WEDGE CARS เรื่องราวของรถทรงลิ่มแห่งยุค 70s
ที่ยังเท่ข้ามกาลเวลา ฝ่าทุกกฎงานดีไซน์เดิมๆ ที่แสนน่าเบื่อ

เคยไหมครับ เวลาเราย้อนกลับไปดูหนังไซไฟเก่าๆ หรือภาพถ่ายจากยุค 70s แล้วอดทึ่งไม่ได้ว่า ทำไมภาพอนาคตในยุคนั้นมันดูเท่และเปี่ยมด้วยจินตนาการได้ขนาดนี้เลยเนี่ย?

เชื่อไหมครับว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลย เพราะยุคนั้นคือยุคแห่งความฝันที่เป็นจริง มนุษยชาติเพิ่งส่งคนไปเหยียบดวงจันทร์ได้สำเร็จ เครื่องบินคองคอร์ดพาคนรวยบินข้ามทวีปด้วยความเร็วเหนือเสียงได้ครั้งแรก ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และวิดีโอเกมกำลังก่อร่างสร้างตัวเป็น Pop-Culture โดยสรุปคือบรรยากาศของโลกตอนนั้นน่ะ มันเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นว่า “ทุกอย่างเป็นไปได้

เคยไหมครับ เวลาเราย้อนกลับไปดูหนังไซไฟเก่าๆ หรือภาพถ่ายจากยุค 70s แล้วอดทึ่งไม่ได้ว่า ทำไมภาพอนาคตในยุคนั้นมันดูเท่และเปี่ยมด้วยจินตนาการได้ขนาดนี้เลยเนี่ย?

เชื่อไหมครับว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลย เพราะยุคนั้นคือยุคแห่งความฝันที่เป็นจริง มนุษยชาติเพิ่งส่งคนไปเหยียบดวงจันทร์ได้สำเร็จ เครื่องบินคองคอร์ดพาคนรวยบินข้ามทวีปด้วยความเร็วเหนือเสียงได้ครั้งแรก ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และวิดีโอเกมกำลังก่อร่างสร้างตัวเป็น Pop-Culture โดยสรุปคือบรรยากาศของโลกตอนนั้นน่ะ มันเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นว่า “ทุกอย่างเป็นไปได้

Wedge Cars กำเนิดจากปลายปากกาของเหล่าปรมาจารย์แห่ง CARROZZERIA BERTONE

ไอเดียที่หลุดโลกขนาดนี้ ไม่ได้มาจากห้องประชุมที่น่าเบื่อแน่นอนครับ แต่มันเกิดจากมันสมองและปลายปากกาของเหล่าดีไซน์เนอร์ในสตูดิโอออกแบบอิสระของอิตาลี ที่เรียกว่า CARROZZERIA BERTONE สำนักออกแบบรถยนต์และผลิตตัวถังชื่อดังของประเทศอิตาลี พวกเขาเปรียบเสมือนห้องปฏิบัติการ R&D ด้านสไตล์ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ที่ซึ่งดีไซน์เนอร์ระดับตำนานสามารถปลดปล่อยจินตนาการได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องถูกจำกัดด้วยกรอบของฝ่ายการตลาด

ลองนึกภาพตามนะครับ สตูดิโอพวกนี้เหมือนเป็นสนามเด็กเล่นของผู้ใหญ่ที่คลั่งไคล้รถยนต์ พวกเขามีอิสระเต็มที่ที่จะฝัน จะบ้า จะลองทำอะไรใหม่ๆ โดยไม่มีฝ่ายการตลาดมาคอยบอกว่าทำแบบนี้ขายไม่ได้หรอก และในบรรดาคนเก่งๆ ทั้งหลาย มีสองคนที่เหมือนเป็นดาวเด่นคนละขั้ว แต่ผลงานกลับยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันเลยที่อยากแนะนำ

Marcello Gandini ศิลปินตัวจี๊ดผู้ออกแบบรถให้เหมือนงานศิลปะ

คนนี้คือศิลปินร็อกสตาร์แห่งวงการดีไซน์ เขาเป็นตัวจี๊ดที่ไม่สนกฎเกณฑ์ใดๆ ทั้งสิ้น Gandini เชื่อว่ารถยนต์ไม่จำเป็นต้องน่าเบื่อ มันต้องเป็นงานศิลปะที่เห็นแล้วต้องร้องว้าว เรื่องพีคคือ เขาเป็นคนเรียนรู้ด้วยตัวเอง ไม่ได้จบจากโรงเรียนดีไซน์ดังๆ ที่ไหน แล้วก็เข้ามาทำงานที่สตูดิโอ CARROZZERIA BERTONE แทนที่คนเก่าที่เพิ่งลาออกไป ซึ่งคนนั้นก็คือ Giugiaro นั่นเอง

ผลงานที่บ่งบอกความเป็น Gandini ที่สุดก็คือ Lamborghini Countach โดยที่เขาคิด Principle ของการสร้างรถคันนี้ใหม่ ทำใหม่หมดเลย เช่น เขาอยากให้รถดูแหลมมากๆ เลยดันห้องคนขับไปข้างหน้าจนสุด ซึ่งผลคือมองหลังแทบไม่เห็นเลย มันแหวกกฎเกินไป แต่แทนที่จะยอมแพ้ เขากลับแก้ปัญหาด้วยการเจาะช่องเล็กๆ บนหลังคาให้คนขับส่องแทน ที่เรียกว่า Periscopio หรือประตูที่เปิดขึ้นฟ้าเท่ๆ นั่น ก็มาจากไอเดียของเขาที่อยากแก้ปัญหาเวลาจอดรถในที่แคบๆ แล้วเปิดประตูไม่ได้

นิยามการทำงานสไตล์ Gandini คือการสร้างความฝันและความตื่นเต้นให้เป็นจริง
 

Giorgetto Giugiaro อัจฉริยะผู้สร้างดีไซน์สุดเท่ให้คนทั่วไปได้ใช้

 

ในวงการออกแบบรถยนต์ Giugiaro เปรียบเสมือนโปรดิวเซอร์มือทองที่ทำเพลงฮิตติดชาร์ตทั่วโลก แต่แค่เปลี่ยนจากการทำเพลงดัง เป็นการสร้างรถที่ดังฮิตติดตลาดแทน เขามีความคิดที่ต่างออกไป โดยเขาเชื่อว่า “ของที่ออกแบบมาดี ไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป” และทุกคนควรจะได้ใช้ของสวยๆ หลังจากออกจาก Bertone เขาก็มาเปิดสตูดิโอของตัวเองชื่อ Italdesign

 

แม้เขาจะออกแบบซูเปอร์คาร์เท่ๆ อย่างรถ De Lorean ในหนัง Back to the Future หรือ Lotus Esprit ของเจมส์ บอนด์ แต่ผลงานที่เปลี่ยนโลกของเขาจริงๆ คือ Volkswagen Golf รุ่นแรก ครับ

 

ตอนนั้น Volkswagen กำลังแย่เพราะรถเต่าเริ่มเก่าและขายไม่ดี Giugiaro เลยเข้ามาออกแบบรถใหม่ให้ เขาใช้เส้นสายตรงๆ เรียบง่าย แต่ดูดีมีสไตล์ ทำให้รถคันเล็กๆ ดูโปร่งและมีพื้นที่ใช้สอยเยอะมาก ผลคือมันฮิตถล่มทลายไปทั่วโลก ช่วยให้ VW กลับมายิ่งใหญ่ได้ และกลายเป็นต้นแบบของรถแฮทช์แบ็กมาจนถึงทุกวันนี้

 

Giugiaro คือคนที่พิสูจน์ว่า ดีไซน์ที่ยอดเยี่ยมไม่ได้มีไว้สำหรับโชว์ในพิพิธภัณฑ์อย่างเดียว แต่มันสามารถอยู่ในโรงจอดรถที่บ้านของเราทุกคนได้

 
รวมรถดาวเด่น แห่งยุคทรงลิ่ม

1970 Lancia Stratos HF Zero ประติมากรรมที่หลุดโลก นี่คือ ตำนานตัวพ่อรถทรงลิ่ม มันคือรถคอนเซ็ปต์ที่ดูเหมือนยานอวกาศซึ่งลงจอดผิดที่ผิดทาง ผู้ออกแบบอย่าง Marcello Gandini ตั้งใจท้าทายทุกกฎเกณฑ์ของคำว่ารถยนต์ ตัวถังแบนเรียบจนแทบจะกลืนไปกับพื้นถนน การจะเข้าไปนั่งต้องเปิดกระจกหน้าบานใหญ่ที่ทำหน้าที่เป็นประตูขึ้นมาทั้งหมดเหมือนฝาโลง

รถคันนี้คือตัวอย่างสุดขั้วของการให้ความสำคัญกับรูปทรง (Form) เหนือประโยชน์ใช้สอย (Function) มันไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อขับขี่สะดวกสบาย แต่มันถูกสร้างมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ เพื่อพิสูจน์ว่าเส้นสายของรถยนต์นั้นเป็นไปได้ไร้ขีดจำกัด

1974 Lamborghini Countach LP400 Periscopio ราชาบนโปสเตอร์ ที่นำเอาดีไซน์ทรงลิ่มสุดโต่งมาผลิตขายจริง และกลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ทางวัฒนธรรม ที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุค เด็กผู้ชายแทบทุกคนในยุค 70s, 80s ต่างฝันอยากมีโปสเตอร์รถคันนี้แปะไว้บนฝาผนังห้องนอน ด้วยรูปทรงที่เหลี่ยมจัด ดุดัน และประตูที่เปิดขึ้นฟ้าแบบปีกแมลง (Scissor Doors) ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini มาจนถึงทุกวันนี้

เรื่องที่น่าทึ่งคือ Countach เปิดตัวและโด่งดังสุดขีดในช่วงที่โลกกำลังเผชิญ วิกฤติน้ำมันปี 1973 ในขณะที่ทุกคนกำลังต่อคิวเติมน้ำมันและกังวลเรื่องความประหยัด Lamborghini กลับปล่อยรถที่ดูเหมือนจะสูบน้ำมันเป็นว่าเล่นออกมาสวนกระแสโลก ความขัดแย้งนี้เองที่ยิ่งทำให้มันทรงพลัง มันคือยานพาหนะในฝันเพื่อหลบหนีจากความจริงอันน่าเบื่อ

รวมถึงรถคันอื่นๆ ที่น่าสนใจ ตั้งแต่ 1966 Cannara I ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรถทรงลิ่มยุคแรกสุด ไปจนถึง 1979 Aston Martin Bulldog ที่ค่ายผู้ดีอังกฤษสร้างขึ้นเพื่อท้าทายความเร็วสูงสุด และ 1976 Chevrolet Aerovette จากฝั่งอเมริกาที่แสดงให้เห็นว่าแม้แต่ค่ายรถยักษ์ใหญ่ก็ยังอดใจไม่ไหวต้องขอลองเล่นกับเทรนด์สุดล้ำนี้ด้วย
 
ดีไซน์สุดโต่งนี้ ทิ้งอะไรไว้ให้เรา?

หลายคนอาจคิดว่ามันก็แค่แฟชั่น แต่จริงๆ แล้วมรดกของ Wedge Cars นั้นลึกซึ้งและยังอยู่กับเราจนถึงทุกวันนี้

อย่างแรกที่เห็นได้ชัดคือมันได้วางพิมพ์เขียวของซูเปอร์คาร์ ทั้งสัดส่วนที่ห้องโดยสารรุกไปข้างหน้า (Cab-Forward) ตัวถังเตี้ยแบน และการวางเครื่องยนต์ไว้กลางลำตัว ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานของรถสมรรถนะสูงในยุคต่อมา

ลองดู Lamborghini รุ่นใหม่ๆ อย่าง Revuelto สิครับ DNA ความเหลี่ยมคมจาก Countach ยังคงชัดเจนอยู่เสมอ สิ่งที่สำคัญกว่ารูปทรง คือ ทัศนคติที่มันทิ้งไว้

เมื่อมองมาที่ยุคของเรา ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นมีหน้าตาที่โค้งมนคล้ายกันไปหมดเพื่อหลักอากาศพลศาสตร์และความประหยัดสูงสุด เราจะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ดีไซน์ในยุค Wedge Cars ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลหรือเหตุผลด้านประสิทธิภาพ แต่มันถูกขับเคลื่อนด้วย จินตนาการ, ความเชื่อมั่นในอนาคต และความกล้าที่จะแตกต่าง

รถทรงลิ่ม คือประวัติศาสตร์งานดีไซน์ที่ยิ่งใหญ่ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเดินตามรอยยุคสมัยเสมอไป และนี่ไม่ใช่แค่เรื่องเส้นสายที่แหลมคมเท่ๆ บนตัวถังรถ แต่มันคือ เส้นที่ขีดลงไปในประวัติศาสตร์ของการออกแบบ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าอนาคตที่น่าตื่นเต้นที่สุด มักจะเป็นของผู้ที่กล้าจะจินตนาการมันออกมาแตกต่างจากคนอื่นเสมอ
 
Picture of Supakorn Thepvichaisinlapakun

Supakorn Thepvichaisinlapakun

สถาปนิกที่เชื่อว่าพลังของการสื่อสาร สามารถขับเคลื่อนสังคมให้ดีขึ้นได้
Writer