ถ้าชีวิตคือภาพยนตร์บ้านก็คือฉากสำคัญที่สุดที่บอกเล่าเรื่องราวและสะท้อนตัวตนของเรา และปรัชญาการออกแบบที่เราเลือกสรรมาด้วยตัวเอง ก็คือวิธีการกำกับฉากชีวิตที่แตกต่างกันออกไป บางคนเลือกฉากที่เต็มไปด้วย ความอบอุ่นและสายสัมพันธ์ ตื่นเช้ามาในแสงแดดอุ่น จิบกาแฟบนโต๊ะไม้ริมหน้าต่าง พูดคุยหัวเราะกับครอบครัว หรือเล่นบอร์ดเกมกับลูก ๆ บนโซฟานุ่ม ๆ
บางคนเลือกฉากที่ สงบนิ่งและลึกซึ้ง ยืนบนระเบียงคอนกรีตมองเมืองยามค่ำ ดื่มวิสกี้เบา ๆ ขณะฟังเพลงโปรด หรือใช้มุมสตูดิโอทำงานศิลปะที่ช่วยสะท้อนตัวตน
บางคนเลือกฉากที่ เรียบง่ายและปลอดโปร่ง ด้วยสเปซเปิดโล่งเปิดรับแสงธรรมชาติ จัดบ้านให้เรียบร้อยทุกเช้าวันอาทิตย์ ฝึกโยคะหรือสมาธิบนพื้นไม้เรียบ ๆ เพื่อให้ใจสงบและมีอิสรภาพ
บางคนเลือกฉากที่ สมดุลและใกล้ชิดธรรมชาติ นั่งบนเสื่อทาทามิ จิบชาเขียว มองสวนหินเล็ก ๆ หรือจัดกิจกรรมช้า ๆ แบบ grounding เพื่อเชื่อมต่อกับตัวเองและธรรมชาติ
บางคนเลือกฉากที่ ยอมรับและเห็นคุณค่าในความไม่สมบูรณ์แบบ จัดแจกันดอกไม้ป่าเพียงหนึ่งดอก วางแก้วชาอุ่นบนโต๊ะไม้เก่า ฟังเสียงฝนตกบนหลังคา หรือซ่อมของใช้ด้วยความตั้งใจ เพื่อให้ทุกโมเมนต์เต็มไปด้วยความจริงแท้ของชีวิต
วันนี้ Dsign Something เลยอยากชวนทุกคนมาถอดรหัสตัวตน ผ่านปรัชญาการดีไซน์และไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย เพื่อให้ตอบคำถามได้ชัดเจนว่า Living Quality แบบไหน…คือฉากในชีวิตที่คุณกำลังมองหา เพราะเราเชื่อว่าการได้เลือกและอยู่ในพื้นที่ที่สะท้อนตัวตน คือความภาคภูมิใจและความสุขที่แท้จริง
The Hygge Living ความอบอุ่นและความรัก
ปรัชญา Hygge จากประเทศเดนมาร์กคือการสร้างพื้นที่ที่โอบกอดความสุขเรียบง่ายในชีวิตประจำวัน บ้านสไตล์นี้ให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันมากกว่าความหรูหรา ดีไซน์จึงเน้นการสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเอง นุ่มนวล และเต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่น
ในเชิงการออกแบบสถาปัตยกรรม Hygge มักออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้เชื่อมต่อกันอย่างลื่นไหล พื้นที่นั่งเล่น ครัว และมุมรับประทานอาหารมักจัดอยู่ในโถงเดียวกัน เพื่อให้คนในบ้านได้ใช้เวลาร่วมกันโดยไม่มีขอบเขตกั้น ฟังก์ชันต่าง ๆ ถูกออกแบบให้รองรับกิจกรรมเล็ก ๆ เช่นการทำอาหารพร้อมพูดคุย หรือการนั่งอ่านหนังสือในขณะที่คนอื่นเล่นดนตรีในมุมเดียวกัน
#EditorNOTE
The Hygge Style
-ใช้ โทนสีอบอุ่น เช่น ครีม เบจ น้ำตาลอ่อน เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย
-วัสดุไม้เนื้ออ่อนและผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มช่วยเพิ่มความเป็นกันเอง
-เปิดพื้นที่ด้วย หน้าต่างบานใหญ่ ให้แสงธรรมชาติไหลเข้ามาเต็มที่
-มีการวางผังแบบ Open Plan ในห้องนั่งเล่นและครัว เพื่อให้คนในบ้านเชื่อมต่อกันง่าย
วัสดุและโทนสีคือหัวใจของความอบอุ่นในบ้านสไตล์นี้ ไม้โอ๊ค ผ้าฝ้าย และลินินถูกใช้เพื่อสร้างสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ โทนสีกลางอย่างครีม เบจ และน้ำตาลอ่อนผสานเข้ากับแสงธรรมชาติที่เข้ามาจากหน้าต่างบานใหญ่ สร้างบรรยากาศที่เหมือนโอบล้อมด้วยความสบาย
#ลองจินตนาการถึงเช้าวันหยุดในบ้านที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของครอบครัว กลิ่นขนมปังอบใหม่ และแสงแดดอุ่นส่องผ่านผ้าม่านบาง ในสไตล์ของ Hygge ที่เต็มไปด้วยกิจกรรมเล็ก ๆ ที่ทำให้ทุกคนใกล้ชิดกันมากขึ้น เด็ก ๆ ทำคุกกี้บนเคาน์เตอร์ไม้ในครัว พ่อแม่จิบกาแฟยามเช้าบนเก้าอี้ริมหน้าต่าง ขณะฟังเพลงแจ๊สเบา ๆ และในตอนเย็น สมาชิกทุกคนรวมตัวกันเล่นบอร์ดเกมรอบโต๊ะไม้ยาว บรรยากาศเหล่านี้คือ Living Quality ที่เกิดจากความรักและสายสัมพันธ์
Living Quality ของสไตล์นี้คือการออกแบบบ้านให้เป็นพื้นที่ที่คนในครอบครัวอยู่ด้วยกันมากกว่าแค่ อยู่ร่วมกันทุกดีเทลถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความทรงจำที่อบอุ่นในทุกฉากชีวิต
The Brutalist Living ความจริงแท้และตัวตนที่แข็งแกร่ง
ทุกคนอาจคุ้นเคย หรือเคยได้ยินถึงสไตล์ Brutalist ปรัชญาการออกแบบที่ให้คุณค่ากับความจริงแท้ บ้านในสไตล์นี้เน้นโชว์โครงสร้างเปลือยดิบอย่างซื่อสัตย์ ไม่ปกปิดวัสดุและร่องรอยที่เกิดจากกระบวนการก่อสร้าง เพื่อสะท้อนบุคลิกที่ตรงไปตรงมาและแข็งแกร่งของเจ้าของบ้าน
สเปซของ Brutalist มักถูกออกแบบให้พื้นที่เล่นกับแสงและเงาอย่างตั้งใจ ผนังคอนกรีตขนาดใหญ่และเพดานสูงเปิดโล่งช่วยให้เกิดมิติที่ชัดเจน ช่องเปิดขนาดใหญ่ถูกวางตำแหน่งเพื่อควบคุมแสงธรรมชาติในแต่ละช่วงเวลา ทำให้เกิดเงาที่ตกกระทบพื้นผิวอย่างงดงามราวกับงานศิลปะ
วัสดุหลักคือสัจจะวัสดุอย่าง คอนกรีตเปลือย เหล็ก และกระจก ซึ่งถูกใช้โดยไม่พยายามซ่อนหรือแต่งเติม ปล่อยให้พื้นผิวที่หยาบบ้างเรียบบ้างเล่าเรื่องราวของตัวเอง เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้มักเลือกชิ้นที่เรียบง่ายแต่ฟังก์ชันสูง เช่น โต๊ะไม้โอ๊คขาเหล็ก หรือโซฟาหนังสีเข้มที่ให้สัมผัสหนักแน่น
#EditorNOTE
The Brutalist Style
-โครงสร้างใช้ คอนกรีตเปลือย เผยลวดลายแบบหล่อดิบ ๆ
-ผนังกระจกสูงเต็มบาน เพื่อเปิดมุมมองกว้าง ๆ ของบริบทโดยรอบ
-ใช้โทนสีเทาเข้ม เหล็กดำ และพื้นผิววัสดุที่หยาบ เพื่อสร้างอารมณ์ทรงพลัง
-แสงสว่างภายในในบ้านมีการเลือกใช้ ไฟสลัวโทนวอร์ม เพื่อขับให้ผิววัสดุดูมีมิติ
คนกลุ่มนี้มักเป็นนักสร้างสรรค์ นักออกแบบ หรือศิลปิน ที่ชอบมีพื้นที่ส่วนตัว สำหรับคิดและทำงาน บ้าน Brutalist อาจมีสตูดิโอเล็ก ๆ ที่แสงธรรมชาติเข้าถึงได้เต็มที่เพื่อสร้างผลงานศิลปะ หรือพื้นที่นั่งเงียบ ๆ บนระเบียงสำหรับดื่มวิสกี้ยามค่ำขณะมองวิวเมือง ฉากเหล่านี้สะท้อน Living Quality ที่เกิดจากความจริงแท้และอิสระในการใช้ชีวิต
Living Quality ของ Brutalist คือการออกแบบพื้นที่ที่ให้คุณ “ซื่อสัตย์กับตัวเอง” บ้านไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อสร้างภาพลักษณ์ แต่เพื่อสร้างที่พักพิงที่สะท้อนตัวตนในแบบที่เป็นจริงที่สุด
The Minimalist Living อิสรภาพและความสงบ
Minimalism สไตล์เชื่อว่าการลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็น คือการเพิ่มคุณค่าให้สิ่งสำคัญ บ้านในสไตล์นี้จึงมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่ที่โล่ง โปร่ง และปราศจากสิ่งรบกวน เพื่อให้เจ้าของบ้านมีพื้นที่ว่างสำหรับตัวเอง
สเปซในบ้านมินิมอลถูกออกแบบให้ใช้แสงธรรมชาติเป็นตัวกำหนดอารมณ์และบรรยากาศ หน้าต่างทรงกว้างที่เปิดรับวิวภายนอกช่วยให้ภายในเชื่อมโยงกับธรรมชาติในแบบไร้รอยต่อ พื้นที่เชื่อมต่อกันแบบ Open Plan ทำให้การเคลื่อนไหวในบ้านรู้สึกเบาสบายและเป็นอิสระ
ในแง่ของวัสดุและดีเทล บ้านสไตล์นี้มักใช้โทนสีขาว เทา และเอิร์ธโทน ผสมผสานกับวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้เมเปิล กระจกใส และผ้าฝ้าย เพื่อสร้างบรรยากาศที่กลมกลืน เฟอร์นิเจอร์ถูกออกแบบให้เรียบง่ายแต่ฟังก์ชันสูง ทุกชิ้นมีที่ของมันเพื่อให้สเปซดูสะอาดตา
#EditorNOTE
The Minimalist Style
-มีการเลือกใช้โทนสีหลักเน้น ขาว เทา และไม้ธรรมชาติ ให้บ้านดูสบายตา
-ใช้ Negative Space เพื่อเปิดพื้นที่ให้โล่งและโปร่ง
-เฟอร์นิเจอร์เลือกเส้นสายเรียบง่าย ไม่มีการตกแต่งเกินจำเป็น
-ซ่อนการจัดเก็บและงานระบบ เพื่อให้สเปซดูสะอาดตา
ทำให้บ้าน Minimalist เหมาะกับคนที่มองหาความสมดุลในใจและชีวิตประจำวันที่ไม่ซับซ้อน กิจกรรมประจำวันอาจเป็นการต้มกาแฟดริปยามเช้า จัดบ้านให้เรียบร้อยในทุกสัปดาห์ หรือฝึกโยคะบนพื้นไม้เรียบ ๆ เสียงลมและแสงธรรมชาติที่กรองเข้ามาในบ้านทำให้ทุกโมเมนต์เต็มไปด้วยความสงบ นี่คือ Living Quality ที่ให้พื้นที่กับจิตใจมากพอ ๆ กับพื้นที่ใช้สอย
Living Quality ของ Minimalist คือการสร้างฉากชีวิตที่ช่วยให้เจ้าของบ้าน “หายใจได้เต็มปอด” ความสงบที่เกิดจากพื้นที่โล่งและการจัดระเบียบ ทำให้ทุกช่วงเวลาในบ้านกลายเป็นพื้นที่ของการฟื้นฟูจิตใจ
The Japandi Living ความสมดุลและความสงบในใจ
Japandi คือการผสมผสานระหว่างปรัชญา Wabi ของญี่ปุ่นและ Hygge ของสแกนดิเนเวีย ผลลัพธ์คือบ้านที่ให้ความรู้สึกสงบ เรียบง่าย และอบอุ่นในเวลาเดียวกัน
โดยการออกแบบสเปซของ Japandi มุ่งเน้นการสร้างการไหลเวียนของแสงและอากาศให้สมดุล หน้าต่างขนาดใหญ่ถูกออกแบบให้รับแสงธรรมชาติในมุมที่พอดี ไม่จ้าเกินไปแต่ทำให้บรรยากาศอบอุ่น ระเบียงไม้เชื่อมต่อกับสวนเล็ก ๆ เพื่อให้ภายในบ้านสัมผัสกับธรรมชาติอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียว
วัสดุที่ถูกเลือกใช้เน้นความเป็นธรรมชาติ เช่น ไม้โอ๊ค ไผ่ ผ้าฝ้าย และลินิน ในโทนเอิร์ธโทนที่กลมกลืนกับแสงแดดอ่อน ๆ เฟอร์นิเจอร์เป็นงานฝีมือที่ใส่ใจในรายละเอียด มีขนาดเล็กกะทัดรัดและเน้นสัดส่วนที่สมดุล ทำให้บ้านดูโปร่งโล่งและใช้งานง่าย
#EditorNOTE
The Japandi Style
-มีการเลือกใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่ หินแม่น้ำ และผ้าฝ้ายเนื้อดิบ
-ประตูและหน้าต่างโชจิกรองแสงให้เข้ามานุ่มนวล
-มีการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เตี้ยแบบญี่ปุ่น ทำให้สายตาเชื่อมต่อกับธรรมชาติภายนอก
-มีคอร์ตยาร์ดเล็ก ๆ ที่จัดสวนหินหรือต้นไม้เล็ก ๆ เพื่อสร้างความสงบในใจ
คนที่ชอบ Japandi มักรักความสงบและมองหาชีวิตที่ช้าลง สไตล์บ้านแบบนี้เหมาะกับกิจกรรมอย่างการทำสมาธิยามเช้า ขัดถ้วยชาเซรามิกแฮนด์เมดอย่างตั้งใจ หรือการอ่านหนังสือข้างหน้าต่างในบ่ายวันฝนตก บรรยากาศเหล่านี้ทำให้บ้านกลายเป็นพื้นที่ที่ฟื้นฟูจิตใจและพลังชีวิต
Living Quality ของ Japandi คือการออกแบบพื้นที่ที่โอบอุ้มร่างกายและจิตใจ บ้านกลายเป็นพื้นที่ฟื้นพลัง และเป็นที่ที่คุณเชื่อมต่อกับความสงบอย่างแท้จริง
The Wabi-Sabi Living การยอมรับและเห็นคุณค่าในความไม่สมบูรณ์แบบ
Wabi-Sabi คือปรัชญาญี่ปุ่นที่เชื่อว่าความงามอยู่ในความไม่สมบูรณ์แบบบ้านสไตล์นี้จึงเน้นวัสดุที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา และดีไซน์ที่ยอมรับร่องรอยที่เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตจริง
สเปซของ Wabi-Sabi ออกแบบให้เปิดรับธรรมชาติและเวลาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน หน้าต่างทรงยาวเชื่อมสายตาสู่สวนหินและบ่อน้ำเล็ก ๆ ที่แสงแดดเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวัน พื้นที่นั่งเล่นถูกออกแบบให้ต่ำติดพื้นตามแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม เพื่อให้ร่างกายสัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
วัสดุที่ใช้บอกเล่าเรื่องราวของเวลาได้ดีที่สุด เช่น ไม้สนเก่าที่มีรอยขีดข่วน ผนังดินฉาบหยาบที่มีผิวสัมผัสเฉพาะตัว หรือเซรามิกที่แตกเล็กน้อยแต่นำมาต่อด้วย “คินสึกิ” (ศิลปะการซ่อมด้วยทอง) ทุกองค์ประกอบสะท้อนความงามที่ไม่ต้องการความสมบูรณ์แบบ
#EditorNOTE
The Wabi-Sabi Style
-มักมีการเลือกใช้ไม้เก่า ดินขัดมัน ปูนเปลือยหยาบ และเซรามิกแฮนด์เมดเป็นองค์ประกอบหลัก
-มีการออกแบบเพื่อเปิดช่องแสงขนาดเล็กเพื่อให้เงาและแสงเปลี่ยนไปตลอดวัน
-เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่มีร่องรอยการใช้งาน สื่อถึงกาลเวลา
-ลวดลายที่ไม่สมบูรณ์ของพื้นผิวกลายเป็นเอกลักษณ์ที่มีเสน่ห์
บ้าน Wabi-Sabi มักเต็มไปด้วยคนที่ชอบใช้เวลาช้า ๆ และให้ค่ากับความเรียบง่าย กิจกรรมอาจเป็นการจัดแจกันดอกไม้ป่าเพียงหนึ่งดอกในห้องนั่งเล่น จิบชาอุ่น ๆ ริมหน้าต่างขณะมองสายฝน หรือซ่อมถ้วยเซรามิกที่บิ่นแทนที่จะทิ้ง นี่คือ Living Quality ที่เกิดจากการอยู่กับปัจจุบันและการยอมรับสิ่งที่เป็น
Living Quality ของ Wabi-Sabi คือการสร้างพื้นที่ที่ช่วยให้เราช้าลง ฟังเสียงธรรมชาติ และยอมรับความเปลี่ยนแปลง บ้านไม่ได้ถูกออกแบบให้สมบูรณ์แบบแต่ถูกออกแบบให้เป็นจริงในแบบที่เราใช้ชีวิต
ที่สุดของ Living Quality ในแบบคุณ
ที่สุดของ Living Quality ไม่ใช่เพียงความหรูหราหรือฟังก์ชันการใช้งานของบ้าน แต่เกิดจากการได้อยู่ในสเปซที่สะท้อนตัวตนของคุณอย่างแท้จริง การเลือกปรัชญาการออกแบบแต่ละสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นความอบอุ่นของ Hygge ความสงบและทรงพลังของ Brutalist ความเรียบง่ายของ Minimalist ความสมดุลของ Japandi หรือการยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบของ Wabi-Sabi ล้วนเป็นวิธีการสร้าง ฉากชีวิต ที่แตกต่างกันและเติมเต็มความสุขในทุกวัน
บ้านของคุณคือพื้นที่ที่คุณใช้สร้างเรื่องราวของตัวเอง กิจกรรมเล็ก ๆ ในแต่ละวัน เช่น จิบกาแฟยามเช้า จัดบ้านให้เรียบร้อย ฝึกโยคะ มองสวนเล็ก ๆ หรือซ่อมของใช้ที่รัก ล้วนเป็นส่วนประกอบของ Living Quality ที่มากกว่าการออกแบบ การได้เลือกและอยู่ในสเปซที่เข้ากับบุคลิกและไลฟ์สไตล์ ทำให้ทุกโมเมนต์เต็มไปด้วยความพึงพอใจ ความสงบ และความภาคภูมิใจในตัวเอง
แล้วคุณล่ะ…ฉากชีวิตของคุณเป็นแบบไหน? คุณพร้อมที่จะสร้างพื้นที่ที่บอกเล่าตัวตนและเติมเต็มความสุขในชีวิตประจำวันหรือยัง? เพราะที่สุดของ Living Quality อยู่ที่การเลือกของคุณเอง ฉากชีวิตที่สะท้อนตัวตนและทำให้คุณใช้ชีวิตอย่างเต็มที่
#APThai #ชีวิตดีๆที่เลือกเองได้ #APLivingQuality #ที่สุดของLivingQualityในแบบคุณ
สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.