท้องถิ่นจริงๆ ด่านเกวียนเลยเป็นช้อยส์แรกๆที่เรานึกถึง”
คำถามนึงที่เราคุยกับทีมออกแบบ จะรักษาเอกลักษณ์ของถิ่นนั้นไว้ได้อย่างไร ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งความร่วมสมัยที่ผู้คนยุคนี้คาดหวัง?
ไม่ใช่การเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาวาดแบบ แต่เป็นการเปิดใจรับฟังเรื่องราวของพื้นที่นั้น ๆ ก่อน ลงไปคุยกับช่างท้องถิ่นที่เห็นคุณค่าไม่ใช่แค่ตัววัสดุ แต่รวมถึง “เรื่องเล่า” ที่แฝงอยู่ในนั้นด้วย
การตีความใหม่จึงไม่ใช่การลบของเดิม แต่คือการตั้งใจฟังให้ถี่ถ้วน แล้วแปลความให้เข้ากับภาษาของยุคปัจจุบัน ใช้เทคนิคสมัยใหม่ร่วมกับวัสดุพื้นถิ่น สร้างดีเทลที่ตอบโจทย์การใช้งานยุคนี้ โดยยังเคารพที่มา เผยให้เห็นบางแง่มุมของท้องถิ่นผ่านมุมมองที่สดใหม่ และการเลือกใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ไม่เพียงลดต้นทุนวัสดุ แต่ยังช่วยให้ผู้คนในชุมชนมีบทบาทในกระบวนการออกแบบอีกด้วย
ปั้นแบรนด์คาเฟ่ด้วยดินเผา
อาคารตั้งอยู่กลางน้ำ สอดรับไปกับบริบทเดิมของ ‘ร้านอาหารชายทุ่ง’ ร้านอาหารริมสระน้ำเพื่อให้คาเฟ่นี้เป็นอีกหนึ่งโซนสำหรับรองรับลูกค้าจากฝั่งร้านอาหาร
กระเบื้องหลังคาดินเผาปลายตัดถูกนำมามุงในองศาใหม่ที่สอดรับไปกับแนวหลังคาเดิมของโซนร้านอาหาร รวมถึงอิฐแดงตันที่นำมาจัดเรียงสลับในแกนโค้งบริเวณทางเข้าซึ่งล้อรูปทรงจากงานเครื่องปั้นดินเผา นอกจากเพื่อทอนสัดส่วนของอาคารให้ดูเป็นมิตร ยังสร้างขอบเขตอาคารที่คงความรู้สึกเชื่อมต่อกับภายนอกอยู่
พื้นหินขัดสีขาวที่แทรกชิ้นส่วนของกระเบื้องดินเผาเกรด B ค้างสต็อคจากโรงงาน นำมาเคาะและจัดแพทเทิร์นใหม่โดยช่างท้องที่ ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้พื้นที่ภายใน
ทีมออกแบบพัฒนาผลงานอยู่ประมาณ 2 ปีกว่าที่ ‘ดินเผาด่านเกวียน’ งานฝีมือที่ถูกเลือกหยิบมาใช้จะขึ้นเป็นรูปเป็นร่างออกมาเป็นคาเฟ่ ไม่ใช่แค่ในฐานะของตกแต่ง แต่เป็นองค์ประกอบหลักของพื้นที่ ทั้งโทนสีส้มอิฐที่นำมาใช้เป็นแกนกลางของการออกแบบ ไปจนถึงการเพิ่มลูกเล่นโดยเอา ‘จ๊อ’ (saggars) เครื่องปั้นทรงเว้าโค้งที่มีฟังก์ชันเป็นฐานรองชิ้นงานอื่น ๆ เมื่อเข้าเตาเผาด่านเกวียน หยิบชิ้นงานที่เคยถูกวางไว้เงียบ ๆ ในโรงเผา ถูกนำมาจัดเรียงใหม่เป็นประติมากรรมขนาดย่อมกลางร้าน ได้ดีเทลการออกแบบที่แปลกใหม่แล้ว ยังทำให้คนภายนอกได้ทำความรู้จักกับเครื่องปั้นดินเผาชิ้นนี้ในมุมมองใหม่ที่แตกต่างออกไป เปลี่ยนของที่เคยอยู่เบื้องหลัง ให้กลายเป็นบทสนทนาใหม่ของผู้มาเยือน
ค่านิยมร้านคาเฟ่ยุคใหม่ จำเป็นต้องมีจุดถ่ายรูปเป็นภาพจำ แต่ทีมไม่ได้ออกแบบเพียงเพื่อให้คนถ่ายรูป พวกเค้าหวังให้คนอยากเห็นเรื่องเล่าชาวโคราชเรื่องเป็นภาพจริง
ในวันที่ผู้คนมองหาร้านอาหารที่ไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติหรือการบริการ การมีตัวตนชัดเจนในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่วัสดุ ฟังก์ชัน ไปจนถึง branding จะช่วยสื่อสารได้ตั้งแต่ยังไม่สั่งอาหารคำแรก
เมื่อ ‘การออกแบบ’ ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือการวางระบบให้ธุรกิจมีหัวใจ ในวันที่ร้านหนึ่งอาจเปิดขึ้นพร้อมกับอีกร้อยร้านในระยะเวลาไม่กี่เดือน
คำถามไม่ใช่แค่ จะขายอะไร ?
แต่จะทำอย่างไรให้ผู้คนรู้สึกถึงบางอย่าง
บางอย่างที่ทำให้พวกเขาอยากกลับมาอีก แม้จะไม่ได้หิวเหมือนเดิม
เราคิดว่าคำตอบอาจอยู่ที่ “ประสบการณ์” ไม่ได้เริ่มต้นที่จานอาหารหรือบริการหน้าร้าน แต่มักเริ่มต้นตั้งแต่ก้าวแรกที่ลูกค้าเดินเข้ามา ตั้งแต่แสงที่ลอดผ่านช่องหน้าต่าง สีของผนังที่เลือกใช้ ไปจนถึงมุมที่ลูกค้าเลือกนั่งอย่างไม่รู้ตัว การออกแบบจึงไม่ใช่แค่การทำให้ร้านดูดี แต่คือการทำให้ร้านมีตัวตน เพราะตัวตนที่ชัดเจน ย่อมดึงดูดผู้คนที่มีความรู้สึกใกล้เคียงกันให้เข้ามาหาเอง
ดีไซน์ คือกลยุทธ์ปั้นธุรกิจ
ดินเผาด่านเกวียนสีสัมฤทธิ์โทนน้ำตาลแดง – ดำเป็นโทนสีหลักที่ใช้การออกแบบ ซึ่งเป็นสีธรรมชาติจากการเผาของดินที่อุณหภูมิสูง โดยเลือกใช้กระเบื้องดินเผาในหลาย ๆ องค์ประกอบทั้งหลังคาและพื้น ตอบโจทย์การใช้วัสดุที่หาได้จากท้องที่และสะท้อนภูมิปัญญาชาวโคราช
การออกแบบที่ดีไม่เพียงแต่สร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจ แต่ยังสามารถสร้างบทสนทนาใหม่ ๆ ระหว่างร้านกับผู้คน ไม่ว่าจะผ่านภาพถ่ายที่ถูกแชร์ออกไป หรือการบอกต่อด้วยถ้อยคำธรรมดา ๆ ผ่านปากต่อปาก หรือผ่านโซเชียลมีเดียว่า “ร้านนี้มันมีอะไรบางอย่างน่ะ” หรือการมีมุมที่พร้อมให้ถ่ายภาพอาจไม่ใช่แค่ลูกเล่น แต่มันคืออีกหนึ่งวิธีที่ให้ลูกค้าเล่าเรื่องร้านคุณออกไปในภาษาของเขาเอง
ยิ่งไปกว่านั้น การออกแบบที่ดีควรถูกวางแผนตั้งแต่ต้น ไม่ใช่แค่เรื่องโครงสร้าง แต่รวมถึง flow การใช้งานจริง ทั้งของลูกค้าและพนักงาน จะเดินอย่างไร วางของตรงไหน ทำความสะอาดอย่างไร เพราะเมื่อทุกอย่างสอดคล้องกัน การทำงานจึงลื่นไหล เจ้าของร้านบริหารง่ายขึ้น งบประมาณไม่บานปลายและร้านก็พร้อมรับมือกับลูกค้าหลากหลายกลุ่มโดยไม่เสียสมดุล
“ นอกเหนือจากความสวยงามและฟังก์ชันการใช้งานที่คล่องตัว การออกแบบช่วยให้ owner สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างเห็นภาพมากขึ้น ทั้งงบประมาณและการบริหารเวลา ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ตั้งแต่แรก ลดปัญหาหรือค่าใช้จ่ายจุกจิกที่อาจจะตามมา เพราะผ่านการดีไซน์ไว้ตั้งแต่ต้นทั้งฟังก์ชัน วัสดุที่ใช้ พื้นที่เก็บของ ทางสัญจรภายในร้าน ซึ่งทั้งหมดหากถูกวางแผนไว้อย่างเป็นระบบจะช่วยสร้างผลตอบแทนระยะยาวได้ ” สถาปนิกเล่าถึงการทำงานร่วมกับเจ้าของร้านกันแบบทีมเวิร์ค
สิ่งเหล่านี้ เมื่อถูกคิดไว้ตั้งแต่ต้น จะกลายเป็นระบบที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็น และในระยะยาว นี่แหละคือผลตอบแทนที่มั่นคงกว่าโปรโมชั่นชั่วคราว อาจพูดได้ว่า ดีไซน์คือกลยุทธ์ช่วยปั้นธุรกิจให้เป็นรูปเป็นร่าง เชื่องช้าในตอนเริ่มต้น แต่มีกำลังมากที่สุดสำหรับการสร้างแบรนด์ธุรกิจระยะยาว เพราะมันไม่ได้บอกให้คนซื้อของ แต่มันทำให้คนอยากอยู่กับร้านนั้นนานขึ้น
Project Name : The Terracotta Cafe’ (Morjor Cafe’)
Area : 153 sq.m.
Architect and Interior : Studio Bewell
Completed : 2025
Engineer : Wachira Phaikoh
Contractor : Jugrpong Viriyavattana
Interior Contractor : Sunt Bootsopha
Interior Construction Management : Studio Bewell
Material Source : โค้งพันล้าน ด่านเกวียน
Photo : Studio Bewell ,Koraphin Oantaralok ,Atiroj Thongsen
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.