ปรัชญาที่เป็นหัวใจของ The Private Club + Houses Chatuchak ผลงานสถาปัตยกรรมโดยคุณอติวิชญ์ กุลงามเนตร สถาปนิกจาก ativich ที่ทลายกรอบความคิดเดิมๆ และตอบโจทย์ครอบครัวใหญ่ได้อย่างน่าทึ่ง แทนที่จะเริ่มต้นจากการสร้าง “บ้าน” โครงการนี้กลับเริ่มต้นจากวิสัยทัศน์ที่ต้องการสร้าง “อาณาจักรส่วนตัว” ที่ซึ่งทุกพื้นที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นพื้นที่รวมไลฟ์สไตล์และสานสัมพันธ์ของคนทุกรุ่นเข้าด้วยกัน
นี่คือเรื่องราวของการถักทอความต้องการที่แตกต่าง ผ่านเส้นสายที่เฉียบคมและพื้นที่ที่เปี่ยมด้วยความเข้าใจในตัวตนเจ้าของบ้าน จนกลายเป็นสถาปัตยกรรมระดับรางวัลที่น่าจับตามอง
Multi-Generation House บ้านครอบครัวใหญ่ ที่พร้อมขยายเพื่ออนาคต
แกนหลักของโครงการนี้คือการเป็น Multi-Generation House สำหรับครอบครัวขยาย ที่มีสมาชิกหลากหลายเจเนอเรชัน ความท้าทายจึงอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่างพื้นที่ส่วนตัว (Privacy) กับ พื้นที่ส่วนรวม (Community Space) สถาปนิกจึงออกแบบสถาปัตยกรรมในลักษณะ “Cluster” หรือกลุ่มอาคารย่อยๆ ที่มีพื้นที่ของตัวเอง แต่เชื่อมต่อกันด้วย Social Hub ขนาดใหญ่ สร้างสภาวะ Togetherness with Privacy ให้เกิดขึ้นจริง
วิสัยทัศน์ที่ทรงพลังของเจ้าของบ้านที่ต้องการ “สร้างบ้านให้ลูกสาวไม่แต่งออก แต่งเข้าบ้าน” มีผลต่อการออกแบบอย่างยิ่ง การจัดสรรพื้นที่จึงไม่ใช่แค่สำหรับปัจจุบัน แต่เป็นการวางแผนเพื่ออนาคต โดยมีพื้นที่สำหรับครอบครัวของลูกสาวที่จะขยับขยายต่อไป บ้านหลังนี้จึงเป็นสินทรัพย์ทางใจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เป็นศูนย์รวมของครอบครัวที่จะเติบโตต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด
อติวิชญ์ กุลงามเนตร กับแนวคิดของการสร้างบ้านให้เป็นคลับเฮาส์
จากโจทย์ของครอบครัวขยายที่ต้องการพื้นที่ส่วนกลางที่ตอบโจทย์ทุกคน คุณอติวิชญ์ กุลงามเนตร สถาปนิกจาก ativich จึงเลือกที่จะพลิกมุมมองการออกแบบที่อยู่อาศัยแบบเดิมๆ เขาได้ตั้งโจทย์ใหม่ที่ท้าทายกว่านั้น คือการสร้างบ้านให้เป็นคลับเฮาส์ ตั้งแต่วันแรก
แล้วทำไมต้องเป็นคลับเฮาส์กันล่ะ?
คำตอบก็คือ แนวคิดนี้ได้กลายเป็นหัวใจของโครงการที่ต้องการตอบสนองครอบครัวที่มีฟังก์ชันแบบ Extrovert สูง โดยเฉพาะตัวเจ้าของบ้าน สถาปัตยกรรมทั้งหมดจึงถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อรองรับการสังสรรค์และการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ ตั้งแต่สเปซที่ต่อเนื่องกันของห้องนั่งเล่น, พื้นที่ริมสระ, ไปจนถึงบาร์และห้องเอนกประสงค์
นี่คือบ้านสำหรับครอบครัวที่รักการเข้าสังคมและเปิดรับผู้คน และเป็นคำตอบที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่ไม่ได้แค่ “หาบ้าน” แต่กำลัง “ตามหาไลฟ์สไตล์” ที่ใช่ ซึ่งสถาปัตยกรรมหลังนี้ก็คือภาพสะท้อนของไลฟ์สไตล์นั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
ศึกษาจาก Falling Water House กับความหนาหลังคาที่สวยพอดี
ประเด็นนี้นับเป็นส่วนที่น่าสนใจที่สุดในเชิงวิชาการสถาปัตยกรรม สถาปนิกได้ศึกษาผลงานชิ้นเอกของ Frank Lloyd Wright อย่าง Falling Water House โดยเฉพาะในเรื่องการใช้ระนาบคอนกรีตยื่นยาวออกมา (Cantilever) อย่างท้าทาย ในโครงการนี้ แนวคิดนั้นได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับ “ความหนาของหลังคา” และพื้น
แทนที่จะทำให้ขอบของพื้นและหลังคาที่ยื่นออกมาดูบางและเบาตามสมัยนิยม สถาปนิกกลับจงใจเพิ่มความหนาของมัน เพื่อเน้นให้เห็นถึงพลังของโครงสร้างที่สามารถยื่นยาวออกไปในอากาศได้โดยไม่มีเสามารับ
สถาปนิกได้บอกว่า ระนาบที่หนาและหนักแน่นนี้ เมื่อลอยอยู่เหนือผนังกระจกใสหรือพื้นที่ว่าง กลับยิ่งสร้าง Contrast ที่ทรงพลัง ทำให้ส่วนที่หนักดูเบา และส่วนที่เบายิ่งดูโปร่งใส เกิดเป็นสุนรียภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งสะท้อนถึงความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมที่ต้องการ Character ชัดเจน แต่ยังคงความเรียบง่ายพอที่จะเปิดโอกาสให้การตกแต่งภายในทำได้อย่างอิสระ
แรงบันดาลใจจากสายน้ำ ฟอร์ม เส้นสาย สไตล์เรือยอร์ช
จากความหลงใหลในกีฬาทางน้ำของเจ้าของบ้าน สถาปนิกได้ดึงเอาสุนทรียศาสตร์ของ “เรือยอร์ช” มาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบ จะเห็นได้จากการใช้เส้นสายโค้งมนในบางส่วนที่ตัดกับเส้นตรงที่เฉียบขาด, การเซาะร่อง (Grooving) บนผนังในแนวนอนเพื่อสร้างริ้วและเงาให้เหมือนกับตัวเรือ และการเลือกใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกเบาและทันสมัย
ทั้งหมดนี้ประกอบกันขึ้นเป็นสถาปัตยกรรมในสไตล์ Neo-Streamlined Modern ที่ดูพลิ้วไหว ปราดเปรียว และพร้อมจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเสมอ โทนสีของโครงการยังได้รับแรงบันดาลใจจากความหรูหรา คลาสสิก และทรงพลังของแบรนด์ Rolls Royce โดยเลือกใช้สีขาว เทา และเงินในเฉดที่ต่างกัน เพื่อสร้างความรู้สึกสง่างามและเหนือกาลเวลา
โจทย์ออกแบบที่ท้าทาย ทำอย่างไรให้บ้านดู “ลอย” ไม่ทึบตัน
สำหรับอาคารขนาดใหญ่กว่า 1,500 ตร.ม. โจทย์สำคัญคือทำอย่างไรให้สถาปัตยกรรมดูเบาและลอย (Floating) ขึ้นจากพื้นดิน สถาปนิกได้ใช้เทคนิคทางสถาปัตยกรรมหลายอย่างประกอบกัน
การยกอาคาร (Elevated Mass): ตัวอาคารหลักถูกยกขึ้นจากพื้น ทำให้เกิดช่องว่างด้านล่าง ช่วยลดความรู้สึกทึบตันทางสายตา
ระนาบแนวนอน (Horizontal Planes): การเน้นเส้นแนวนอน ทั้งจากชายคา, ร่องผนัง, และกรอบอาคาร ทำให้สายตาถูกนำไปในแนวราบ ช่วยลดทอนความสูงของอาคารลง
หน้าต่างแบบคลีเรสตอรี่ (Clerestory Windows): มีการเจาะช่องแสงแนวยาวไว้บริเวณใต้ฝ้าเพดาน ทำให้แผ่นหลังคาดูเหมือนลอยแยกออกจากผนัง และยังนำแสงธรรมชาติเข้ามาในอาคารได้อย่างนุ่มนวล
หลังคาขนมชั้น 2 เลเยอร์ (Double-Layered Roof): นอกจากความสวยงาม การออกแบบหลังคาซ้อนกัน 2 ชั้นยังมีประโยชน์ในเชิงฟังก์ชัน โดยช่วยเป็นฉนวนกันความร้อนให้กับพื้นที่ด้านล่าง และสร้างมิติทางสายตาที่น่าสนใจยิ่งขึ้น
ศาสตร์และศิลป์แห่งการวางผัง แปลนบ้านในอุ้งมือตามหลักฮวงจุ้ย
สถาปนิกได้ให้ความเคารพต่อความเชื่อของเจ้าของบ้านในเรื่องฮวงจุ้ย การวางผังจึงถูกจัดวางให้ตัวอาคารหลักอยู่กลางที่ดิน ไม่ชิดขอบรั้ว เปรียบเสมือน “อุ้งมือ” ที่โอบอุ้มและปกป้องผู้อยู่อาศัย สร้างความรู้สึกปลอดภัยและเป็นศูนย์รวมของพลังงานที่ดี
การจัดวางนี้ยังส่งผลดีในแง่การออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม ทำให้สามารถสร้างพื้นที่สีเขียวและบ่อน้ำล้อมรอบตัวบ้าน เพื่อสร้าง Microclimate ที่เย็นสบาย และเป็นปราการธรรมชาติที่ช่วยกรองเสียงและฝุ่นจากภายนอก เป็นการผสานศาสตร์ความเชื่อเข้ากับศิลปะการออกแบบสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว
บ้านหลังนี้ภาพสะท้อนที่ชัดเจนของคำว่า บ้านในยุคสมัยใหม่ ที่ซึ่งสถาปัตยกรรมทำหน้าที่เป็นมากกว่าแค่ที่พักพิง แต่เป็นเครื่องมือในการสร้างความสุข สานสัมพันธ์ และตอบสนองต่อวิถีชีวิตที่ซับซ้อนของครอบครัวขยาย
จากโจทย์ที่ต้องการบ้านสำหรับครอบครัวขยาย สู่การตีความให้เป็นคลับเฮาส์ส่วนตัว ผสานแรงบันดาลใจจากเรือยอร์ชและปรมาจารย์สถาปัตยกรรมโลก จนออกมาเป็นผลงานที่ลอยและเบาสบาย
ทั้งหมดนี้คือบทพิสูจน์ถึงพลังของการออกแบบที่เมื่อเริ่มต้นจากความเข้าใจใน “คน” อย่างลึกซึ้ง ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมเป็นมากกว่าแค่ “อาคาร” แต่คือพื้นที่แห่งชีวิตที่สมบูรณ์พร้อมและตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง
Project: The Private Club + Houses Chatuchak
Location: Bangkok, Thailand
Architect: ativich
Main Contractor: ศักยภาพ คอนสตรัคชั่น
Awards: International Property Awards 2023-2024 , Award winner – Architectural single residences Thailand
Photo: www.nottj.com
Story: Supakorn Thepvichaisinlapakun
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.