Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
ในเมืองที่ที่ดินคับแคบและถูกโอบล้อมด้วยสิ่งปลูกสร้าง บ้านมักถูกออกแบบให้เปิดออกสู่ภายนอกเพื่อหนีความอึดอัด แต่ Terrarium House เลือกตั้งคำถามในทิศทางตรงกันข้าม จากที่ดินซึ่งแทบจะเป็นที่ดินตาบอด ต้องเข้าผ่านซอกแคบเพียงไม่กี่เมตร บ้านหลังนี้กลับใช้ข้อจำกัดเป็นจุดตั้งต้นของการออกแบบ สร้างสเปซที่ค่อย ๆ เปิดเผยตัวเองจากภายใน ผ่านลำดับการเข้าถึง แสงธรรมชาติ และธรรมชาติที่ถูกเก็บรักษาไว้ตรงกลางบ้าน จนเกิดเป็นสถาปัตยกรรมที่ไม่เพียงรองรับการอยู่อาศัย แต่เติบโตไปพร้อมกับชีวิตของผู้อยู่อาศัยอย่างเงียบสงบ
แทนที่จะพยายามหลีกหนีข้อจำกัดเหล่านี้ ทีมออกแบบจาก Unknown Surface Studio และ Real As Tect เลือกตั้งต้นจากการยอมรับกายภาพของที่ดิน และเปลี่ยนจุดด้อยให้กลายเป็นหัวใจของแนวคิดการออกแบบ บ้านหลังนี้จึงไม่ได้พยายามเปิดออกสู่ภายนอก แต่หันกลับมาสร้างโลกของตัวเองจากภายใน ผ่านการออกแบบลำดับการเข้าถึง Sequence ที่ค่อย ๆ ดึงผู้ใช้งานเข้าสู่สเปซอย่างเป็นจังหวะ
การเดินทางเข้าสู่ Terrarium House ถูกออกแบบให้เป็นประสบการณ์มากกว่าการเดินผ่านประตู ทางเข้าที่บีบแคบและลึกลับทำหน้าที่คล้ายทางเข้าถ้ำ จากมุมถนนแทบไม่สามารถมองเห็นตัวบ้านได้เลย ความตั้งใจนี้ช่วยตัดขาดบ้านออกจากความวุ่นวายภายนอก และปรับสภาวะการรับรู้ของผู้อยู่อาศัยตั้งแต่ก้าวแรก
วัสดุที่ใช้กำหนดบรรยากาศตั้งแต่ทางเข้า คือรั้วหินแกรนิตแผ่นใหญ่ วัสดุที่มักพบในโครงสร้างรถไฟฟ้าหรือสุสาน ถูกนำมาใช้เป็นผนังรั้วทั้งแนว ด้วยน้ำหนักและหน้าตัดที่ไม่สม่ำเสมอตามธรรมชาติ การติดตั้งแบบวางทีละแผ่นด้วยเหล็กยึดทำให้เกิดเลเยอร์และแพตเทิร์นโดยไม่ได้ตั้งใจ เพิ่มมิติและความรู้สึกหนักแน่นให้กับทางเข้าบ้านตั้งแต่แรกเห็น
โจทย์จากเจ้าของบ้าน คุณขจี เกศจุมพล ผู้รับเหมา และผู้ก่อตั้งแบรนด์งานไม้Hashi ชัดเจนตั้งแต่ต้น บ้านหลังนี้ไม่ต้องการฟังก์ชันที่เกินความจำเป็น แต่เป็นบ้านที่ทำหน้าที่เสมือนสตูดิโอของชีวิต ตัดทุกองค์ประกอบที่ไม่สะท้อนตัวตนออกไป เหลือเพียงพื้นที่ที่ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
ผังบ้านจึงถูกจัดวางอย่างตรงไปตรงมา ชั้นล่างประกอบด้วยห้องนอนแขกสองห้อง ห้องทำงาน และแพนทรีที่ผสานโต๊ะทำงานเข้าไว้ด้วยกัน พื้นที่นั่งเล่นไม่ได้ถูกจัดวางด้วยการเน้นโซฟาขนาดใหญ่ แต่เลือกใช้เก้าอี้ที่ลุกนั่งสบาย สอดคล้องกับการใช้งานจริงมากกว่าภาพจำของห้องรับแขก ส่วนชั้นบนถูกออกแบบเป็น Penthouse สำหรับเจ้าของบ้านเพียงคนเดียว เป็นพื้นที่ส่วนตัวอย่างแท้จริง
หัวใจของ Terrarium House คือพื้นที่คอร์ตกลางบ้านที่ทำหน้าที่เสมือน Terrarium หรือระบบนิเวศขนาดย่อม ต้นไม้เดิมที่มีอยู่ในพื้นที่ถูกเก็บรักษาไว้ และกลายเป็นองค์ประกอบหลักของบ้าน ช่องแสงและการเปิดพื้นที่แนวดิ่งช่วยดึงแสงธรรมชาติและอากาศเข้าสู่ภายใน ทำให้บ้านที่ถูกล้อมรอบด้วยสิ่งปลูกสร้างกลับไม่รู้สึกอึดอัด
พื้นที่จอดรถเองก็ถูกออกแบบให้มีประสบการณ์เชิงพื้นที่ ไม่มีการใช้ไฟดาวน์ไลท์ แต่เลือกใช้ไฟอัพไลท์ร่วมกับช่องแสงทรงกลม Skylight เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องลงมา พร้อมการปลูกต้นไม้ที่มองเห็นเพียงลำต้น สร้างความรู้สึกน่าค้นหาและต่อเนื่องกับคอนเซปต์ของบ้านทั้งหลัง
รูปทรงที่โดดเด่นที่สุดของ Terrarium House คือหลังคาทรงกลมแบบสโลปจั่วที่ไม่มีฉาก หลังคานี้ไม่เพียงเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม แต่เป็นจุดตั้งต้นของการออกแบบทั้งหมด เมื่อหลังคาใช้รูปทรงกลม ช่องแสง คอร์ต และรายละเอียดต่าง ๆ ภายในบ้านจึงถูกออกแบบให้ใช้ภาษาเรขาคณิตเดียวกัน เพื่อสร้างความต่อเนื่องของแนวคิด
ในเชิงโครงสร้าง บ้านหลังนี้ถูกออกแบบให้ไร้เสา ภายใน เพื่อลดความอึดอัดของพื้นที่ ทีมออกแบบและเจ้าของบ้านร่วมกันพัฒนาโครงสร้างที่ใช้วงกบไม้ตะเคียนและเฟรมกระจกเป็นตัวรับน้ำหนักหลังคาแทนเสาแบบดั้งเดิม การก่อสร้างจึงเริ่มจากโครงหลังคาเป็นอันดับแรก ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาพื้นที่ด้านล่างตามมา
ความประณีตของงานก่อสร้างสะท้อนผ่านกระบวนการทำงานร่วมกับเจ้าของบ้านที่มีทักษะช่างสูง รายละเอียดหลายส่วนถูกแก้ไขและรื้อทำใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้ได้คุณภาพงานที่สมบูรณ์ที่สุด ไม่ใช่เพียงในเชิงโครงสร้าง แต่รวมถึงประสบการณ์การใช้งานในระยะยาว
Terrarium House ใช้ไม้ถึง 6 ชนิด โดยเลือกตามคุณสมบัติและตำแหน่งการใช้งานอย่างชัดเจน ไม้ตะเคียนถูกใช้ในพื้นที่ภายนอกและเฟรมกระจกภายนอก ไม้ตะแบกสำหรับพื้นภายใน ไม้ฮิโนกิในห้องนอนแขกชั้นล่างซึ่งทำหน้าที่เป็นต้นแบบโทนสีของบ้านทั้งหลัง ขณะที่ไม้กันเกราถูกใช้กับเฟรมกระจกภายใน ส่วนหลังคาเลือกใช้แผ่นอะลูมิเนียมแทนวัสดุหลังคาทั่วไป โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น
สำหรับคุณสแตม สถาปนิกจาก Unknown Surface Studio บ้าน Terrarium House หลังนี้ไม่ได้เป็นเพียงอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่เสร็จสมบูรณ์ตามโจทย์ หากเป็นบ้านที่ผลักดันกรอบความคิดและขีดจำกัดในการออกแบบของเขาออกไปไกลกว่าที่เคย บ้านหลังนี้เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกับเจ้าของบ้านอย่างคุณขจี เกศจุมพล ช่างปลูกบ้านและผู้รับเหมาที่มี Know-how เชิงก่อสร้างและงานไม้ในระดับลึก ความสัมพันธ์ระหว่างสถาปนิกและเจ้าของบ้านจึงไม่ได้อยู่ในรูปแบบผู้ออกแบบ–ผู้ว่าจ้าง แต่เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และทดลองความเป็นไปได้ของสถาปัตยกรรมไปพร้อมกัน
Know-how ของคุณขจีเปิดโอกาสให้แนวคิดที่ปกติอาจหยุดอยู่ในกระดาษ ถูกผลักให้กลายเป็นของจริง ตั้งแต่การตัดเสาออกจากพื้นที่ภายใน การใช้วงกบไม้เป็นโครงสร้างรับน้ำหนัก ไปจนถึงการเลือกวัสดุที่ไม่คุ้นเคยกับงานบ้านพักอาศัยทั่วไป ความกล้าที่จะรื้อ แก้ และทำใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ทำให้กระบวนการออกแบบของ Terrarium House ไม่ได้จบลงที่แบบก่อสร้าง แต่ดำเนินต่อเนื่องไปถึงหน้างานอย่างแท้จริง จากที่ดินซึ่งดูเหมือนเป็นข้อจำกัด บ้านหลังนี้ถูกพัฒนาให้กลายเป็นสเปซที่มีชีวิต เติบโตจากภายใน และสะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัยอย่างชัดเจน เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมที่ไม่ได้เริ่มจากรูปทรง หากเริ่มจากความเข้าใจในพื้นที่ วัสดุ และชีวิตจริง
Owner : ขจี เกศจุมพล
Architect : Unknown Surface Studio
Lead Architects : Cievanard Nattabowonphal , Piyanat Songkhroh , Nonglak Boonsaeng
Project Architect – Interior : REAL AS TECT Methawin Isarat , Hathaikarn Ratnusak ,Sirichet Rongmuangthiti
สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance