Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
ในชุมชนนักออกแบบ การออกแบบ สถาปัตยกรรมไม่เคยเกิดขึ้นโดยลำพัง มันคือผลลัพธ์ของกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน การตั้งคำถาม และการต่อยอดความคิดร่วมกับผู้อื่น
ไม่ต่างจากชีวิตในคณะสถาปัตย์ ที่ไม่ได้เริ่มจากการเปิดหนังสือ หรือการนั่งเรียนในสตูดิโอ แต่เริ่มจากช่วงเวลาเล็ก ๆ ที่เราเริ่มรู้จักกันผ่านกิจกรรมที่เรียกว่ารับน้อง
กิจกรรมรับน้องหนึ่งในกิจกรรมแรกในรั้วมหาวิทยาลัยของนิสิต ที่ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อสร้างความบันเทิง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานความเข้าใจ ทั้งต่อเพื่อนร่วมรุ่น ต่อพี่ ๆ ในคณะ และต่อวิธีคิดแบบสถาปนิก ที่จะอยู่กับเรายาวนานตลอดเส้นทางในสายวิชาชีพนี้
วันนี้ Dsign Something ขอพาทุกคนหวนคืนชีวิตใต้รั้วมหาวิทยาลัย ในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ผ่านบรรยากาศของกิจกรรม CU First Date 2025 กิจกรรมต้อนรับนิสิตใหม่ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ในธีม City Pop สดใส สนุกสนาน และเต็มไปด้วยพลังของความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง
กิจกรรมที่ออกแบบพื้นที่ให้คนแปลกหน้ากลายเป็นเพื่อนร่วมทาง ผ่านกิจกรรมที่ฝึกทั้ง Teamwork ความเข้าใจ และการเรียนรู้ที่จะเติบโตไปด้วยกันพร้อมหาคำตอบว่าจริง ๆ แล้วกิจกรรมรับน้องให้อะไรกับเด็กถาปัตย์มากกว่าที่คิด
เมื่อการรับน้องในคณะสถาปัตย์เป็นการวางรากฐานของความเข้าใจ
ถ้าการเรียนสถาปัตย์คือการเดินทางที่ยาวนาน การรับน้องก็คงเปรียบได้กับจุดเริ่มต้นของการกางแผนที่ ที่ไม่ใช่แค่เพื่อหาทิศทาง แต่เพื่อทำความรู้จักเพื่อนร่วมทาง ที่อาจกลายเป็นคนสำคัญที่สุดตลอด 5 ปีข้างหน้า
การรับน้องกิจกรรมที่อาจดูเป็นเพียงกิจกรรมช่วงเปิดเทอมสนุก ๆ หรือเป็นธรรมเนียมที่อยู่มานาน แต่ในโลกของเด็กถาปัตย์ มันคือจุดเชื่อมที่สำคัญระหว่างคนและระบบ ความไม่รู้ กับ ความพร้อมจะเรียนรู้ และระหว่าง คนแปลกหน้า กับ พันธมิตรร่วมชีวิตในสตูดิโอ
การออกแบบความสัมพันธ์กับผู้คนที่ไม่มีในตำราเรียน
ในคณะสถาปัตย์ การเรียนรู้ที่เราถูกหล่อหลอมให้ทำงานร่วมกัน แบ่งปันไอเดีย หรือแม้แต่การทำโปรเจกต์ร่วมกับคนอื่นเป็นเดือน ๆ การได้ทำความรู้จักเพื่อน การเชื่อใจเพื่อน หรือแม้กระทั่งการรู้ว่าใครถนัดอะไร ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้การเรียนรู้เดินไปได้ไกลกว่าเดิม
กิจกรรมรับน้องจึงไม่ใช่แค่การแนะนำชื่อ แต่คือการออกแบบช่วงเวลาที่ช่วยให้นิสิตใหม่เข้าใจว่าเราไม่ได้เดินลำพัง และที่สำคัญเราไม่ได้แข่งกัน แต่เราจะเติบโตไปด้วยกัน
เสียงกลองถาปัตย์ที่ดังไปถึงสามย่าน คือเสียงของความผูกพัน
เสียงกลองที่ดังกระหึ่มไปไกลเกินโซนคณะ อาจฟังเหมือนเสียงแห่งความสนุกสำหรับคนนอก
แต่สำหรับเด็กถาปัตย์ มันคือเสียงของพลังใจที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เสียงที่รวมหัวใจของเพื่อนร่วมรุ่นซึ่งเพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วัน หรือกับรุ่นพี่ที่อาจเคยน้ำตาร่วงหน้า Final Crit มาก่อน หรืออย่างน้อย เราก็เคยเป็นกลุ่มคนที่เคยอดนอนมาด้วยกัน
อีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของชาวถาปัตย์อย่าง ละครถาปัตย์ กิจกรรมของทุกคนที่ไม่ได้มีแค่คนแสดงบนเวที แต่ยังมีคนตีฉากหลังเวทียันตี 4 คนทำพร็อพ คนซ้อมบท ทีมอาร์ต และคนที่คอยยื่นข้าวกล่องตอนพักเบรก ทุกคนมีบทบาท และทุกบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน
ทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นในคณะสถาปัตย์ล้วนเหมือนเป็นการสะสมประสบการณ์ในโลกการทำงานออกแบบจริง ๆ ที่สอนเราว่าไม่มีใครแบกงานต่าง ๆ ทั้งโปรเจกต์ไว้เพียงคนเดียวได้ ทุกโปรเจกต์ ล้วนแต่ต้องพึ่งพากัน เข้าใจกัน กันก่อนเริ่มงานต่าง ๆ บางทีสิ่งที่เด็กถาปัตย์ได้เรียนรู้จากเสียงกลองและเวทีละครอาจไม่ใช่แค่เรื่องการทำกิจกรรมสันทนาการ แต่อาจคือบทเรียนแรกของการเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ดีที่จะอยู่กับเราไปอีกนานทั้งในสตูดิโอ และในชีวิตจริงที่กำลังจะเริ่มต้นอย่างที่รุ่นพี่คนหนึ่งเคยกล่าวว่า “ตัดโมเดลเราพอทำได้ แต่ตัดใจพวกเราไม่ถนัด!”
วัฒนธรรมที่บ่มเพาะนักออกแบบ จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง
แต่ละคณะล้วนมี DNA ของตัวเอง แต่สำหรับเด็กถาปัตย์ มันอาจคือวิธีคิดแบบภาพรวม การเข้าใจระบบ ความอดทนกับกระบวนการ และการกล้าคิดนอกกรอบ รับน้องคือพื้นที่ที่ช่วยส่งต่อสิ่งเหล่านี้จากรุ่นสู่รุ่น ผ่านกิจกรรมที่ทั้งสนุก ท้าทาย และสะท้อนวิธีคิดของการฝึกเป็นนักออกแบบ
ความทรงจำเหล่านี้ไม่ได้แค่มอบบรรยากาศความสนุก แต่มันคือสิ่งที่ทำให้เราเข้าใจว่า การเรียนถาปัตย์ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อมีเพื่อนร่วมทางที่ดี มันจะไม่หนักเกินไป การสร้างเครือข่ายความไว้วางใจ ที่จะช่วยให้ทุกคนกล้าทดลอง ล้มเหลว เรียนรู้ และกลับมาทำงานดีไซน์ใหม่อีกครั้งไม่ต่างจากกระบวนการออกแบบที่พวกเรากำลังเรียนรู้ไปตลอดทั้งคณะ
และบางครั้ง ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากกิจกรรมรับน้องเล็ก ๆ ก็อาจกลายเป็นทีมโปรเจกต์ในปี 4 เป็นเพื่อนร่วมออฟฟิศในอนาคต หรือเป็นแรงใจในวันที่รู้สึกหมดพลังในการออกแบบ
สุดท้ายแล้วในการออกแบบ เราไม่ได้วางแผนเพียงแค่พื้นที่ทางกายภาพของอาคาร แต่รวมถึงการจัดวางความสัมพันธ์ของผู้คนที่อยู่ร่วมกันในพื้นที่นั้นด้วย งานสถาปัตยกรรมจึงไม่อาจสำเร็จได้เพียงลำพังจากความคิดของผู้ออกแบบคนเดียว
กิจกรรมรับน้องก็ไม่ใช่เพียงการทำความรู้จักกันในช่วงเริ่มต้นของชีวิตมหาวิทยาลัย แต่คือบทเรียนแรกของการเรียนรู้ที่จะฟัง พูด เข้าใจ และทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญของการเป็นสถาปนิก ทั้งในรั้วมหาวิทยาลัย และในเส้นทางวิชาชีพที่รออยู่เบื้องหน้า
และบางครั้ง ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากกิจกรรมรับน้องเล็ก ๆ ก็อาจกลายเป็นทีมโปรเจกต์ในปี 4 เป็นเพื่อนร่วมออฟฟิศในอนาคต หรือเป็นแรงใจในวันที่รู้สึกหมดพลังในการออกแบบ
สุดท้ายแล้วในการออกแบบ เราไม่ได้วางแผนเพียงแค่พื้นที่ทางกายภาพของอาคาร แต่รวมถึงการจัดวางความสัมพันธ์ของผู้คนที่อยู่ร่วมกันในพื้นที่นั้นด้วย งานสถาปัตยกรรมจึงไม่อาจสำเร็จได้เพียงลำพังจากความคิดของผู้ออกแบบคนเดียว
กิจกรรมรับน้องก็ไม่ใช่เพียงการทำความรู้จักกันในช่วงเริ่มต้นของชีวิตมหาวิทยาลัย แต่คือบทเรียนแรกของการเรียนรู้ที่จะฟัง พูด เข้าใจ และทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญของการเป็นสถาปนิก ทั้งในรั้วมหาวิทยาลัย และในเส้นทางวิชาชีพที่รออยู่เบื้องหน้า
“พอคิดย้อนกลับไปทีไร ก็ยังรู้สึกเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน
บรรยากาศแบบนั้น ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ก็ยังอดคิดถึงไม่ได้อยู่ดี”
สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance