Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
ณ ช่วงเวลาหนึ่งในช่วงสถานการณ์ที่วิถีชีวิตในเมืองเปลี่ยนไปจากวิกฤติโลก และข้อจำกัดของพื้นที่ การตีความของการออกแบบบ้าน ไม่อาจเป็นเพียงกล่องปิดเงียบที่กั้นผู้คนออกจากโลกภายนอกอีกต่อไป แต่ต้องปรับตัวเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน Lane House จึงเป็นตัวอย่างการทดลองคิดของบ้านที่ขยายบทบาทของพื้นที่อยู่อาศัยให้กลายเป็นสนามวิ่ง ที่ทุกการเคลื่อนไหวยังคงอยู่ภายใต้ความเป็นส่วนตัวและความผูกพันของครอบครัว
คอร์ตกลางบ้าน และห้องนั่งเล่นยกระดับ
ที่เชื่อมพื้นที่ ฟังก์ชัน และความสัมพันธ์ของครอบครัว
ในช่วงที่การเข้าถึงพื้นที่สาธารณะถูกจำกัดจากสถานการณ์โควิด 19 บ้านทีมผู้ออกแบบจาก CORE Cluster ตอบโจทย์ความต้องการชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไปด้วยการออกแบบ Lane House บ้านที่มีแนวคิดการออกแบบให้พื้นที่กลางแจ้งภายในบ้าน สามารถทำหน้าที่เป็นพื้นที่ออกกำลังกายทั้งการปั่นจักรยานและวิ่ง โดยความท้าทายเชิงออกแบบคือการจัดวางพื้นที่ใช้งานทั้งหมดประมาณ 850 ตร.ม. บนแปลงที่ดินขนาด 640 ตร.ม. ให้สามารถบูรณาการทางวิ่ง/ลูปปั่นที่ยาวที่สุดได้ภายในข้อจำกัดนี้
แนวคิดเชิงพื้นที่ของบ้านนี้ชัดเจนในคำตอบเรื่องการจัดผัง ทีมผู้ออกแบบได้วางห้องต่าง ๆ ให้เรียงตัวตามแนวพัฒนาแปลนรูปตัว U รอบขอบที่ดิน เพื่อให้เลนสามารถยาวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทางลาดจากระดับพื้นดินพันรอบตัวอาคารไต่ขึ้นอย่างต่อเนื่องไปสู่พื้นที่นั่งเล่นบนชั้นสอง และขึ้นต่อไปยังห้องนอนหลักบนชั้นบนสุด ทำให้การวิ่ง/ปั่นเป็นวงรอบเดียวยาวราว 200 เมตรต่อรอบ แนวทางนี้ไม่เพียงเพิ่มระยะทางการออกกำลังกาย แต่ยังสร้างการลื่นไหลของการใช้งานระหว่างชั้นและฟังก์ชันต่าง ๆ ภายในบ้าน
ผังรูปตัว U ที่เชื่อมทุกกิจกรรมการเคลื่อนไหว ให้เป็นส่วนหนึ่งของบ้าน
จากแปลนรูปตัว U ทำให้เกิดสเปซใจกลาง ที่ประกอบด้วยลานกลางบ้านและห้องนั่งเล่นที่ยกระดับขึ้นลอยอยู่ตรงกลาง พื้นที่นั่งเล่นที่มีผนังกระจกรอบด้านนี้เปิดให้เห็นความสัมพันธ์เชิงสายตาทั้งกับฟังก์ชันอื่น ๆ และสวนลานกลาง ช่วยขยายความรู้สึกของพื้นที่ใช้สอยให้เป็นพื้นที่ร่วม มากกว่าการแยกตัวเป็นห้อง ๆ ทั้งยังให้พื้นที่วิ่งเพิ่มเติมด้านล่างของโถงยกระดับ และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกิจกรรมในร่มกับกิจกรรมกลางแจ้งทีมออกแบบยังอธิบายบทบาทของห้องนั่งเล่นนี้ว่าเป็น Hearth หรือศูนย์รวมชีวิตครอบครัวตามความหมายดั้งเดิมของความเป็นบ้าน
การตอบโจทย์บริบทภายนอกและภูมิอากาศถูกจัดการอย่างเป็นระบบ ด้านที่หันเข้าสู่ลานกลางทำให้ผนังมีความโปร่ง เพื่อเพิ่มการมองเห็นและแสงธรรมชาติ ในขณะที่ด้านที่หันออกสู่ถนนที่มีสะพานและทางด่วนใกล้เคียงเลือกให้ผนังปิดเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว แต่ยังออกแบบให้มีช่องระบายอากาศสอดรับกับสภาพอากาศร้อนชื้นของกรุงเทพฯ เป็นการบาลานซ์ระหว่างการเปิดเพื่อคุณภาพชีวิตภายในกับการปิดเพื่อความเป็นอยู่ที่สบายและเป็นส่วนตัว
Double-Skin Façade ที่กรองความร้อน พร้อมสร้างความเป็นส่วนตัวท่ามกลางบริบทเมือง
วัสดุและรายละเอียดผิวอาคารคือองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ Lane House มีนิยามของตัวเอง อาคารใช้ผนังคู่ออกแบบเป็น Double-Skin Façade โดยใช้อิฐสีเทาไหม้เป็นวัสดุหลัก รูปแบบก่ออิฐเป็นหน่วยคู่สองก้อนวางเฉียงต่อกันซ้ำ ๆ จนเกิดเป็นลายเฉพาะตัว ซึ่งทำหน้าที่กรองความร้อน ปกป้องความเป็นส่วนตัว และสร้างเอฟเฟ็กต์แสงเงาที่เปลี่ยนไปตามสภาพแสง วัสดุอิฐยังถูกเลือกเพราะความทนทานและการเกิดสีซีดลงเป็นไปตามธรรมชาติ ทำให้อาคารสามารถเข้ากับ กระบวนการของสภาวะอากาศและการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาได้อย่างเป็นธรรมชาติ
Lane House จึงกลายเป็นตัวอย่างของการออกแบบที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตใหม่ ผสานกิจกรรมเคลื่อนไหว เข้ากับแก่นของพื้นที่อาศัย โดยยังไม่ลดทอนเรื่องความเป็นส่วนตัวและความเหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมเมือง การใช้แปลนรูปตัว U พร้อมทางลาดรอบอาคาร ทำให้การออกกำลังกายกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันอย่างราบรื่น ขณะที่วัสดุกับรายละเอียดผนังช่วยรักษาคุณภาพสภาพแวดล้อมภายในทั้งเรื่องแสง ความร้อน และความสุนทรีย์จากการเปลี่ยนแปลงของวัสดุตามเวลา
สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance