Earth สถาปัตยกรรมที่สร้างสภาวะดำรงอยู่ผ่านพื้นดิน
ด้วยสเปซที่เป็นหนึ่งกับธรรมชาติ

สถาปัตยกรรมที่งดงามที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่ปรากฏชัดเจนเหนือธรรมชาติ แต่เป็นสิ่งที่สามารถหลอมรวมลงในผืนดิน ลม แสง และเงา ราวกับการหายใจร่วมกับโลก อาคารที่แท้จริงจึงไม่จำเป็นต้องโดดเด่นเหนือสิ่งแวดล้อม หากเรียนรู้จังหวะของธรรมชาติ เมื่อมนุษย์สร้างพื้นที่ สถาปัตยกรรมควรเป็นเพียงร่องรอยที่อ่อนโยน แทรกตัวลงในโลกที่มีชีวิตอยู่แล้ว และปล่อยให้ธรรมชาติเป็นผู้กำหนดการเคลื่อนไหวของแสง ลม และเงา

ในบางครั้ง อาคารจะกลายเป็นฉากหลังที่เงียบสงบ ให้มนุษย์ได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของโลกโดยไม่รบกวน มันอาจไม่อวดโฉมด้วยรูปทรงใหญ่โตหรือวัสดุที่หรูหรา แต่กลับสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมอย่างแท้จริง ทุกระเบียง ช่องเปิด หรือทางเดิน ล้วนตั้งใจให้อากาศ แสง และเงาเคลื่อนไหวผ่านได้อย่างอิสระ พื้นที่ว่างเหล่านี้คือบทสนทนาระหว่างมนุษย์กับโลก เป็นพื้นที่ที่เชื่อมจิตใจของเราเข้ากับผืนดิน 

เมื่อสถาปัตยกรรมไม่เพียงตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ หากแต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของมัน รอยต่อระหว่างมนุษย์กับผืนดินค่อย ๆ เลือนหาย เหลือเพียงความสัมพันธ์อันแผ่วเบาที่เกิดขึ้นจากลม เสียงคลื่น และแสงที่ลอดผ่านพรรณไม้ราวกับอาคารได้หายไป เหลือเพียงการดำรงอยู่ที่กลมกลืนกับภูมิทัศน์โดยรอบ EARTH ออกแบบโดย Sou Fujimoto คือภาพสะท้อนของแนวคิดนั้น รีสอร์ตเขตร้อนบนเกาะอิชิงากิ ประเทศญี่ปุ่น ที่ไม่ได้เพียงเปิดรับธรรมชาติ แต่ยอมละลายกลายเป็นธรรมชาติเอง

สถาปนิกญี่ปุ่น Sou Fujimoto ได้สร้างสถาปัตยกรรมที่แทบจะหายไปจากสายตา แต่กลับปรากฏชัดในความรู้สึกของผู้ที่ได้สัมผัส โครงการรีสอร์ตเขตร้อนของ Not a Hotel ที่ตั้งใจจะเบลอเส้นแบ่งระหว่างภายในและภายนอก ให้กลายเป็นประสบการณ์เดียวกับผืนดินและทะเลรอบตัว

EARTH ไม่ใช่เพียงอาคารที่ตั้งอยู่บนเกาะ หากแต่เป็นอาคารที่ เกิดจากเกาะนั้นเอง
รูปทรงของมันค่อย ๆ ลาดต่ำไปตามเนินดิน ปกคลุมด้วยพรรณไม้ที่เชื่อมต่อกับภูมิทัศน์โดยรอบ เมื่อมองจากอากาศ อาคารแทบจะกลืนหายไปในสีเขียวของเกาะ และเมื่อมองจากทะเล ความสูงของมันเทียบเท่ากับยอดไม้รอบข้าง ราวกับเป็นส่วนต่อเนื่องของธรรมชาติ ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมที่ถูกวางลงมา

ภายในประกอบด้วยสองชั้นที่จัดสรรอย่างประณีตเพื่อสร้างจังหวะของการอยู่ร่วมกันและ การอยู่กับตัวเอง พื้นที่ส่วนกลางอย่างห้องนั่งเล่น รับประทานอาหาร และสระว่ายน้ำที่มองออกไปยังทะเล ถูกออกแบบให้เป็นจุดรวมของการพบปะ สนทนา และการแบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุข ขณะที่คอร์ตภายในอาคารกลับหันเข้าหาเรือนยอดไม้ สร้างบรรยากาศสงบเงียบให้ผู้พักอาศัยได้หลบเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวทางจิตใจ

โปรแกรมที่พักประกอบด้วยห้องนอนแยก 4 ห้อง รองรับได้ถึง 10 คน มีสระเด็ก เตาผิงกลางแจ้ง และห้องซาวนาที่แสงส่องผ่านจากสกายไลต์ด้านบน ทุกฟังก์ชันถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกันด้วยจังหวะของการใช้ชีวิต จากกิจกรรมกลางแจ้งที่เปิดโล่งอย่างบาร์บีคิวริมสวน สู่ช่วงเวลาสนทนาในห้องนั่งเล่น ก่อนจะค่อย ๆ ถอยกลับสู่ห้องพักแต่ละห้องในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวและเงียบสงบ

ฟูจิโมโตะเล่าว่า เขารู้สึกถึงความสุขของผืนดินตั้งแต่ก้าวแรกที่เยือนพื้นที่ สวนที่ได้รับการดูแลอย่างประณีต ความเงียบสงบของเกาะ และท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดาว ทำให้เขาต้องการออกแบบสถาปัตยกรรมที่ไม่บดบังพลังของสถานที่นั้น แต่กลับขับเน้นมันออกมาอย่างแผ่วเบา

เขาสร้างโลกอีกใบขึ้นภายในพื้นที่ของโลกใบนี้ สถาปัตยกรรมที่เมื่อย่างก้าวเข้าไป คุณอาจรู้สึกเหมือนได้เยือนดาวเคราะห์อื่น ที่ซึ่งมีเพียงบรรยากาศ ลมทะเล และท้องฟ้าเท่านั้นที่เป็นองค์ประกอบของเวลา EARTH จึงไม่ใช่ชื่อโครงการ แต่เป็น สภาวะของการดำรงอยู่ คือการเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติและมนุษย์ คือการกลืนตัวลงในผืนดิน เพื่อกลับมารู้สึกถึงโลกอีกครั้งในแบบที่บริสุทธิ์ที่สุด

เมื่อสถาปัตยกรรมถอยตัวลงและหลอมรวมกับธรรมชาติ มันไม่ได้สูญเสียตัวตน แต่กลับค้นพบความสงบและความสมดุลใหม่ อาคารกลายเป็นส่วนหนึ่งของจังหวะชีวิตของโลก ทุกลมหายใจของผืนดิน ทุกแสงเงาที่เคลื่อนผ่าน เป็นบทสนทนาที่เชื่อมเราเข้ากับธรรมชาติอย่างอ่อนโยน การอยู่ร่วมกันอย่างเรียบง่ายนี้ คือความงดงามที่แท้จริง ที่ซึ่งมนุษย์และโลกเรียนรู้ที่จะหายใจไปด้วยกัน

Project : Earth 
Designed by : Sou Fujimoto 
Location :
Japan
รูปภาพจาก : Newcolour Inc.

Picture of Haemarat C.

Haemarat C.

สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย

Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading