Terrarium House บ้านไม้ไร้เสา ที่เปลี่ยนข้อจำกัดของพื้นที่
ให้กลายเป็นสเปซที่งอกงามจากภายใน

ในเมืองที่ที่ดินคับแคบและถูกโอบล้อมด้วยสิ่งปลูกสร้าง บ้านมักถูกออกแบบให้เปิดออกสู่ภายนอกเพื่อหนีความอึดอัด แต่ Terrarium House เลือกตั้งคำถามในทิศทางตรงกันข้าม จากที่ดินซึ่งแทบจะเป็นที่ดินตาบอด ต้องเข้าผ่านซอกแคบเพียงไม่กี่เมตร บ้านหลังนี้กลับใช้ข้อจำกัดเป็นจุดตั้งต้นของการออกแบบ สร้างสเปซที่ค่อย ๆ เปิดเผยตัวเองจากภายใน ผ่านลำดับการเข้าถึง แสงธรรมชาติ และธรรมชาติที่ถูกเก็บรักษาไว้ตรงกลางบ้าน จนเกิดเป็นสถาปัตยกรรมที่ไม่เพียงรองรับการอยู่อาศัย แต่เติบโตไปพร้อมกับชีวิตของผู้อยู่อาศัยอย่างเงียบสงบ

แทนที่จะพยายามหลีกหนีข้อจำกัดเหล่านี้ ทีมออกแบบจาก Unknown Surface Studio และ Real As Tect เลือกตั้งต้นจากการยอมรับกายภาพของที่ดิน และเปลี่ยนจุดด้อยให้กลายเป็นหัวใจของแนวคิดการออกแบบ บ้านหลังนี้จึงไม่ได้พยายามเปิดออกสู่ภายนอก แต่หันกลับมาสร้างโลกของตัวเองจากภายใน ผ่านการออกแบบลำดับการเข้าถึง Sequence ที่ค่อย ๆ ดึงผู้ใช้งานเข้าสู่สเปซอย่างเป็นจังหวะ

การเดินทางเข้าสู่ Terrarium House ถูกออกแบบให้เป็นประสบการณ์มากกว่าการเดินผ่านประตู ทางเข้าที่บีบแคบและลึกลับทำหน้าที่คล้ายทางเข้าถ้ำ จากมุมถนนแทบไม่สามารถมองเห็นตัวบ้านได้เลย ความตั้งใจนี้ช่วยตัดขาดบ้านออกจากความวุ่นวายภายนอก และปรับสภาวะการรับรู้ของผู้อยู่อาศัยตั้งแต่ก้าวแรก

วัสดุที่ใช้กำหนดบรรยากาศตั้งแต่ทางเข้า คือรั้วหินแกรนิตแผ่นใหญ่ วัสดุที่มักพบในโครงสร้างรถไฟฟ้าหรือสุสาน ถูกนำมาใช้เป็นผนังรั้วทั้งแนว ด้วยน้ำหนักและหน้าตัดที่ไม่สม่ำเสมอตามธรรมชาติ การติดตั้งแบบวางทีละแผ่นด้วยเหล็กยึดทำให้เกิดเลเยอร์และแพตเทิร์นโดยไม่ได้ตั้งใจ เพิ่มมิติและความรู้สึกหนักแน่นให้กับทางเข้าบ้านตั้งแต่แรกเห็น

โจทย์จากเจ้าของบ้าน คุณขจี เกศจุมพล ผู้รับเหมา และผู้ก่อตั้งแบรนด์งานไม้Hashi ชัดเจนตั้งแต่ต้น บ้านหลังนี้ไม่ต้องการฟังก์ชันที่เกินความจำเป็น แต่เป็นบ้านที่ทำหน้าที่เสมือนสตูดิโอของชีวิต ตัดทุกองค์ประกอบที่ไม่สะท้อนตัวตนออกไป เหลือเพียงพื้นที่ที่ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

ผังบ้านจึงถูกจัดวางอย่างตรงไปตรงมา ชั้นล่างประกอบด้วยห้องนอนแขกสองห้อง ห้องทำงาน และแพนทรีที่ผสานโต๊ะทำงานเข้าไว้ด้วยกัน พื้นที่นั่งเล่นไม่ได้ถูกจัดวางด้วยการเน้นโซฟาขนาดใหญ่ แต่เลือกใช้เก้าอี้ที่ลุกนั่งสบาย สอดคล้องกับการใช้งานจริงมากกว่าภาพจำของห้องรับแขก ส่วนชั้นบนถูกออกแบบเป็น Penthouse สำหรับเจ้าของบ้านเพียงคนเดียว เป็นพื้นที่ส่วนตัวอย่างแท้จริง

หัวใจของ Terrarium House คือพื้นที่คอร์ตกลางบ้านที่ทำหน้าที่เสมือน Terrarium หรือระบบนิเวศขนาดย่อม ต้นไม้เดิมที่มีอยู่ในพื้นที่ถูกเก็บรักษาไว้ และกลายเป็นองค์ประกอบหลักของบ้าน ช่องแสงและการเปิดพื้นที่แนวดิ่งช่วยดึงแสงธรรมชาติและอากาศเข้าสู่ภายใน ทำให้บ้านที่ถูกล้อมรอบด้วยสิ่งปลูกสร้างกลับไม่รู้สึกอึดอัด

พื้นที่จอดรถเองก็ถูกออกแบบให้มีประสบการณ์เชิงพื้นที่ ไม่มีการใช้ไฟดาวน์ไลท์ แต่เลือกใช้ไฟอัพไลท์ร่วมกับช่องแสงทรงกลม Skylight เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องลงมา พร้อมการปลูกต้นไม้ที่มองเห็นเพียงลำต้น สร้างความรู้สึกน่าค้นหาและต่อเนื่องกับคอนเซปต์ของบ้านทั้งหลัง

รูปทรงที่โดดเด่นที่สุดของ Terrarium House คือหลังคาทรงกลมแบบสโลปจั่วที่ไม่มีฉาก หลังคานี้ไม่เพียงเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม แต่เป็นจุดตั้งต้นของการออกแบบทั้งหมด เมื่อหลังคาใช้รูปทรงกลม ช่องแสง คอร์ต และรายละเอียดต่าง ๆ ภายในบ้านจึงถูกออกแบบให้ใช้ภาษาเรขาคณิตเดียวกัน เพื่อสร้างความต่อเนื่องของแนวคิด

ในเชิงโครงสร้าง บ้านหลังนี้ถูกออกแบบให้ไร้เสา ภายใน เพื่อลดความอึดอัดของพื้นที่ ทีมออกแบบและเจ้าของบ้านร่วมกันพัฒนาโครงสร้างที่ใช้วงกบไม้ตะเคียนและเฟรมกระจกเป็นตัวรับน้ำหนักหลังคาแทนเสาแบบดั้งเดิม การก่อสร้างจึงเริ่มจากโครงหลังคาเป็นอันดับแรก ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาพื้นที่ด้านล่างตามมา

ความประณีตของงานก่อสร้างสะท้อนผ่านกระบวนการทำงานร่วมกับเจ้าของบ้านที่มีทักษะช่างสูง รายละเอียดหลายส่วนถูกแก้ไขและรื้อทำใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้ได้คุณภาพงานที่สมบูรณ์ที่สุด ไม่ใช่เพียงในเชิงโครงสร้าง แต่รวมถึงประสบการณ์การใช้งานในระยะยาว

Terrarium House ใช้ไม้ถึง 6 ชนิด โดยเลือกตามคุณสมบัติและตำแหน่งการใช้งานอย่างชัดเจน ไม้ตะเคียนถูกใช้ในพื้นที่ภายนอกและเฟรมกระจกภายนอก ไม้ตะแบกสำหรับพื้นภายใน ไม้ฮิโนกิในห้องนอนแขกชั้นล่างซึ่งทำหน้าที่เป็นต้นแบบโทนสีของบ้านทั้งหลัง ขณะที่ไม้กันเกราถูกใช้กับเฟรมกระจกภายใน ส่วนหลังคาเลือกใช้แผ่นอะลูมิเนียมแทนวัสดุหลังคาทั่วไป โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น 

สำหรับคุณสแตม สถาปนิกจาก Unknown Surface Studio บ้าน Terrarium House หลังนี้ไม่ได้เป็นเพียงอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่เสร็จสมบูรณ์ตามโจทย์ หากเป็นบ้านที่ผลักดันกรอบความคิดและขีดจำกัดในการออกแบบของเขาออกไปไกลกว่าที่เคย บ้านหลังนี้เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกับเจ้าของบ้านอย่างคุณขจี เกศจุมพล ช่างปลูกบ้านและผู้รับเหมาที่มี Know-how เชิงก่อสร้างและงานไม้ในระดับลึก ความสัมพันธ์ระหว่างสถาปนิกและเจ้าของบ้านจึงไม่ได้อยู่ในรูปแบบผู้ออกแบบ–ผู้ว่าจ้าง แต่เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และทดลองความเป็นไปได้ของสถาปัตยกรรมไปพร้อมกัน

Know-how ของคุณขจีเปิดโอกาสให้แนวคิดที่ปกติอาจหยุดอยู่ในกระดาษ ถูกผลักให้กลายเป็นของจริง ตั้งแต่การตัดเสาออกจากพื้นที่ภายใน การใช้วงกบไม้เป็นโครงสร้างรับน้ำหนัก ไปจนถึงการเลือกวัสดุที่ไม่คุ้นเคยกับงานบ้านพักอาศัยทั่วไป ความกล้าที่จะรื้อ แก้ และทำใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ทำให้กระบวนการออกแบบของ Terrarium House ไม่ได้จบลงที่แบบก่อสร้าง แต่ดำเนินต่อเนื่องไปถึงหน้างานอย่างแท้จริง จากที่ดินซึ่งดูเหมือนเป็นข้อจำกัด บ้านหลังนี้ถูกพัฒนาให้กลายเป็นสเปซที่มีชีวิต เติบโตจากภายใน และสะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัยอย่างชัดเจน เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมที่ไม่ได้เริ่มจากรูปทรง หากเริ่มจากความเข้าใจในพื้นที่ วัสดุ และชีวิตจริง

Owner : ขจี เกศจุมพล
Architect : Unknown Surface Studio
Lead Architects : Cievanard Nattabowonphal , Piyanat Songkhroh , Nonglak Boonsaeng
Project Architect – Interior : REAL AS TECT Methawin Isarat , Hathaikarn Ratnusak ,Sirichet Rongmuangthiti

Writer
Picture of Haemarat C.

Haemarat C.

สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading