Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
มีใครได้ไปเดินเล่นที่ Dusit Central Park มาแล้วบ้างครับ?
บรรยากาศวันเปิดโครงการเต็มไปด้วยความคึกคักและผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาสัมผัสพื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ใจกลางเมือง จนหลายคนอาจยังไม่ได้ทันสังเกตทุกรายละเอียดของการออกแบบ วันนี้ Dsign Something เลยอยากชวนทุกคนกลับมาสำรวจ Roof Park กันอีกครั้ง ผ่านมุมมองของคนทำงานออกแบบ ว่าภายใต้ความสวยงามของสวนลอยฟ้าแห่งนี้ ซ่อนแนวคิดอะไรไว้บ้าง
ท่ามกลางเส้นสกายไลน์ที่หนาแน่นของย่านสีลม-สาทร Dusit Central Park ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับภูมิทัศน์ของเมืองด้วยการเปิดตัว Thailand’s Largest Urban Roof Park สวนลอยฟ้าใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พื้นที่สีเขียวกว่า 7 ไร่ หรือประมาณ 11,200 ตารางเมตร ที่ทอดตัวครอบคลุมพื้นที่ชั้น 4 ต่อเนื่องถึงชั้น 7 ของโครงการ ท่ามกลางเมืองที่รายล้อมไปด้วยอาคารสูงและเส้นถนนที่ไม่เคยหลับใหล พร้อมมอบมุมมองของธรรมชาติที่เชื่อมโยงสายตาไปจนถึง สวนลุมพินี ผ่านแนวคิด Extended Park View ที่ออกแบบให้พื้นที่สีเขียวของโครงการผสานเข้ากับพื้นที่สีเขียวดั้งเดิมของเมืองอย่างไร้รอยต่อ สร้างประสบการณ์ใหม่ที่ทำให้ผู้คนได้ใกล้ชิดธรรมชาติ แม้จะอยู่ท่ามกลางศูนย์กลางธุรกิจที่พลุกพล่านที่สุดของกรุงเทพฯ
หัวใจของการออกแบบ Roof Park คือการนำแนวคิด Biophilic Design มาประยุกต์ใช้บนระดับความสูง เชื่อมโยงผู้คนกับธรรมชาติผ่านองค์ประกอบที่กระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งห้า ไม่ว่าจะเป็นภาพของทิวทัศน์สีเขียวที่โอบล้อม สายน้ำที่ค่อย ๆ ไหลผ่านแอ่งน้ำและน้ำตก เสียงธรรมชาติที่ทำให้รู้สึกสงบ กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากพรรณไม้ของประเทศไทยที่ถูกคัดสรรอย่างพิถีพิถัน และสัมผัสของวัสดุธรรมชาติที่ออกแบบมาอย่างละเอียดอ่อนเพื่อให้ประสบการณ์ของการเดินและพักผ่อนเต็มไปด้วยความรื่นรมย์ การเลือกใช้ พรรณไม้ไทย 100% ไม่เพียงสร้างเอกลักษณ์ของภูมิทัศน์ แต่ยังช่วยรักษาระบบนิเวศท้องถิ่น รองรับการอยู่อาศัยของนก แมลง และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เป็นส่วนสำคัญของวงจรธรรมชาติ
พลังของภูมิสถาปัตยกรรมที่ออกแบบชีวิตติดธรรมชาติ
โดย Landscape Collaboration LTD.
สิ่งที่ทำให้ Roof Park ของ Dusit Central Park น่าจดจำ ไม่ได้มาจากความยิ่งใหญ่ของพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากแนวคิดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการออกแบบ ซึ่งนำทีมโดย Landscape Collaboration LTD. ทีมผู้ออกแบบภูมิสถาปัตย์ ที่เข้าใจบริบทของเมืองกรุงเทพฯ อย่างลึกซึ้ง โดยไม่ได้มองพื้นที่แห่งนี้เป็นเพียงแค่สวนลอยฟ้า แต่เป็น ระบบนิเวศบนท้องฟ้า ที่สามารถเชื่อมโยงผู้คน เมือง และธรรมชาติเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน
สิ่งที่น่าชื่นชมคือวิธีการออกแบบที่ทำให้ธรรมชาติสามารถซึมลึกเข้าไปในทุกมิติของพื้นที่ ตั้งแต่การคัดสรรพรรณไม้ไทย ที่เหมาะกับภูมิอากาศเขตร้อน ไปจนถึงการออกแบบทางเดิน แอ่งน้ำ และมุมพักผ่อนที่ให้ความสำคัญกับ ประสบการณ์ของผู้ใช้ มากพอ ๆ กับความงามของภาพรวม โครงสร้างแวดล้อมทุกส่วนถูกจัดวางอย่างประณีต เพื่อสร้างจังหวะของการเดินและมุมมองที่หลากหลายตลอดเส้นทาง
อีกหนึ่งความสำเร็จของ Roof Park ไม่ได้อยู่ที่การสร้างพื้นที่สีเขียวบนความสูงเท่านั้น แต่คือการสร้าง ประสบการณ์ ที่เปลี่ยนวิธีที่เรามองเมือง หลังจากเดินชมโครงการนี้ ทำให้รู้สึกได้ถึงทัศนียภาพของภูมิสถาปัตยกรรมที่ไม่ได้เป็นเพียงการตกแต่งฉากให้เมืองดูน่าอยู่ขึ้น แต่มันคือการ ออกแบบชีวิต ให้ผู้คนได้สัมผัสธรรมชาติท่ามกลางความหนาแน่นของเมืองใหญ่ และนี่คือคุณค่าที่แท้จริงของสถานที่แห่งนี้
พื้นที่สีเขียวที่เป็นมิตร กับวิถีชีวิตคนกรุงเทพฯ
Roof Park ออกแบบมาในแบบที่รู้จักคนเมืองเป็นอย่างดี ทุกเส้นทางเดินไร้รอยต่อ ปรับระดับได้อย่างนุ่มนวล ทุกโซนมีกิจกรรมที่แตกต่างและสอดรับกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ลานกิจกรรมกลางแจ้งที่เหมาะกับครอบครัว ไปจนถึงจุดชมวิวสงบ ๆ สำหรับคนที่ต้องการเวลาอยู่กับตัวเอง มันคือสวนที่ ไม่ตัดสินวิถีชีวิตของผู้คน แต่เปิดโอกาสให้แต่ละคนเลือกประสบการณ์ของตัวเองได้
และสำหรับคนที่อยู่กับเมืองมาตลอด เรามักคิดว่าการได้เจอธรรมชาติ เป็นเรื่องยาก แต่ที่นี่ทำให้เห็นว่าถ้าออกแบบอย่างเข้าใจ ทั้งสองสิ่งสามารถอยู่ร่วมกันได้จริง ๆ และไม่ใช่แค่การอยู่ร่วมกันแบบประนีประนอม แต่เป็นการ เกื้อกูลกัน ในเชิงพื้นที่และคุณภาพชีวิต
Roof Park จึงไม่ได้ถูกออกแบบมาเพียงเพื่อสร้างความงดงามทางสายตา แต่เป็นพื้นที่สีเขียวที่ทำงานให้กับเมืองตามหลัก Ecosystem Principles สวนลอยฟ้าแห่งนี้ช่วยฟื้นฟูสมดุลสิ่งแวดล้อมผ่านการผลิตออกซิเจน ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ และช่วยกรองฝุ่นละอองที่เป็นปัญหาสำคัญของกรุงเทพฯ นอกจากนี้ การออกแบบพื้นที่น้ำในรูปแบบแอ่งน้ำและน้ำตก ยังมีบทบาทสำคัญในการปรับสมดุล (Microclimate) ลดอุณหภูมิบริเวณรอบ ๆ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของพืชพรรณหลากชนิด
ประสบการณ์พื้นที่บน Roof Park ถูกออกแบบภายใต้หลัก Universal Design เพื่อรองรับผู้ใช้ทุกกลุ่มอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ใช้รถเข็น เส้นทางเดินถูกออกแบบให้ไร้รอยต่อ ความชันของทางลาดถูกคำนวณมาอย่างเหมาะสมเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ภายในสวนยังแบ่งสเปซอย่างมีกลยุทธ์ ตั้งแต่ลานกิจกรรมกลางแจ้งที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ ไปจนถึง Amphitheater สำหรับการแสดงและเวิร์กช็อปสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิว Bird Nest Viewpoint ที่ออกแบบให้ลอยเหนือระดับเมือง มอบมุมมองพาโนรามาของกรุงเทพฯ และสวนลุมพินีที่งดงามอย่างไม่มีสิ่งกีดขวาง
หนึ่งในจุดแข็งของ Roof Park คือแนวคิด Extended Park View ที่ไม่เพียงเปิดรับทัศนียภาพของสวนลุมพินี แต่ยังทำหน้าที่เป็นสะพานที่เชื่อมโยงโครงข่ายสีเขียวในเมืองเข้าด้วยกัน การออกแบบในระดับภูมิทัศน์นี้ช่วยสร้างการเชื่อมโยงระหว่าง Dusit Central Park กับผืนธรรมชาติของสวนลุมฯ ทำให้พื้นที่ทั้งหมดทำงานร่วมกันเป็นระบบนิเวศเดียว ไม่ใช่แค่การสร้างพื้นที่สีเขียวที่โดดเดี่ยวบนหลังคา แต่เป็นการเพิ่มขีดความสามารถของเมืองในการรองรับชีวิตผู้คนและธรรมชาติไปพร้อมกัน
Roof Park ยังออกแบบให้ต้อนรับผู้ใช้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นแขกโรงแรม ผู้อาศัยใน Dusit Residences และ Dusit Parkside พนักงานออฟฟิศในย่าน CBD นักท่องเที่ยว รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ต้องการมาพักผ่อน
ภูมิสถาปัตยกรรมที่เชื่อมต่อ คน-เมือง-ธรรมชาติ
สิ่งที่ประทับใจที่สุดจากการเดินชม Roof Park ไม่ใช่แค่ความสวยงามของสวน แต่เป็นวิธีคิด ที่ซ่อนอยู่ในทุกดีเทล แนวคิด Extended Park View ทำให้พื้นที่สีเขียวของ Dusit Central Park ไม่ได้จบแค่ในรั้วโครงการ แต่มันขยายมุมมองสายตาให้เชื่อมต่อกับสวนลุมพินีอย่างไร้รอยต่อ ความรู้สึกที่ได้คือ เหมือนเราได้อยู่ในเมืองที่หายใจเมืองที่พยายามคืนพื้นที่ให้ธรรมชาติ และทำให้ผู้คนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของมัน
จากมุม Bird Nest Viewpoint เมื่อมองออกไปยังเส้นสกายไลน์ของสีลม-สาทร คุณจะเห็นความต่างที่ลงตัวระหว่างความหนาแน่นของเมือง และ ผืนสีเขียว ที่เชื่อมถึงกันโดยไม่ถูกตัดขาด สำหรับคนทำงานออกแบบ มันคือการเห็นภาพชัดเจนว่า งานภูมิสถาปัตยกรรมสามารถทำหน้าที่เป็นสะพาน เชื่อมโยงระหว่างคน เมือง และธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน
ในฐานะนักออกแบบคนหนึ่งที่มีโอกาสได้ไปเดินเล่น Roof Park ของ Dusit Central Park สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความตั้งใจของงานภูมิสถาปัตยกรรมที่ไม่ได้มองพื้นที่สีเขียวเป็นเพียงฉากหลังสวย ๆ แต่เป็นสภาพแวดล้อมที่เข้าใจคนเมืองอย่างแท้จริง การเลือกพรรณไม้ไทยที่ปรับตัวเข้ากับภูมิอากาศกรุงเทพฯ ไม่ได้แค่ทำให้สวนนี้ดูมีชีวิต แต่ยังช่วยสร้างความรู้สึกคุ้นเคยและเชื่อมโยงกับรากเหง้าของเราในฐานะคนเมืองเขตร้อน
เส้นทางเดินที่ทอดยาวไปตามแนวสวนถูกออกแบบให้โอบล้อมผู้คนเหมือนกำลังพาเราหนีจากความวุ่นวายด้านล่างขึ้นสู่ระดับสายตาที่สูงกว่า มันเป็นการพักหายใจโดยไม่ต้องออกจากเมือง และนี่คือสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่า Roof Park แห่งนี้ไม่ใช่แค่พื้นที่พักผ่อนแต่เป็นพื้นที่เยียวยาให้กับคนกรุงเทพฯ ในเชิงจิตวิทยาด้วย
Thailand’s Largest Urban Roof Park ของ Dusit Central Park จึงเป็นมากกว่าแลนด์มาร์คใหม่ของกรุงเทพฯ แต่เป็นต้นแบบการออกแบบภูมิทัศน์เมืองที่ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนในหลากหลายมิติ มันเป็นการสร้างพื้นที่สีเขียวที่ทำงานเชื่อมต่อกับโครงสร้างเมืองในเชิงลึก เป็นการออกแบบที่แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และธรรมชาติสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล สวนลอยฟ้าแห่งนี้จึงเป็นมากกว่าจุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อน หากแต่เป็นภาพสะท้อนของอนาคตกรุงเทพฯ ที่กำลังมุ่งไปสู่เมืองที่ยั่งยืน เชื่อมโยงผู้คนกับธรรมชาติในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
Photo Credit : Dsign Something , Tanatip Chawang
สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance