Volvo จำลองป่าสนจากแถบสแกนดิเนเวีย มาไว้กลาง Motor Expo

เบื้องหลังการออกแบบบูธ Volvo ที่เปลี่ยนเสียงจอแจให้กลายเป็นความสงบท่ามกลางป่าสนที่ได้แรงบันดาลใจมาจากป่าในแถบสแกนดิเนเวีย ปีนี้ Volvo ผู้นำยนตกรรมแห่งความยั่งยืน ได้พลิกโฉมพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ ให้กลายเป็น “ผืนป่าที่มีชีวิต”

โดยได้ร่วม Co-Creator กับ คุณดุ๊ก ภาณุเดช เพื่อถอดรหัสประสบการณ์ที่ได้มาจากการเดินทางไปเที่ยวประเทศสวีเดน และได้สัมผัสผืนป่าและธรรมชาติ มาสู่ Design Language แบบ Scandinavian ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เปลี่ยนพื้นที่บูธให้กลายเป็น Sanctuary ที่เชื่อมต่อมนุษย์ ธรรมชาติ และยนตกรรมเข้าด้วยกัน

Dsign Something จะพาไปถอดรหัสแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบครั้งนี้ ว่าทำไม Volvo ถึงเลือกที่จะสร้างบูธ ให้เป็นป่า แทนที่จะใช้โครงสร้างแบบที่ทำๆกัน และเหตุผลว่าทำไมการสร้างสเปซเชื่อมต่อ “คน-รถ-ป่า” ให้เป็นหนึ่งเดียว ถึงสำคัญในยุคนี้?

“ผมอยากนำความรู้สึกของความเงียบ และความสมดุลของธรรมชาติ กลับมาเล่าเรื่อง” – คุณดุ๊ก ภาณุเดช

นี่คือโจทย์ตั้งต้นจาก คุณดุ๊ก ภาณุเดช ผู้รับหน้าที่ Co-Creator ในการเนรมิตสวนป่าแห่งนี้ โดยคุณดุ๊กเล่าว่าจากการที่ได้ไปสัมผัสป่าเมื่อครั้งที่ไปเยือนประเทศสวีเดนมาด้วยตัวเอง สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือบรรยากาศที่สงบนิ่งแต่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา

สำหรับคุณดุ๊ก การร่วมงานกับ Volvo ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียง Business Project ทั่วไป แต่มันคือ Passion Project เป็นงานในฝัน ที่ท้าทายสัญชาตญาณนักออกแบบในตัวเขา “ต้องบอกว่านี่เป็นโปรเจกต์พิเศษที่ไม่เคยทำมาก่อน และเป็นโจทย์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้เลย ในฐานะคนที่รักธรรมชาติและการจัดสวน มันคือโอกาสที่จะได้นำประสบการณ์ส่วนตัวจากการเดินทางไปสัมผัสป่าสนในแถบสแกนดิเนเวีย กลับมาถ่ายทอดให้คนไทยได้สัมผัส”

คุณดุ๊กมองเห็นจุดเชื่อมโยงระหว่าง “แบรนด์” และ “ป่า” นั่นคือความยั่งยืนที่ไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือวิถีชีวิต เขาจึงตั้งใจเปลี่ยนพื้นที่สี่เหลี่ยมในฮอลล์ ให้เป็นพื้นที่ที่เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง

การออกแบบบูธในครั้งนี้คือการ Curate Experience โดยการนำ Element จริงจากธรรมชาติ ทั้งต้นสน ก้อนหินที่มีมอสเกาะ เฟิร์น และดอกไม้ป่า มาจัดวางองค์ประกอบแบบ Landscape Architecture เพื่อสร้าง Micro-Climate ขนาดย่อมที่ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสได้ทั้ง รูป รส กลิ่น และเสียง ให้ความรู้สึกเสมือนได้หลุดเข้าไปในป่าสนแถบยุโรปเหนือจริงๆ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา

“เราไม่ได้สร้างรถเพื่อโลก แต่เราสร้างโลกที่ดีกว่า ผ่านรถทุกคันที่เราสร้าง”

ทำไมแบรนด์รถยนต์ระดับโลกถึงกล้าทุ่มเททรัพยากรเพื่อสร้างระบบนิเวศจำลองขนาดใหญ่กลางฮอลล์จัดแสดง? คำตอบไม่ได้อยู่ที่ความต้องการสร้างความตื่นตาตื่นใจเพียงชั่วคราว แต่อยู่ที่วิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของแม่ทัพแห่ง วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย อย่าง คุณคริส เวลส์ (Managing Director) ที่ต้องการพลิกโฉมการสื่อสารแบรนด์ในงาน Motor Expo ปีนี้ให้แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

สำหรับ คุณคริส เวลส์ การเลือกคอนเซปต์ “Scandinavian Nature” ไม่ใช่แค่ทางเลือกด้านความงามแต่คือการประกาศจุดยืนของ Brand DNA ที่แข็งแกร่ง สะท้อนตัวตนที่แท้จริงของ Volvo ที่ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และสภาพอากาศที่ท้าทายของสวีเดน ป่าสนคือบ้านของแบรนด์ และเป็นบริบทที่หล่อหลอมงานดีไซน์ของ Volvo ให้เน้นความเรียบง่าย แข็งแกร่ง และเคารพธรรมชาติ

“สิ่งสำคัญคือเราต้องสร้างความแตกต่างให้กับบูธ Volvo ด้วยการสร้างประสบการณ์ Sustainability ที่สัมผัสได้”

ในมุมของการตลาด คุณนิชานันท์ ปัญญา ได้วางกลยุทธ์ในการแก้โจทย์เรื่อง “Sustainability” ที่มักจะเป็นเพียงคำสวยหรูในกระดาษ ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สัมผัสได้

โดยปีนี้ตั้งใจทำให้ความยั่งยืนเป็นสิ่งที่ลูกค้าสามารถ มองเห็น สัมผัส และรู้สึกได้จริง ผ่านทุก Touchpoint ในบูธ เพื่อนำเสนอต้นตำรับความเป็นสแกนดิเนเวียนของแบรนด์ให้เป็นรูปธรรม ออกแบบผ่านหลักแนวคิด Human Centric ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้าง วัสดุตกแต่ง หรือแม้กระทั่งต้นไม้จริงที่นำมาใช้ ทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อให้สอดคล้องกับวัสดุภายในรถยนต์ Volvo ยุคใหม่

กลยุทธ์นี้สร้างความเชื่อมโยงทางความรู้สึก ให้ลูกค้าเข้าใจว่า เมื่อคุณสัมผัสบรรยากาศป่าไม้ในบูธ คุณก็จะเข้าใจความประณีตของลายไม้ในรถ เมื่อคุณสูดอากาศบริสุทธิ์ในโซนป่าสน คุณก็จะเข้าใจระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Volvo มันคือการเล่าเรื่องแบบ Immersive Storytelling ที่ไร้รอยต่อ

เกิดเป็นนิยามความปลอดภัยใหม่ ด้วยการ Redefine คำว่า “ความปลอดภัย” ซึ่งเป็นแก่นแท้ของ Volvo มาตลอด 80 ปี จากเดิมที่ความปลอดภัยหมายถึงการปกป้องชีวิตของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร วันนี้ Volvo ได้ขยายขอบเขตไปสู่ “Planetary Safety” หรือความปลอดภัยของโลกใบนี้

โดยไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ที่ชูความโดดเด่นแค่ความปลอดภัยด้านการขับขี่เพียงเท่านั้น แต่ยังมอบความปลอดภัยนี้ให้กับมนุษย์ สิ่งแวดล้อม และโลก ให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้

“The refreshed Volvo XC60” งานดีไซน์ที่ Inspired จากความงามตามธรรมชาติ

ไฮไลท์สำคัญของบูธ คือการเปิดตัว The refreshed Volvo XC60 ปลั๊กอินไฮบริดที่ได้รับการ redesign ทั้งภายนอกและภายใน ให้สอดรับกับปรัชญาแห่งธรรมชาติ

“Exterior สุนทรียะภายนอก” ความโดดเด่นแรกที่ดึงดูดสายตาคือสีตัวถังใหม่ “Forest Lake” สีเขียวเหลือบเทาที่ลุ่มลึก คล้ายเฉดสีของผิวน้ำที่สะท้อนเงาป่าสนอันเป็นภูมิทัศน์ของแถบสแกนดิเนเวีย สร้างมิติที่เปลี่ยนไปตามแสงไฟในงาน ตัดกับความเข้มขรึมของห้องโดยสารภายในสี “Charcoal” ที่ช่วยเน้นรูปทรงรถให้ดูสปอร์ตและโมเดิร์นยิ่งขึ้น รับกับ กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ที่ดูคลีนและ ล้ออัลลอยลวดลายใหม่ ที่ช่วยเติมเต็มรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมให้สมบูรณ์แบบ

“Interior วัสดุภายใน” เมื่อเปิดประตูเข้าสู่ห้องโดยสาร จะพบกับงาน Craftsmanship ที่ใส่ใจโลก การตกแต่งคอนโซลด้วยไม้แท้ Natural Wood ที่ได้รับการรับรองจาก FSC มอบผิวสัมผัสที่อบอุ่นและเป็นธรรมชาติ ผสานเข้ากับความหรูหราของเบาะที่ทำขึ้นจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อมที่วอลโว่คิดค้นขึ้น อย่าง Nordico แทนที่การใช้หนัง แต่ยังคงความทนทานและสวยงามตามแบบฉบับ Sustainable Luxury

“Tech-Life Balance สมดุลแห่งเทคโนโลยี” ภายใต้ความเรียบง่าย คือเทคโนโลยีที่ถูกคิดมาเพื่อ Human-centric อย่างแท้จริง ด้วยหน้าจอสัมผัสกลาง (Touch Screen) ที่ขยายขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 11.2 นิ้ว ช่วยให้การควบคุมฟังก์ชันต่างๆ และระบบ Infotainment ลื่นไหลและมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ตอบโจทย์การใช้งานจริงโดยไม่รบกวนสมาธิในการขับขี่

นอกจากพระเอกอย่าง “The refreshed Volvo XC60” แล้ว พื้นที่ในบูธยังเปรียบเสมือน Automotive Art Gallery ที่รวบรวมยนตกรรมอีก 7 รุ่นไฮไลท์ที่น่าสนใจ ท่ามกลางบรรยากาศแบบ Scandinavian Nature ดังนี้

Volvo ES90 ในสี Aurora Silver ที่ดูโฉบเฉี่ยวเหมือนแสงเหนือ

Volvo EX40 ในสี Sage Green สีเขียวสมุนไพรที่ดูสงบและร่มเย็น

The New XC90 ในสี Crystal White ที่ดูสะอาดตา

Volvo EC40 ในสี Cloud Blue สีฟ้าครามอ่อนโยนเหมือนท้องฟ้าฤดูหนาว

Volvo EX90 (6 Seats) ในสี Sand Dune สีทรายที่ดูอบอุ่นและหรูหรา

Volvo EX30 Cross Country รถไฟฟ้าสายลุยในสี Crystal White

Volvo EX30 น้องเล็กในสี Moss Yellow สีเหลืองมอสที่สดใสและมีชีวิตชีวา

รถทุกคันจอดเรียงกันเพื่อสอดรับไปกับงานภูมิทัศน์ป่าสนในแถบสแกนดิเนเวียสุดสงบร่มรื่น รอให้ผู้มาชมงาน Motor Expo ปีนี้ ได้มาสัมผัสดีไซน์ที่แตกต่างด้วยตาของตัวเอง

“สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่บูธ Volvo” เมื่อเส้นสายของยานยนต์ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับภูมิสถาปัตยกรรม

ความท้าทายที่สุดของการออกแบบบูธนี้ คือการทำให้ เทคโนโลยี และ ธรรมชาติ อยู่ร่วมกันโดยไม่ขัดแย้ง ในทางกลับกัน งานดีไซน์ครั้งนี้ได้ใช้หลักการ “Biophilic Design” หรือการนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรม เพื่อลดทอนความแข็งกระด้างของโครงสร้างเหล็กใน Hall

เมื่อเดินเข้ามาในบูธ เราจะเห็นการวาง Layout ที่จงใจให้รถแต่ละคันจอดแทรกตัวอยู่ระหว่างกลุ่มต้นสนและโขดหิน เสมือนรถคันนั้นกำลังขับเคลื่อนผ่านป่าจริงๆ สะท้อนให้เห็นว่า Volvo ไม่ได้มองรถยนต์เป็นเพียงวัตถุ แต่เป็นส่วนประกอบหนึ่งของ Lifestyle ที่โอบกอดธรรมชาติในเวลาเดียวกัน

นี่คือบทพิสูจน์ทางงานดีไซน์ที่ชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยีขั้นสูงไม่จำเป็นต้อง “รุกราน” หรือแยกตัวออกจากธรรมชาติเสมอไป แต่สามารถดำรงอยู่ร่วมกัน เคารพซึ่งกันและกัน และส่งเสริมความงดงามให้แก่กันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตามปรัชญา For Life ของแบรนด์ Volvo

มาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่บูธ Volvo ด้วยตัวเอง ที่งาน Motor Expo อิมแพคชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ฮอลล์ 1-3 บูธ A18 งานจัดระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป

Picture of Supakorn Thepvichaisinlapakun

Supakorn Thepvichaisinlapakun

สถาปนิกที่เชื่อว่าพลังของการสื่อสาร สามารถขับเคลื่อนสังคมให้ดีขึ้นได้
Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading