กลางหมู่บ้านที่เงียบสงบชื่อ หมู่บ้านสัจธรรม บนที่ดินเดิมของครอบครัวศิลปิน ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ บ้านหลังหนึ่งค่อย ๆ ถือกำเนิดขึ้นจากการ “ร่วมออกแบบ” ของกลุ่มสถาปนิกมิตรชิดใกล้ กับเจ้าของบ้านซึ่งเป็นอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผู้หลงใหลในปรากฏการณ์ของแสง และมีรสนิยมเฉพาะทางในการใช้ชีวิตและศิลปะ นี่คือจุดเริ่มต้นของ บ้านดาวหาง บ้านที่ออกแบบผ่านการพูดคุย ทดลอง และการถอดรหัสชีวิตของเจ้าของให้กลายเป็นพื้นที่ทางกายภาพที่ทั้งสงบ นิ่ง และเปี่ยมไปด้วยจังหวะ ออกแบบโดย Mitr Architects และ Studio Sifah
จากทางเดินจงกรมสู่สารตั้งต้นของการออกแบบ
บ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่เดิมของบ้านหลังเก่าในหมู่บ้านที่ถูกออกแบบไว้แต่แรกด้วยพื้นที่ที่มีฟังก์ชันเพื่อรองรับการปฏิบัติธรรม บ้านทุกหลังจึงมีองค์ประกอบหนึ่งร่วมกันคือ ทางเดินจงกรม พื้นที่ยาวตรงเรียบที่ใช้ในการเดินสมาธิ จุดเด่นที่เงียบงันแต่น่าประหลาดใจนี้ กลับกลายเป็นแรงบันดาลใจหลักให้ทีมออกแบบจาก Mitr Architects ใช้เป็นแกนกลางของการวางผังบ้านหลังใหม่
“เรามองเห็นพลังบางอย่างจากเส้นทางนี้” ทีมออกแบบเล่าถึงความประทับใจต่อทางเดินจงกรม ที่ไม่ได้มีเพียงความหมายเชิงศาสนา แต่ยังกลายเป็นองค์ประกอบเชิงสถาปัตยกรรมที่มีพลังในเชิงพื้นที่ ผู้ออกแบบจึงเลือกสถาปนา ทางเดินจงกรมขึ้นใหม่ โดยไม่ซ่อน แต่กลับโชว์ให้เห็นเป็นเส้นนำสายตาหลักของบ้าน และดึงแนวแกนนี้ไปใช้ในการจัดวางฟังก์ชันของบ้านทั้งหมด
การคลี่คลายเส้นและพื้นที่ให้สัมพันธ์กัน
แนวคิด One Point Perspective ที่เกิดจากทางเดินจงกรมอาจแรงเกินไปหากปล่อยไว้ตรง ๆ ทีมผู้ออกแบบจึง สร้างการหักเหของระนาบ ด้วยการยกพื้นบางส่วนให้ต่างระดับ เพิ่มพื้นที่นั่งเล่น และใส่องค์ประกอบภูมิทัศน์ เช่น ต้นไม้ที่ปลายสายตา เพื่อเบรกความแรงของเส้นนำสายตาหลัก นี้ให้เกิดจังหวะในการรับรู้ภายในพื้นที่
อาคารถูกแบ่งออกเป็นสองปีกอย่างเรียบง่าย ปีกหนึ่งคือพื้นที่พักอาศัย อีกปีกคือพื้นที่ทดลองและทำงานศิลปะแสง ที่เจ้าของบ้านตั้งใจใช้เป็นห้องทดลองแนวคิดเชิงศิลปะ ปีกทั้งสองฝั่งถูกเชื่อมกันด้วย โถงบันได ที่ออกแบบให้เป็นจุดเปลี่ยนของระนาบ เชื่อมต่อทั้งทางเดินจงกรมและพื้นที่ใช้งานอื่น ๆ ได้อย่างเนียนแนบ
พื้นที่บริเวณโถงทางเข้าและโถงบันไดของบ้านดาวหาง ทำหน้าที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าทึ่ง พื้นที่นี้ไม่เพียงแต่เป็นจุดเปลี่ยนระดับของระนาบ แต่ยังเปิดรับแสง ลม และเงาอย่างมีจังหวะ ราวกับตั้งใจให้เป็นชานบ้านแบบร่วมสมัยที่ใช้นั่งพัก พูดคุย อ่านหนังสือ หรือแม้แต่นั่งเงียบ ๆ เพื่อฟังเสียงลมพัดผ่านใบไม้
แม้บ้านดาวหางจะถือกำเนิดจากความหลงใหลในเส้น แสง และความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่กับผู้คน แต่ภายใต้ความสงบนั้น ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่บ้านหลังนี้แสดงออกอย่างเงียบงัน นั่นคือการ “หายใจ” ร่วมกับภูมิอากาศแบบร้อนชื้นในเมืองไทย ในวันที่การเปิดแอร์ไม่ใช่ทางออกเดียวของการอยู่สบาย บ้านดาวหางเลือกสร้างระบบหายใจ ของตัวเองผ่านการจัดวางช่องเปิดอย่างเข้าใจ การเว้นพื้นที่รอบบ้านเพื่อให้ลมธรรมชาติพัดผ่าน การยกเพดานให้สูงเพื่อปล่อยความร้อนลอยตัว และการใช้ต้นไม้รอบบ้านแทนเครื่องกลปรับอุณหภูมิ
บ้านที่ออกแบบร่วมกันแบบ สถาปนิกงานกลุ่ม
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของบ้านดาวหาง อาจไม่ใช่เพียงแนวคิดหรือการจัดวางฟังก์ชัน แต่เป็นกระบวนการออกแบบและก่อสร้างที่เหมือนการเล่นดนตรีร่วมกัน ของเหล่า สถาปนิก อินทีเรีย ผู้รับเหมา ที่ล้วนมีพื้นฐานเป็นสถาปนิกทั้งสิ้น ทุกคนร่วมออกแบบกันแบบ มีแนวคิดเบื้องต้นร่วมกัน แล้วค่อย ๆ ตกผลึกผ่านการสื่อสารและการทดลองหน้างาน
คุณโน๊ต วรรัตน์ รัตนตรัย สถาปนิกผู้ออกแบบเล่าให้เราฟังถึง ความไว้วางใจจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุรินทร์ ธราวิจิตรกุ ผู้เป็นเจ้าของบ้านที่เลือกไม่ออกแบบบ้านด้วยตัวเอง กลับกลายเป็นโอกาสในการปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ร่วมกันอย่างมีพลัง
จากร่องรอยจากความเก่าสู่ความงามร่วมสมัย
เฟอร์นิเจอร์และวัสดุที่ใช้ภายในบ้าน ล้วนเป็นผลของการตีความสารตั้งต้นเดียวกัน จากตัวทางเดินจงกรมสู่รายละเอียดในทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น คอนกรีตโชว์ผิว ไม้จริงที่คงร่องรอยธรรมชาติไว้ หรือแม้แต่เฟรมของช่องแสงที่กลายเป็นกรอบภาพ ที่แทนที่ผนังแขวนภาพในบ้านเก่าของครอบครัวศิลปิน
คุณฟ้า สีฟ้า ศรชัยยืน จาก Studio Sifah ทีมผู้ออกแบบภายใน ยังเล่าให้เราฟังถึงการออกแบบโดย การเลือกใช้ไฟ Indirect Light เพื่อไม่ให้รบกวนเพดานเปิดโล่ง และใช้เส้นสายแนวตั้ง – แนวนอนในงาน Built – In เพื่อสร้างความเคลื่อนไหวในองค์ประกอบที่เรียบง่าย
จากร่องรอยจากความเก่าสู่ความงามร่วมสมัย
เฟอร์นิเจอร์และวัสดุที่ใช้ภายในบ้าน ล้วนเป็นผลของการตีความสารตั้งต้นเดียวกัน จากตัวทางเดินจงกรมสู่รายละเอียดในทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น คอนกรีตโชว์ผิว ไม้จริงที่คงร่องรอยธรรมชาติไว้ หรือแม้แต่เฟรมของช่องแสงที่กลายเป็นกรอบภาพ ที่แทนที่ผนังแขวนภาพในบ้านเก่าของครอบครัวศิลปิน
คุณฟ้า สีฟ้า ศรชัยยืน จาก Studio Sifah ทีมผู้ออกแบบภายใน ยังเล่าให้เราฟังถึงการออกแบบโดย การเลือกใช้ไฟ Indirect Light เพื่อไม่ให้รบกวนเพดานเปิดโล่ง และใช้เส้นสายแนวตั้ง – แนวนอนในงาน Built – In เพื่อสร้างความเคลื่อนไหวในองค์ประกอบที่เรียบง่าย
อีกทั้งในหลายจุดของบ้านดาวหางมีการเปิดช่องแสงแนวตั้ง ซึ่งทำหน้าที่มากกว่าการรับแสงสว่าง แต่คือการเปิดใจของบ้านต่อธรรมชาติ แสงที่ลอดผ่านช่องผนัง ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านพื้นในแต่ละช่วงเวลา กลายเป็นนาฬิกาธรรมชาติที่บอกเวลาโดยไม่ต้องมีตัวเลข ความโล่งโปร่งที่เชื่อมสายตาระหว่างแต่ละชั้น กลายเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของผู้คนในบ้านโดยไม่รู้ตัว
แม้ชื่อ “บ้านดาวหาง” จะไม่ถูกอธิบายอย่างชัดเจนจากเจ้าของหรือทีมออกแบบ แต่หากมองจากผังบ้านที่มีแกนหลักพุ่งยาวคล้ายเส้นหาง หรือความรู้สึกถึงการ “เคลื่อนไหว” อย่างสงบในพื้นที่ อาจกล่าวได้ว่า บ้านหลังนี้คือการร้อยเรียงของเส้นและแสงที่ “เคลื่อนผ่าน” แต่ทิ้งร่องรอยไว้ในความรู้สึก”
บ้านดาวหางไม่ได้เป็นเพียงบ้านที่สะท้อนรสนิยมของเจ้าของหรือความสามารถของทีมออกแบบ แต่มันคือ ผลลัพธ์ของการฟังกัน การทดลอง และการเปิดพื้นที่ให้แต่ละคนได้มีส่วนร่วม เส้นทางจงกรมที่เคยสงบอยู่ในบ้านปฏิบัติธรรม กลับกลายมาเป็น “เส้นชีวิต” ของบ้านหลังใหม่ที่ซับซ้อนแต่สงบงาม เป็นทั้งพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่ทดลอง และพื้นที่แห่งความสัมพันธ์ระหว่างคนที่ออกแบบมันร่วมกัน
Architects Firm : Mitr Architects , Studio Sifah
Year : 2023
Location : จังหวัดเชียงใหม่ , ประเทศไทย
สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.