บ้านอวดชุม บ้านต้นไม้ที่เติบโตไปพร้อมกับโครงสร้าง
เหล็กฉากรีไซเคิล ไม้เก่า และเพลาสแตนเลส

ณ จังหวัดที่ขึ้นชื่อว่าลมแรงที่สุดในประเทศไทยอย่าง ชุมพร ที่ซึ่งธรรมชาติแสดงพลังอย่างชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เราได้ค้นพบว่ามีอาคารบ้านต้นไม้หลังหนึ่ง ถูกสร้างขึ้นมาจากแนวคิดที่ไม่ได้เริ่มต้นจากผืนที่ดินว่างเปล่าทั่วไป 

โครงการนี้เริ่มต้นจากการล้อมย้ายต้นไม้ใหญ่จากที่ดินข้างเคียงซึ่งกำลังจะถูกถางเพื่อทำไร่มาปลูกลงในพื้นที่โครงการ รวมถึงมีการก่อสร้างไว้ก่อนแล้วระดับหนึ่ง โดยสถาปนิกท้องถิ่นได้ร่างแบบและเริ่มก่อสร้างโครงสร้างเบื้องต้นไว้ และความตั้งใจเดิมของเจ้าของโครงการ คือการสร้างอาคารบ้านต้นไม้วิลล่าขนาดใหญ่เพื่อรองรับการอยู่อาศัย

จนกระทั่งเวลาผ่านไป ทำให้แผนโครงการถูกปรับเปลี่ยนตามกาลเวลา มีการหาทีมสถาปนิกเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ทำให้ทีมสถาปนิกจาก P.O.AR ได้เข้ามารับช่วงต่อและเดินทางไปสำรวจไซต์งานจริง จนเริ่มตั้งคำถามว่า ต้นไม้สูงใหญ่และสถาปัตยกรรมที่กำลังจะถูกก่อสร้างต่อ จะเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างไรให้สามารถพึ่งพาอาศัยกันและกัน 

นี่คือจุดเริ่มต้นของ “บ้านอวดชุม” ศูนย์ชุมชนริมทะเลในรูปแบบ บ้านต้นไม้ พื้นที่สาธารณะที่ถือกำเนิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะสร้างหมุดหมายใหม่ให้กับชุมชน แต่กว่าจะมาเป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่าง เหล็กฉากรีไซเคิล ไม้เก่า และเพลาสแตนเลส จนเกิดเป็นดีไซน์โอบล้อมต้นไม้ใหญ่อย่างที่เราเห็นในวันนี้ เบื้องหลังคือเรื่องราวของการ ปรับตัว การเรียนรู้ การทำงานร่วมกับทีมช่างฝีมือท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง

จากโครงสร้างเดิม สู่แนวคิด “แพลตฟอร์มที่ลอยตัว”

คุณโจ้ พัชระ วงศ์บุญสิน สถาปนิกจาก P.O.AR เล่าว่า แต่เดิมที่นี่มีการก่อสร้างไว้ก่อนแล้วระดับหนึ่ง โดยมีสถาปนิกท้องถิ่นได้ร่างแบบและเริ่มก่อสร้างโครงสร้างเบื้องต้นไว้แล้ว ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาบอกกับเจ้าของโครงการในตอนแรกว่ายังลังเลที่จะรับโปรเจกต์นี้มาดูแลต่อ

แต่หลังจากการพูดคุยลงลึกและการชักชวนให้ไปดูไซต์งานจริง ที่อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เขาและทีมงานได้เผชิญหน้ากับความท้าทายที่แท้จริง พวกเขาพบว่าโจทย์สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่การสานต่ออาคารเดิม แต่คือการหาคำตอบว่าจะอยู่ร่วมกับต้นไม้สูงใหญ่เหล่านี้ได้อย่างไร ท่ามกลางบริบทของลมทะเลที่รุนแรงตลอดเวลาในจังหวัดชุมพร

โครงสร้างเดิมที่ก่อสร้างไว้ซึ่งมีลักษณะหนักและทึบตัน กับสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยลมแรงที่เกิด Flow หมุนเวียนตลอดทั้งวัน กับการก่อสร้างอาคารบ้านต้นไม้สูงเหมือนตึก 4 ชั้นนี้ จึงถูกพูดคุยกันภายในว่าอาจเป็นการฝืนธรรมชาติ มากกว่าการอยู่ร่วม ภารกิจในการแก้โจทย์นี้เพื่อสร้างสถาปัตยกรรมที่ยั่งยืน คือเหตุผลสำคัญที่เปลี่ยนใจและทำให้เขารู้สึกว่า การเข้ามาดูแลโครงการบ้านอวดชุมให้สำเร็จ คือภารกิจที่ทีมงานของเขา ต้องลงมือทำเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง

แนวคิดการจัดการอาคารจึงถูกพลิกกลับทั้งหมด โดยเริ่มต้นจากการแก้ปัญหาเรื่อง การรับน้ำหนัก สถาปนิกรู้ดีว่าการจะให้อาคารทั้งหลังถ่ายเทน้ำหนักมหาศาลลงบนต้นไม้ที่ยังมีชีวิตและต้องเติบโตต่อไปนั้นเป็นไปไม่ได้และไม่ยั่งยืน พวกเขาจึงออกแบบโดยมีโครงสร้างเหล็กรีไซเคิล ทำหน้าที่ช่วยรับน้ำหนักของอาคารทั้งหมดแล้วถ่ายลงสู่ฐานรากใต้ดินโดยตรง โดยใช้ต้นไม้สูงใหญ่ที่ยืนต้นอยู่เดิม ทำหน้าที่เป็นเสาในการยึดเกาะโครงสร้างต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน

และแทนที่จะสร้างผนังทึบเพื่อสู้กับลม สถาปนิกเลือกที่จะปล่อยให้ลมพัดผ่านไปให้ได้มากที่สุด โดยออกแบบอาคารให้มี Surface รับลมให้น้อยที่สุด เกิดเป็นโครงสร้างแบบแพลตฟอร์มหลายระดับ (Multi-level Platform) ที่ดูโปร่งเบาและลอยตัว สอดแทรกตัวเองเข้าไปในหมู่แมกไม้ สร้างเป็นพื้นที่นั่งเล่นและจุดชมวิวทะเลในมุมมองที่แตกต่างกันไป เกิดเป็นแนวคิด สถาปัตยกรรมบ้านต้นไม้ ที่เรียนรู้จะหายใจไปกับสายลมในเวลาเดียวกัน

เมื่อสถาปนิกเวิร์กกับช่างก่อน เพื่อหาเทคนิควัสดุที่ดีที่สุด

ความท้าทายต่อมาคือจะทำอย่างไรให้ภาพแบบร่างที่สลับซับซ้อนนี้เกิดขึ้นได้จริงด้วยฝีมือของช่างในท้องถิ่น?

คำตอบไม่ได้อยู่บนโต๊ะสเก็ตช์ภาพ แต่กลับอยู่ที่ไซต์งานก่อสร้าง คุณโจ้เล่าว่าทีมงานเลือกที่จะเวิร์กกับช่างก่อน โดยใช้เวลาคลุกคลีและพูดคุยกับทีมช่างเป็นเดือนเพื่อทำความเข้าใจศักยภาพและมองให้เห็นถึงความถนัดที่แท้จริงของพวกเขา การลงลึกในรายละเอียดนี้ทำให้ค้นพบว่าวัสดุที่ตอบโจทย์ที่สุด ทั้งในแง่ความแข็งแรงทนทาน วัสดุที่หาได้จากท้องถิ่น และอยู่ในฝีมือที่ช่างทำได้ดี จนมาจบที่การใช้ เหล็กฉากรีไซเคิล ไม้เก่า และเพลาสแตนเลส เป็นวัสดุหลักของงาน

การออกแบบจึงถูกปรับให้อยู่ภายในความสนใจของเรา และอยู่ในฝีมือของช่าง ทุกรายละเอียดถูกคิดมาเพื่อให้ช่างสามารถทำงานได้จริงและทำได้ดีที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่สถาปัตยกรรมที่สวยงาม แต่เป็นผลงานที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจร่วมกันของทุกฝ่าย

เมื่อห้องน้ำ “ล้างตัวเอง” ด้วยกลไกของธรรมชาติ

นอกเหนือจากโครงสร้างหลักที่สร้างบทสนทนาระหว่างอาคารและต้นไม้แล้ว อีกหนึ่งองค์ประกอบที่สะท้อนปรัชญาเดียวกันได้อย่างน่าสนใจไม่แพ้กัน คือ ห้องน้ำสาธารณะ ซึ่งทีม P.O.AR ได้ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมดจากศูนย์ พร้อมกับตั้งคำถามที่ท้าทายขนบของพื้นที่ห้องน้ำเดิมว่า จะเป็นอย่างไรถ้าห้องน้ำ สามารถล้างตัวเองได้ด้วยแสงแดด ลม และน้ำ จากธรรมชาติ?

โดยปกติแล้ว ห้องน้ำสาธารณะคือพื้นที่ที่ต้องการการควบคุมสูงสุด แต่สำหรับบริบทของบ้านอวดชุมที่แวดล้อมด้วยลมทะเล แสงแดด และสายฝนซึ่งเป็นพื้นที่ที่ควบคุมไม่ได้เลย ทีมออกแบบจึงเลือกที่จะไม่ต่อต้าน แต่หันมาใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้แทน

โดยแทนที่จะสร้างกำแพงทึบ ห้องน้ำแห่งนี้กลับถูกออกแบบให้เปิดรับธรรมชาติเข้ามาทำงาน

ลม ถูกปล่อยให้พัดผ่านอย่างอิสระเพื่อช่วยระบายอากาศและทำให้พื้นผิวแห้งอยู่เสมอ

แสงแดด มีการสร้างช่องเปิดรับแสงธรรมชาติตลอดวัน เพื่อให้แสงแดดได้เข้ามาเพื่อทำหน้าที่ฆ่าเชื้อโรคตามธรรมชาติ

น้ำฝน ถูกออกแบบทิศทางให้ช่วยชะล้างคราบสกปรก และไหลผ่านออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่เกิดน้ำขัง ผ่านการเอียงองศาเล็กน้อย เพื่อให้น้ำไหลลงสู่พื้นที่ Softscape ธรรมชาติรอบห้องน้ำ

ทั้งหมดนี้คือกลไกที่ทำให้ธรรมชาติเข้ามาทำความสะอาดพื้นที่นี้แทนมนุษย์

การใช้วัสดุ รายละเอียดในส่วนนี้สถาปนิกเลือกใช้วัสดุที่สอดคล้องกับอาคารหลักที่มีอยู่เดิมในพื้นที่ มาสร้างสรรค์เป็นระแนงไม้และราวจับเพลาแสตนเลสโปร่งๆ ที่มีความเบาบางแต่แข็งแรง การออกแบบนี้ไม่เพียงเปิดช่องให้ลมทะเลได้พัดผ่านอย่างสะดวก ช่วยให้อากาศถ่ายเทและพื้นแห้งอยู่เสมอ แต่ยังเป็นการนำทรัพยากรท้องถิ่นกลับมาใช้ให้เกิดคุณค่าสูงสุด 

ซึ่งความสำเร็จในการสร้างรายละเอียดที่ดูเรียบง่ายทว่าต้องอาศัยความแม่นยำนี้ ต้องยกเครดิตให้กับฝีมืออันประณีตของช่างท้องถิ่น ที่สามารถเปลี่ยนไม้เก่าให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมที่มีชีวิตชีวาและเปี่ยมด้วยความหมาย

มากกว่าอาคาร คือบ้านต้นไม้ที่เติบโตไปพร้อมกับคนและชุมชน

บ้านอวดชุม ไม่ได้เป็นเพียงสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของคอนเซ็ปต์ที่แข็งแรงเท่านั้น แต่คือพื้นที่สาธารณะริมทะเลที่ตั้งใจให้เป็น ศูนย์เรียนรู้ วิจัย และพื้นที่เชื่อมโยงชุมชน เข้ากับการพัฒนาจากภาคเอกชนอย่าง เบทาโกร ร่วมกับสถาบันการศึกษาอย่าง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) โดยมีฟังก์ชันเริ่มต้นทั้งคาเฟ่ ห้องสมุด พื้นที่จัดนิทรรศการ และห้องพักต้นแบบ เพื่อรองรับกิจกรรมที่หลากหลายและสร้างสรรค์

เมื่อเราพูดถึงความยั่งยืนในงานออกแบบ หลายโครงการอาจหยุดอยู่แค่การลดผลกระทบ แต่บ้านอวดชุมคือสถาปัตยกรรมที่ “เติบโตไปพร้อมกับต้นไม้” และใช้ธรรมชาติเป็นแนวร่วมอย่างแท้จริง เต็มไปด้วยความเข้าใจในธรรมชาติ การเคารพในฝีมือช่าง และความตั้งใจจริงในการเป็นบ้านของชุมชนอย่างแท้จริง

Project Name : บ้านอวดชุม
Area : 700 sq.m.
Toilet Area : 80 sq.m.
Owner : บ้านอวดชุม
Architect : P.O.AR
Interior : P.O.AR
Landscape : P.O.AR
Completed : 2025
Material Source : P.O.AR
Engineer : คุณพิพัฒน์  วิทยา
Contractor : คุณอรรถวุฒิ  ครุฑปักษี
Photo : Kukkong Thirathomrongkiat
Story : Supakorn Thepvichaisinlapakun

Picture of Supakorn Thepvichaisinlapakun

Supakorn Thepvichaisinlapakun

สถาปนิกที่เชื่อว่าพลังของการสื่อสาร สามารถขับเคลื่อนสังคมให้ดีขึ้นได้
Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading