Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
เมื่อการออกแบบสถาปัตยกรรมในอนาคตไม่สามารถแยกออกจากโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมได้อีกต่อไป วัสดุคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Materials) จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้งานสถาปัตยกรรมเดินไปสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม แนวคิดนี้เน้นวัสดุที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยตลอดวงจรชีวิต และมาจากทรัพยากรหมุนเวียน เพื่อลดการพึ่งพาวัสดุจากเชื้อเพลิงฟอสซิล
ภายในบรรยากาศงานอบรมและเสวนา Low-carbon Materials for Future Design ที่จัดขึ้นโดย ศูนย์กลางความรู้ด้านวัสดุคาร์บอนต่ำ ณ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีหลายประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาวัสดุเพื่อรองรับการออกแบบสถาปัตยกรรมยุคใหม่ ที่ไม่เพียงเน้นความงามและฟังก์ชัน แต่ชวนให้หวนคิดถึงมุมมองในฐานะผู้ออกแบบอย่างเราที่ต้องเริ่มตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการปล่อยคาร์บอนในงานออกแบบ วันนี้ Dsign Something จึงขอหยิบยกเนื้อหาที่น่าสนใจมาแบ่งปัน เพื่อเป็นข้อมูลต่อยอดให้กับนักออกแบบและสถาปนิก พร้อมตัวอย่างวัสดุคาร์บอนต่ำหลากหลายกลุ่ม
ก่อนที่เราจะพูดถึงวัสดุคาร์บอนต่ำและการออกแบบสถาปัตยกรรมอย่างยั่งยืน เราควรเข้าใจ ความหมายและความเป็นมาของ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) กันก่อน
คาร์บอนฟุตพริ้นท์คือปริมาณก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะ CO₂ ที่เกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ ตั้งแต่การผลิตวัสดุ การขนส่ง การใช้พลังงาน ไปจนถึงการกำจัดของเสีย ในวงการ สถาปัตยกรรมและก่อสร้าง ปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ถือว่าหนัก เพราะวัสดุก่อสร้างสำคัญอย่าง ปูนซีเมนต์ เหล็ก หรือคอนกรีต ปล่อย CO₂ ในปริมาณมาก นอกจากนี้ การก่อสร้างอาคาร การขนส่งวัสดุ และการใช้พลังงานระหว่างก่อสร้างก็เพิ่มปริมาณก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย
โดยจากสถิติระบุว่า ระบบอุตสาหกรรมก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง มีส่วนรับผิดชอบต่อการปล่อย CO₂ โลกมากกว่า 30% ทำให้การลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของอาคารกลายเป็นโจทย์สำคัญสำหรับนักออกแบบและวิศวกร ปัจจุบันแนวทางที่เกิดขึ้นในวงการออกแบบและก่อสร้าง คือ
-มีแนวโน้มการเลือกใช้ วัสดุคาร์บอนต่ำ มากขึ้น
-การออกแบบอาคารคำนึงถึง ตลอดวงจรชีวิตวัสดุ (Life Cycle Assessment)
-ออกแบบให้อาคาร ประหยัดพลังงานและลดการปล่อยก๊าซ ตั้งแต่การเลือกวัสดุไปจนถึงระบบอาคาร
ในการออกแบบสถาปัตยกรรมยุคใหม่ การเลือกวัสดุไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความงามหรือฟังก์ชันอีกต่อไป แต่ต้องสอดรับกับ แนวคิดการลดคาร์บอนและความยั่งยืน ด้วย วัสดุคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Materials) จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้งานออกแบบตอบโจทย์สิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างคุณค่าใหม่ให้กับของเหลือใช้และวัสดุรีไซเคิล
วัสดุคาร์บอนต่ำมีหลายประเภท โดยแต่ละกลุ่มมีวิธีการและศักยภาพที่แตกต่างกัน ในบทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ 3 กลุ่มหลักที่น่าสนใจ และตัวอย่างการนำไปใช้จริงในการออกแบบสถาปัตยกรรม
วัสดุจากชีวมวล (Bio-based materials) ใช้ประโยชน์จากเศษเหลือเกษตรหรือของเสียจากอาหาร เพื่อลดการพึ่งพาทรัพยากรจากฟอสซิล ตัวอย่างเช่น
– Biochar วัสดุสีดำที่ผลิตจากการเผาเศษไม้ แกลบ หรือกะลามะพร้าวในสภาวะไร้ออกซิเจน มีโครงสร้างพรุน แข็งแรง น้ำหนักเบา และกักเก็บคาร์บอนได้ยาวนาน
Biochar ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนชีวมวลเหลือใช้ (ไม้ แกลบ ซังข้าวโพด กะลามะพร้าว) ผ่านกระบวนการไพโรไลซิส ให้กลายเป็นวัสดุสีดำสนิท มีโครงสร้างพรุน น้ำหนักเบา แข็งแรง และกักเก็บคาร์บอนได้ในระยะยาว ศักยภาพของ Biochar คือการถูกพัฒนาเป็นคอนกรีตสีเขียว อิฐเสริมดิน ฉนวนกันความร้อน หรือแม้แต่วัสดุตกแต่งที่สะท้อนภาพลักษณ์ความยั่งยืนอย่างชัดเจน
-Biocalcium ที่ได้จากเปลือกหอย เปลือกไข่ หรือกระดูกสัตว์ สามารถใช้แทนหินปูนในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ ช่วยลดการปลดปล่อย CO₂ และเพิ่มมูลค่าให้ของเหลือทิ้ง
อีกกลุ่มที่น่าจับตามองคือ Biocalcium ที่ได้จากเปลือกหอย เปลือกไข่ หรือกระดูกสัตว์ อุดมไปด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบแทนหินปูนในปูนซีเมนต์หรือคอมโพสิตชีวภาพ ลดการปลดปล่อย CO₂ จากอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์โดยตรง อีกทั้งยังเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นวัสดุมีมูลค่า ทั้งในรูปแบบสารเคลือบ แผ่นตกแต่ง หรือวัสดุภายในน้ำหนักเบา
วัสดุรีไซเคิล (Recycled materials)
คือการนำวัสดุที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมาเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ ลดการใช้ทรัพยากรและพลังงานในการสร้างวัสดุจากศูนย์ เช่น
– คอนกรีตรีไซเคิล (Recycled Concrete Aggregate) ที่นำเศษคอนกรีตจากการรื้อถอนอาคารมาใช้ซ้ำ
– เหล็กรีไซเคิล ที่สามารถหลอมและนำกลับมาใช้งานได้โดยยังคงคุณสมบัติความแข็งแรง
วัสดุทดแทนซีเมนต์ (Cement alternatives)
ปูนซีเมนต์คือหนึ่งในวัสดุที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุด การพัฒนา “วัสดุทดแทนซีเมนต์” จึงเป็นประเด็นสำคัญ เช่น
– ปอซโซลาน (Pozzolan) วัสดุภูเขาไฟธรรมชาติที่ใช้แทนปูนบางส่วน
– เถ้าลอย (Fly Ash) เศษเหลือจากอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้า
– จีโอพอลิเมอร์ (Geopolymer) ที่ใช้วัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมมาเป็นสารยึดประสาน
สิ่งที่น่าสนใจคือ วัสดุเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่แต่สะท้อนแนวคิด Circular Design ที่เปลี่ยนของเหลือทิ้งให้กลับเข้าสู่ระบบ เป็นวัสดุออกแบบที่ทั้งนักออกแบบและผู้ใช้งานสัมผัสคุณค่าทางสิ่งแวดล้อมได้จริง
สำหรับสถาปนิกและนักออกแบบ นี่คือโจทย์ใหญ่ในอนาคต การเลือกใช้วัสดุที่ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านความงามและฟังก์ชัน แต่ยังสอดรับกับทิศทาง Low-carbon buildings และการออกแบบที่ยั่งยืน (Sustainable Design) ที่กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการ
คุณพร้อมหรือยังที่จะให้วัสดุที่คุณเลือกสะท้อนทั้งความงามของการออกแบบและมีความรับผิดชอบต่อโลกของเรา?
สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance