สถาปนิกไทยชนะรางวัล World Architecture Festival 2025

World Architecture Festival (WAF) ถือเป็นหมุดหมายสำคัญประจำปีของวงการสถาปัตยกรรมทั่วโลก เป็นเทศกาลและเวทีประกวดที่ใหญ่ที่สุดที่รวบรวมสถาปนิก นักออกแบบ และผู้เชี่ยวชาญมาแลกเปลี่ยนความรู้และเฉลิมฉลองให้กับผลงานที่สร้างสรรค์

ในปี 2025 นี้ งานจัดขึ้น ณ เมืองไมอามี สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 12-14 พฤศจิกายน 2025 โดย Dsign Something ได้รับเกียรติให้เป็น Official Media Partner สื่อออนไลน์ด้านสถาปัตยกรรมหนึ่งเดียวจากประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการสนับสนุนและสื่อสารงานสถาปัตยกรรมของไทยในเวทีโลก

พิเศษในปีนี้ สถาปนิกไทยได้สร้างความประทับใจให้กับคณะกรรมการ จนสามารถคว้ารางวัลกลับมาได้สำเร็จ ดังนี้

รางวัลชนะเลิศ (Winner) – Apsara Cruise โดย Studio Locomotive (สาขา Interiors – Bars & Restaurants) – Central Nakhon Pathom โดย Stu/D/O Architects (สาขา Completed Buildings – Shopping)

รางวัลยกย่องพิเศษ (Highly Commended) – GUMP’s Cross โดย EKAR Architects (สาขา Shopping Mall) – Twin Lakes House โดย EKAR Architects (สาขา Urban House)

Dsign Something ขอแสดงความยินดีกับทุกบริษัทสถาปนิกที่ได้รับรางวัล และขอบคุณสถาปนิกไทยใน Shortlist ปี 2025 ทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็น P Landscape Co., Ltd. / สถาบันอาศรมศิลป์ – Arsom Silp Institute of the Arts / POAR / Landscape Architects 49 Limited / VVdesine Landscape Architecture ที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้วงการออกแบบไทยก้าวไกลในระดับโลก

WINNER รางวัลชนะเลิศ
Apsara Cruise โดย Studio Locomotive (สาขา Interiors – Bars & Restaurants)
เรือล่องแม่น้ำที่พาเราย้อนเวลากลับไปสัมผัสสุนทรียะแห่งสายน้ำเจ้าพระยา

โปรเจกต์รีโนเวตที่ชุบชีวิตเรือเก่า เอี้ยมจุ้น หรือเรือขนเกลือและข้าวสารในอดีต ให้กลายเป็น Fine Dining Cruise ที่เปี่ยมด้วยมนต์ขลัง โดยทีมออกแบบ Studio Locomotive และโรงแรม Banyan Tree กรุงเทพ ได้คืนชีวิตและต่อยอดบทบาทให้กับเรือบรรทุกข้าวอายุกว่าร้อยปี จนกลายเป็นร้านอาหาร Apsara Cruise ที่จะส่งผ่านความสง่างามของสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยรายละเอียดประยุกต์และการตีความให้กลมกลืนกับบริบท

การปรับปรุงเรือ Apsara Cruise คำนึงถึงการอนุรักษ์ไม้โครงเรือเดิมทั้งหมดไว้ แล้วใช้เป็นพื้นที่ชั้นระดับกินน้ำของเรือใหม่ อาศัยความแข็งแรงของโครงสร้างเรือต่อ สำหรับใช้เป็นห้องเครื่องยนต์ ห้องครัวครบวงจร ห้องน้ำ และพื้นที่เดินงานระบบต่างๆ ในขณะที่โครงสร้างต่อเติมชั้นเหนือน้ำขึ้นไป ถูกออกแบบทำขึ้นใหม่เพื่อใช้เป็นห้องอาหารที่จะสามารถเปิดรองรับให้บริการได้ตลอดทั้งปี โดยถอดรูปทรงโค้งของขยาบไม้ไผ่สานจากหลังคาส่วนบรรทุกของเรือเอี้ยมจุ๊น จากการปรับปรุงต่อเติมนี้ ทำให้พื้นที่ใช้สอยใหม่ประกอบด้วยพื้นที่ทั้งหมด 3 ชั้น รวม 245 ตารางเมตร ซึ่งมีห้องอาหารภายในขนาด 90 ตารางเมตร และชั้นเลาจน์ดาดฟ้าเพิ่มขึ้นมา โดยทั้งหมดต้องไม่กระทบกับข้อจำกัดและความปลอดภัยของการเดินเรือ

ภายในเรือถูกออกแบบเพื่อให้สามารถซึมซับและสร้างปฏิสัมพันธ์กับทัศนียภาพริมแม่น้ำได้อย่างเต็มอิ่ม ผ่านการจัดการให้ได้มาซึ่งช่องเปิดขนาดใหญ่ หลังคากระจกโค้ง และรายละเอียดงานตกแต่งที่สะท้อนแรงบันดาลใจมาจากการประยุกต์องค์ประกอบ สีสัน และสัญลักษณ์ที่มีความหมายจากสถาปัตยกรรมทางวัฒนธรรม ซึ่งจะเห็นได้ระหว่างเส้นทางล่องเรือนั่นเอง

รายละเอียดงานออกแบบที่พัฒนามาจากกลิ่นอายวิจิตรศิลป์และภูมิปัญญาสถาปัตยกรรมไทยเดิม เช่น จิตรกรรมฝาผนังจากตำนานทางศาสนาพุทธ ลายประจำยามที่เชื่อว่าเป็นสิริมงคล ปกป้องคุ้มภัย และกลุ่มสีจากหลังคากระเบื้องเคลือบในวัด ถูกนำมาจัดรูปแบบและถ่ายทอดผ่านวัสดุสมัยใหม่อย่างกระจก กระเบื้องโมเสก และเดือยไม้ตกแต่ง

พื้นที่ภายในร้านอาหาร ยังมีส่วนของบาร์เครื่องดื่ม และห้องควบคุมเรือที่ซ่อนอยู่ในกรอบผนังแก้วสีเขียว ซึ่งทั้งสองส่วนมีการตกแต่งด้วยภาพคล้ายงานจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งออกแบบโดยแฝงตำนานของพระแม่โพสพ เมขลารามสูร และความเชื่ออื่นๆที่เกี่ยวการกสิกรรมไทย ในจินตนาการของศิลปินภาพงานคอลลาจ นักรบ มูลมานัส

ภายในห้องน้ำ ได้เชื่อมต่อลูกเล่นการตกแต่งกระจกด้วยการตีความสำนวนไทยเป็นภาพคอลลาจ จากรูปแบบคำพูดอ้อมในการไปใช้ห้องน้ำ ทั้งการ ยิงกระต่าย สำหรับห้องน้ำผู้ชาย และ เก็บดอกไม้สำหรับห้องน้ำผู้หญิง

Apsara Cruise ได้ให้ประสบการณ์พิเศษจากร้านอาหาร ซึ่งส่งต่อสายสัมพันธ์และวัฒนธรรมความรุ่งเรืองของลุ่มน้ำเจ้าพระยา และต่อยอดบทบาทของเรือไม้เดิม เพิ่มคุณค่าในลักษณะการใช้งานและการบริการร่วมสมัย

WINNER รางวัลชนะเลิศ
Central Nakhon Pathom โดย Stu/D/O Architects (สาขา Completed Buildings – Shopping) เมื่อศูนย์การค้า ไม่ใช่แค่ที่ช้อปปิ้ง แต่คือ ศูนย์รวมจิตใจ ของคนในจังหวัด

เมื่อศูนย์การค้า ไม่ใช่แค่ที่ช้อปปิ้ง แต่คือ ศูนย์รวมจิตใจ ของคนในจังหวัด 

Stu/D/O Architects ตีความโจทย์ Centre of Life โดยการถอดรหัสสัญลักษณ์สำคัญอย่าง องค์พระปฐมเจดีย์ มาเป็นหัวใจหลักของการออกแบบ ฟาซาดอาคารเลือกใช้กระเบื้องโทนสีส้มโอรสและวัสดุเหลือบแสง เพื่อสะท้อนภาพจำขององค์เจดีย์ในมิติร่วมสมัย ทางเข้าหลักถูกออกแบบให้เป็นโถงอุโมงค์โค้งซ้อนทับกัน คล้ายกับการเดินเวียนเทียนเข้าไปสู่ใจกลาง และยังเชื่อมโยงพื้นที่พลาซ่าด้วยบรรยากาศของ สวนส้มโอ สร้างพื้นที่สาธารณะที่คนนครปฐมรู้สึกคุ้นเคยและเป็นส่วนหนึ่งได้จริงๆ

HIGHLY COMMENDED รางวัลยกย่องพิเศษ
Twin Lakes House โดย EKAR Architects (สาขา Urban House)
บ้านที่เป็นเหมือน หลุมหลบภัยทางจิตวิญญาณ ท่ามกลางเมืองใหญ่

บ้านที่เป็นเหมือน หลุมหลบภัยทางจิตวิญญาณ ท่ามกลางเมืองใหญ่

Twin Lakes House ผลงานจาก EKAR โครงการนี้เปรียบเสมือน สถานที่พักพิงในเมืองสำหรับจิตวิญญาณชนบท (Urban Sanctuary for a Rural Soul) สร้างขึ้นจากความโหยหาชีวิตที่เรียบง่ายและสงบสุขเหมือนบ้านเกิดในต่างจังหวัดของเจ้าของบ้าน ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองใหญ่

ตัวโครงการตั้งอยู่บนที่ดิน 12 ไร่ติดกับสวนหลวง ร.9 แทนที่จะสร้างบ้านหลังใหญ่หลังเดียว สถาปนิกได้ออกแบบเป็น เรือนพักขนาดเล็ก 9 หลัง กระจายตัวอยู่รอบสระน้ำขนาดใหญ่ ประกอบด้วยเรือนส่วนกลางของครอบครัว เรือนพักส่วนตัวของแต่ละคน ครัวไทย และศาลาริมน้ำ เพื่อให้มีทั้งพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมร่วมกัน

[ HIGHLY COMMENDED รางวัลยกย่องพิเศษ ]
GUMP’s Cross โดย EKAR Architects (สาขา Shopping Mall)

อีกหนึ่งผลงานจาก EKAR Architects ที่ได้รับรางวัล Highly Commended ในหมวด Shopping Mall ตอกย้ำฝีมือการออกแบบพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่น่าจับตามอง ความสำเร็จในครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่าสถาปนิกไทยมีความสามารถในการหยิบจับต้นทุนทางวัฒนธรรม มาเล่าใหม่ในบริบทโลกได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

สถาปนิกได้นำเสนอแนวทางใหม่ในการฟื้นฟูสถาปัตยกรรมเชิงพาณิชย์แบบดั้งเดิม โดยมีแนวคิดสำคัญคือ การเชื่อมต่อพื้นที่ ทลายกำแพงภายในที่กั้นระหว่างคูหาออกทั้งหมด เพื่อสร้างพื้นที่ต่อเนื่องเป็นผืนเดียวกันทั่วทั้ง 5 คูหา ทำให้เกิดพื้นที่ร้านค้าที่ลื่นไหลและเชื่อมโยงกันในแนวตั้ง

การออกแบบบันไดหลักที่นำผู้คนขึ้นไปสู่ชั้นบนอย่างค่อยเป็นค่อยไป สร้างประสบการณ์การเดินที่น่าสนใจและเพลิดเพลิน แตกต่างจากความรู้สึกแคบและอึดอัดของบันไดในตึกแถวแบบเดิม รวมถึงการนำแสงธรรมชาติเข้ามา ออกแบบให้มีช่องว่าง (Voids) และใช้ผนังอิฐแก้วในจุดต่างๆ เพื่อดึงแสงธรรมชาติให้ส่องเข้ามาถึงใจกลางอาคาร ซึ่งช่วยสร้างมิติทางสายตา ทำให้พื้นที่ดูโปร่งโล่งและน่าสนใจยิ่งขึ้น

โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการปรับปรุงอาคารเก่าขนาดเล็กในเมืองให้กลายเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ร่วมสมัย เป็นการฟื้นฟูความทรงจำของเมืองและเชื่อมต่อเข้ากับวิถีชีวิตคนเมืองในปัจจุบันผ่านการสร้างคุณค่าเชิงพื้นที่ขึ้นมาใหม่

Writer
Picture of Supakorn Thepvichaisinlapakun

Supakorn Thepvichaisinlapakun

สถาปนิกที่เชื่อว่าพลังของการสื่อสาร สามารถขับเคลื่อนสังคมให้ดีขึ้นได้

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading