Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
“จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อโจทย์ของการออกแบบ Public Space ไม่ใช่การสร้างเพิ่ม แต่คือการเปิดพื้นที่เดิม?”
นี่คือโปรเจกต์ Urban Intervention ครั้งสำคัญ เมื่อ BIG (Bjarke Ingels Group) นำเสนอ Masterplan ที่ฉีกทุกกฎการออกแบบพื้นที่สาธารณะ ผ่านโปรเจกต์ “The Impact” ในย่าน Ørestad กรุงโคเปนเฮเกน โปรเจกต์ที่ท้าทายกระบวนการพัฒนาเมือง ให้ใช้ CARBON FOOTPRINT ต่ำกว่า 0.1 kg ในการออกแบบก่อสร้าง
เป้าหมายของโปรเจกต์นี้ไม่ใช่แค่การปรับปรุงภูมิทัศน์ แต่คือการ Integrate พลาซ่า 3 แห่งที่เคยเป็นอิสระต่อกัน ให้กลายเป็นพื้นที่ ที่มีเรื่องราวและฟังก์ชันที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ ผ่านความร่วมมือกับ Doug Aitken Workshop และผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อม
Concept Design ที่คิดกลับด้านด้วย Subtractive Approach
หัวใจของโปรเจกต์นี้คือวิธีคิดที่เรียกว่า Subtractive Approach คือแทนที่จะสร้างเพิ่ม หรือเติมของใหม่เข้าไป เปลี่ยนเป็นการลบของเดิมออก BIG เลือกที่จะ รื้อถอน Hardscape พื้นอย่างคอนกรีตที่ไร้ชีวิตชีวา เพื่อเปิดพื้นที่ให้ธรรมชาติที่อยู่ข้างใต้ได้หายใจ และเติบโตขึ้นมา
ไอเดียนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก คินสึงิ (Kintsugi) ศิลปะการซ่อมเครื่องปั้นดินเผาของญี่ปุ่น โดยมองว่ารอยร้าวที่พวกเขาสร้างขึ้น ไม่ใช่ตำหนิ แต่คือร่องรอยแห่งดีไซน์ที่จะสร้างความงามและเรื่องราวใหม่ๆ ให้กับเมือง
องค์ประกอบที่เป็นภาพจำของโปรเจกต์นี้คือ The Crack หรือรอยร้าวที่พาดผ่านตลอดทั้งพื้นที่ มันทำหน้าที่เป็นแกนหลัก ที่เชื่อมทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน และยังเป็นเครื่องมือนำทางให้กับผู้คน สร้างเส้นทาง Circulation ที่ลื่นไหลผ่าน แสง น้ำ และธรรมชาติ โดยแต่ละพลาซ่าถูกออกแบบให้มีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจน แต่ยังคงอยู่ในภาษาดีไซน์เดียวกัน อย่าง
DR Concert Hall มี การเล่นกับระดับของพื้นที่ เพื่อสร้างเป็น Amphitheater เป็นการผสมผสานพื้นที่ Hardscape และ Softscape ได้อย่างลงตัว
– Bella Arena ถูกออกแบบให้เป็น Sunken Gardens หรือสวนที่ลดระดับลงไป ทำให้ได้บรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น พร้อมใช้เทคนิค Vertical Greening หรือสวนแนวตั้ง ดึงธรรมชาติให้เติบโตไปตามผนังอาคาร
– Royal Arena เป็นจุดที่ รอยร้าว แสดงตัวตนได้ชัดเจนที่สุด เกิดเป็น Urban Void หรือพื้นที่ว่างใจกลางเมืองที่ถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจ เพื่อให้เป็นลานกิจกรรมที่ รองรับฟังก์ชันที่หลากหลาย และปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา
โปรเจกต์นี้ตั้งเป้าหมายด้านความยั่งยืนไว้อย่างเข้มข้น เพื่อลด Embodied Carbon ให้ต่ำที่สุด < 0.1 kg ผ่านกลยุทธ์ต่างๆ เช่น
– Adaptive Reuse นำวัสดุเดิมอย่างหินแกรนิตและคอนกรีตกลับมาใช้ในองค์ประกอบใหม่
– Stormwater Management ใช้หลักการจัดการน้ำฝน ณ แหล่งกำเนิดผ่าน Bioswales และพื้นที่ซึมน้ำ
– Planting Palette เลือกใช้พันธุ์พืชท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพและลดภาระการดูแลรักษา
หลักการดีไซน์นี้ ถือเป็นวิธีคิดใหม่ในการพัฒนาเมือง เป็นการพิสูจน์ว่าสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์ที่ดี สามารถเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการเชื่อมต่อผู้คน ธรรมชาติ และเมืองเข้าไว้ด้วยกันอย่างแท้จริง
อ้างอิง: BIG to reactivate three copenhagen plazas with cracked terrain of water, light and greenery
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance