รวมแบรนด์ดี ดีไซน์โดน! ที่งาน BKKDSW 2026 เมื่อดีไซน์กลายเป็นกลไกเศรษฐกิจของเมือง

ในช่วงเวลาที่คำว่า “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ไม่ได้เป็นเพียงนโยบาย แต่กำลังถูกทดสอบอย่างจริงจังในโลกธุรกิจ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า งานออกแบบสวยหรือแปลกใหม่แค่ไหน หากแต่คือ มันสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ และสามารถกลายเป็นเครื่องมือใหม่ให้ธุรกิจและเมืองปรับตัวอยู่รอดท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร บริบทนี้เองที่ทำให้บทบาทของเทศกาลงานออกแบบทั่วโลกเปลี่ยนไป จากพื้นที่เสพแรงบันดาลใจ สู่แพลตฟอร์มทดลองอนาคตทางเศรษฐกิจของเมือง

การกลับมาของ Bangkok Design Week 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณว่าเทศกาลงานออกแบบประจำปีได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แต่คือหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนว่าการออกแบบในกรุงเทพฯ กำลังถูกยกระดับบทบาทจากเครื่องมือสร้างแรงบันดาลใจ ไปสู่กลไกทางเศรษฐกิจที่ทำงานได้จริงในระดับเมือง ภายใต้ธีม “DESIGN S/O/S” เทศกาลปีนี้ไม่ได้ตั้งคำถามแบบเดิมว่าการออกแบบทำอะไรได้บ้าง แต่ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า การออกแบบต้องถูกนำไปใช้ เพื่อยกระดับมาตรฐาน สร้างโอกาสใหม่ และออกแบบทางรอดใหม่ให้กับเมืองและธุรกิจไทย

สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือบทบาทของเทศกาลที่ขยับจากพื้นที่แสดงงานสร้างสรรค์ไปสู่การเป็น Urban & Economic Platform ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ งานออกแบบในปีนี้ไม่ได้ถูกวางไว้ในฐานะวัตถุสวยงามหรือประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ถูกออกแบบให้เข้าไปทำงานในระบบจริง ทั้งในมิติของธุรกิจ การพัฒนาเมือง และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระยะยาว ระหว่างนักออกแบบ ผู้ประกอบการ นักลงทุน ภาครัฐ และภาคการศึกษา

Bangkok Design Week ปีที่ 9 จึงทำหน้าที่เสมือนระบบนิเวศของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เชื่อมต่อผู้คน ธุรกิจ และ เมือง เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ต้นน้ำของความคิดสร้างสรรค์ที่นักออกแบบกำลังทดลองวัสดุ เทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่นในรูปแบบใหม่ กลางน้ำที่เป็นกลไกแปลงความคิดให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ ผ่านแพลตฟอร์มการจับคู่ การเจรจาทางการค้า และการเชื่อมต่อกับภาคการผลิต ไปจนถึงปลายน้ำซึ่งเป็นพื้นที่เมืองจริง ที่กลายเป็นสนามทดลองว่าการออกแบบสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนได้จริงหรือไม่

หัวใจของ Bangkok Design Week 2026 ในปีนี้ ไม่ได้อยู่ที่จำนวนงานจัดแสดงหรือความหลากหลายของโปรแกรม หากแต่อยู่ที่การออกแบบโครงสร้างประสบการณ์ของเทศกาลให้ทำงานในฐานะแพลตฟอร์มเศรษฐกิจระดับเมือง งานออกแบบจึงไม่ได้ถูกวางไว้ให้ชมเพียงในกรอบของความสวยงามหรือความคิดสร้างสรรค์ แต่ถูกออกแบบให้เข้าไปเชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจ และพื้นที่เมืองเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

โครงสร้างหลักของเทศกาลถูกขับเคลื่อนผ่าน 3 แกนสำคัญที่ทำงานประสานกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เริ่มจาก Creative Talent พื้นที่ที่เปิดโอกาสให้นักสร้างสรรค์ได้แสดงศักยภาพ ทดลองไอเดีย และพัฒนาความคิดให้พร้อมต่อยอดสู่การใช้งานจริง ต่อเนื่องสู่ Design Business กลไกที่เชื่อมงานออกแบบเข้ากับโลกธุรกิจ ผ่านการจับคู่ ความร่วมมือ และการเจรจาทางการค้ากับภาคการผลิต แบรนด์ และพันธมิตรจากนานาชาติ เพื่อเปลี่ยนไอเดียสร้างสรรค์ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม และปิดท้ายที่ The District ซึ่งนำพลังของการออกแบบเข้าไปทำงานในพื้นที่เมืองจริง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจย่าน ฟื้นชีวิตพื้นที่เดิม และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับกรุงเทพฯ

เมื่อทั้งสามแกนนี้ทำงานร่วมกัน Bangkok Design Week จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีของนักออกแบบหรือผู้ชมงานสร้างสรรค์ แต่กลายเป็นพื้นที่เปิดที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้ ตั้งแต่นักสร้างสรรค์ที่มองหาโอกาสใหม่ ผู้ประกอบการที่ต้องการไอเดียและพันธมิตร ไปจนถึงเมืองและผู้คนที่ได้เห็นว่าการออกแบบสามารถเปลี่ยนพื้นที่และวิถีชีวิตรอบตัวให้เกิดคุณค่าใหม่ได้จริง
ความน่าสนใจของ BKKDW2026 จึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนโปรแกรมที่จัดขึ้นทั่วกรุงเทพฯ แต่คือคำถามสำคัญที่ซ่อนอยู่หลังทุกโปรเจ็กต์ว่า ดีไซน์ชิ้นนี้สร้างโอกาสทางธุรกิจอะไรขึ้นบ้าง ไอเดียนี้สามารถต่อยอดสู่การผลิตจริงหรือสร้างตลาดใหม่ได้หรือไม่ และพื้นที่เมืองที่ถูกออกแบบประสบการณ์ใหม่กำลังกลับมามีชีวิตทางเศรษฐกิจอีกครั้งจริงแค่ไหน เทศกาลจึงกลายเป็นพื้นที่สังเกตการณ์สำคัญสำหรับนักธุรกิจ แบรนด์ ผู้ผลิต ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และนักลงทุน ที่ต้องการเข้าใจทิศทางของเศรษฐกิจสร้างสรรค์กรุงเทพฯ ผ่านเลนส์ของการออกแบบ

จากภาพใหญ่ของแพลตฟอร์มระดับเมืองนี้ ต่อไปเราจะพาผู้อ่านไปดูตัวอย่างงานออกแบบในเทศกาล ที่ไม่ได้มีดีเพียงความคิดสร้างสรรค์ แต่กำลังทำงานจริงในฐานะเครื่องมือสร้างมูลค่าทางธุรกิจ ในหลากหลายมิติ ตั้งแต่งานคราฟต์และวัสดุแห่งอนาคต เทคโนโลยีเพื่อเมือง วัฒนธรรมในฐานะ Soft Power ไปจนถึงการออกแบบประสบการณ์ของย่าน ที่กำลังเปลี่ยนพื้นที่ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ของกรุงเทพฯ

จากภาพใหญ่ของแพลตฟอร์มระดับเมืองที่กล่าวมาข้างต้น Design Something ขอพาทุกคนไปสำรวจตัวอย่างงานออกแบบในเทศกาล ที่ไม่ได้มีดีเพียงความคิดสร้างสรรค์ แต่กำลังทำงานจริงในฐานะเครื่องมือสร้างมูลค่าทางธุรกิจในหลายมิติ ตั้งแต่งานคราฟต์และวัสดุแห่งอนาคต เทคโนโลยีเพื่อเมือง วัฒนธรรมในฐานะ Soft Power ไปจนถึงการออกแบบประสบการณ์ของย่าน ที่กำลังเปลี่ยนพื้นที่ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ของกรุงเทพฯ

ปรุงอย่างมีสไตล์ และใช้ชีวิตได้อย่างยั่งยืน
By MEX


MEX คือแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของคนรุ่นใหม่ ที่ออกแบบจากความเข้าใจวิถีชีวิตของครัวไทยอย่างแท้จริง ทุกผลิตภัณฑ์เริ่มต้นจากการแก้ปัญหาเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่เตาแก๊สที่ควบคุมไฟได้แม่นยำจริง อุปกรณ์ดักเศษอาหารที่ช่วยลดปัญหาระบบท่อ ไปจนถึงแผ่นกรองเครื่องดูดควันที่ยืดอายุการใช้งาน ด้วยการผลิตและจัดจำหน่ายในประเทศ MEX ทำงานใกล้ชิดกับผู้ใช้และบริบทท้องถิ่นมาโดยตลอด

ท่ามกลางกระแสที่คนรุ่นใหม่หันกลับมาเข้าครัวมากขึ้น MEX มองว่าการทำอาหารไม่ใช่ภาระ แต่คือการลงทุนในสุขภาพ ความสัมพันธ์ และเวลาคุณภาพ แนวคิดเรื่องความยั่งยืนจึงไม่ใช่ภาพลักษณ์ แต่คือการลดของเสีย พลังงาน และการใช้ทรัพยากรเกินจำเป็น ผ่านเครื่องมือที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย เข้าถึงได้ และสวยงาม

ใน Bangkok Design Week 2026 MEX นำเสนอภาพของ Modern Thai Kitchen ครัวร่วมสมัยที่เชื่อมโยงอาหาร เมือง และชีวิตประจำวันเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การฟื้นวัฒนธรรมปิ่นโต การใช้วัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาล ไปจนถึงการออกแบบครัวให้ยืดหยุ่น ไม่ตายตัว และรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย

พื้นที่จัดแสดงถูกออกแบบให้เป็นประสบการณ์ที่ชวนตั้งคำถาม เราทำอาหารกี่มื้อต่อสัปดาห์ ประหยัดพลังงานและขยะได้แค่ไหน ผ่านอินเทอร์แอคทีฟที่แปลงข้อมูลให้เห็นผลลัพธ์เชิงรูปธรรม เพื่อทำให้การทำอาหารกลายเป็น วิถีชีวิต ไม่ใช่เพียงเทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นวัฒนธรรมร่วมสมัยที่เชื่อมโยงคนรุ่นใหม่กับครัวไทยในอนาคต

SELF-SUSTAINING
By Thai Immersive Digital Media Entrepreneur Trade Association

สัมผัสประสบการณ์ Immersive Art ภายในโดมขนาด 10 เมตร กับงาน Projection Mapping Concept: “Self-Sustaining” ผลงานความร่วมมือระหว่าง TIDMA × FullDome × Epson × Mahajak

SELF-SUSTAINING คือการสำรวจความสัมพันธ์ของระบบที่สามารถดำรงอยู่และเติบโตได้ด้วยตนเอง ผ่านภาพของ ระบบนิเวศ เทคโนโลยี เศรษฐกิจ ชุมชน และพลังงาน ซึ่งเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อนแต่สมดุล

สำหรับใครที่ชอบงานศิลปะแนว Projection Mapping ซึ่งมีทั้งภาพงดงามและได้ดื่มด่ำไปกับโลกอีกใบที่น่าตื่นตาตื่นใจอันน่าจดจำ ด้วยเทคโนโลยีการฉายภาพแสงสี (Projected Light) ลงบนพื้นผิวของวัตถุหรือสถานที่ที่มีรูปทรงเฉพาะตัว อย่างอาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง งานประเภท Projection Mapping จะโชว์ให้เห็นว่าการฉาย ไม่จำเป็นต้องติดอยู่กับแค่จอสี่เหลี่ยม แต่มีพลังดึงดูดได้มากกว่านั้น และทุกมิติตื้นลึก แสงสี และรูปทรงแปลกตา ไม่ใช่แค่ภาพสวยงามต่อตา แต่คือเรื่องราวของระบบนิเวศ อันประกอบไปด้วยความสัมพันธ์ระหว่างกันและ

THINKK Together 4 : Out of Line
By THINKK Together

THINKK TOGETHER 4: Out of Line เปิดพื้นที่การเรียนรู้ที่ไม่ยึดติดกับกรอบเดิมของการออกแบบ กระบวนการไม่ได้เริ่มจากตำรา แต่เริ่มจากปัญหาจริงของผู้ลงมือทำในบริบทที่หลากหลาย งานนี้ชวนให้ก้าวออกจากเส้นทางที่คุ้นเคย เพื่อทดลองวิธีคิดใหม่ ๆ ภายใต้ความเชื่อว่า ความสร้างสรรค์สามารถขยับมุมมอง และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายได

ผลลัพธ์ของการทำงานร่วมกันไม่ได้จบเพียงต้นแบบหรือชิ้นงานใหม่ หากรวมถึงวิธีคิดและวิธีเรียนรู้ที่มองเห็นทั้งระบบ ตั้งแต่วัสดุ ผู้คน ไปจนถึงผลกระทบที่งานออกแบบทิ้งไว้ การออกแบบจึงถูกขับเคลื่อนด้วยความรับผิดชอบ ความใส่ใจ และความเชื่อมโยงกับชีวิตจริง มากพอ ๆ กับความแปลกใหม่

ในบริบทนี้ THINKK TOGETHER 4: Out of Line จึงไม่ใช่เพียงนิทรรศการ แต่คือการชวนตั้งคำถามใหม่ต่อบทบาทของการออกแบบ จากการสร้างความสวยงาม ไปสู่การเป็นเครื่องมือที่ช่วยเปิดทางเลือก และโอกาสที่มีความหมายกว่าในอนาคต

Longipark
By Shma Company Limited

จะดีแค่ไหน ถ้าเมืองมีพื้นที่ให้เราได้นั่งเล่น เดินเล่น และคุยกันแบบไม่ต้องรีบ หากพื้นที่สีเขียวไม่ใช่แค่สวน แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยดูแลทั้งร่างกาย ใจ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว แนวคิดนี้เองที่ Shma อยากชวนทุกคนออกมาลองสัมผัส ผ่านโมเดลพื้นที่สีเขียวรูปแบบใหม่ทั้ง 4 แห่ง ใน Bangkok Design Week 2026 พื้นที่ทดลองที่ออกแบบมาเพื่อค้นหาคำตอบว่า เมืองจะน่าอยู่ขึ้นได้แค่ไหน หากเราออกแบบมันจากชีวิตจริงของคนเมือง

โปรเจกต์นี้เริ่มต้นขึ้นจากเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก ซึ่งรับรองพร้อมให้การสนับสนุนกรุงเทพฯ เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ (Bangkok City of Design, UCCN) ต่อมา CEA จึงได้เปิดรับข้อเสนอเกี่ยวกับการออกแบบพื้นที่สีเขียวเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตหรือระบบนิเวศของเมือง ซึ่งก็สอดคล้องกับภารกิจที่ Shma ทำมาโดยตลอด

“ปัจจุบันคนพูดถึงเรื่อง longevity กันเยอะมาก ด้วยความท้าทายทางด้านสิ่งแวดล้อม ข้อกังวลเกี่ยวกับการมีชีวิตที่ทั้งยืนยาว สุขภาพดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย กลายเป็นสิ่งที่ยุคใหม่เองก็คอนเซิร์นกันมาก เราจึงเลือกหยิบเรื่อง longevity นี้มาผสานกับความต้องการ third place ในเมือง ออกมาเป็น LongiPark หรือ park ที่ส่งเสริมเรื่อง longevity”

ยศพล บุญสม ภูมิสถาปนิกแห่ง Shma เล่าถึงไอเดียแรกเริ่มของ LongiPark ซึ่งพัฒนาต่อเป็น 4 คอนเซปต์ย่อยซึ่งเกิดจากการทำงานกับพื้นที่ในแต่ละย่าน

“พื้นที่ที่เราโฟกัสจะอยู่ในเขตพระนครและย่านเจริญกรุง ซึ่งเป็นโซนที่มีพื้นที่สีเขียวน้อยอยู่แล้วเป็นทุนเดิม แต่ในขณะเดียวกันก็มีมิติของศิลปวัฒนธรรมผสมอยู่ ซึ่งนอกจากที่จะบอกว่ามันตอบโจทย์ชุมชน ตอบโจทย์เมืองแล้ว มันก็ควรต้องยืนระยะได้ มีคนใช้จริง มีคนดูแลจริง และก่อให้เกิดอิมแพกต์

“เราเริ่มจากการเข้าไปทำกระบวนการการมีส่วนร่วมกับคนในพื้นที่ เพื่อไปดูว่าจริงๆ แล้วชุมชนเขาต้องการอะไร อย่างลานคนเมืองมันร้อนมาก พื้นที่มีแต่ลานคอนกรีต มันจึงต้องมาปรับเปลี่ยนเรื่อง surface หรือ micro climate”

ผลลัพธ์ที่ได้คือพื้นที่สีเขียว 4 แห่งที่แตกต่างกันทั้งในแง่ของตัวขนาด คอนเซปต์ และเป้าหมายในการทดลองประเด็นของเมืองที่แตกต่างกัน เริ่มจาก Long Rest & Heal พื้นที่ป่าขนาดย่อมใจกลางลานคนเมือง, Long Play & Learn สวนที่เล่นและเรียนได้พร้อมกันบนถนนอุณากรรณ, Long Chat พื้นที่พูดคุยที่อยากกระตุ้นปฏิสัมพันธ์ของคนในชุมชนโดยรอบบ้านเลขที่ 1 และ Long Share พื้นที่สีเขียวขนาดกะทัดรัดเพียง 5 ตารางเมตรในชุมชนโชฎึก

D/Objects
By Design and Object

D/Objects ไม่ได้มองงานออกแบบในฐานะวัตถุที่แยกขาดจากชีวิตประจำวัน หากมองมันเป็นส่วนหนึ่งของวิธีคิด วิธีใช้ชีวิต และวิธีที่เรามีปฏิสัมพันธ์กับโลก รอบตัว ภายใต้กรอบ Design / Shapes / Lifestyle งานออกแบบไทยถูกนำเสนอในฐานะกระบวนการที่ค่อย ๆ แทรกซึมอยู่ในกิจวัตร การสร้างสรรค์ และประสบการณ์เล็ก ๆ ในแต่ละวัน
.
แนวคิด REINVENT THE ORIGIN ตั้งต้นจากคำถามเรื่อง “จุดเริ่มต้น” ของการออกแบบ ไม่ใช่การย้อนกลับไปหาที่มาเดิม แต่คือการนำรากเหง้า วัสดุ ความรู้ และวิธีคิดที่คุ้นเคย มาตีความใหม่ ให้มีชีวิตในบริบทปัจจุบัน และกลายเป็นต้นทางของสิ่งใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้น ทั้งในวันนี้และอนาคต

AUGMENTED CRAFT
By School of Architecture and Desig

โครงการนี้สำรวจแนวคิดของงานช่างร่วมสมัยผ่านกระบวนการ mixed reality ที่ใช้เส้นโฮโลแกรมเป็นตัวกำหนดตำแหน่งการดัด ตรวจสอบรูปทรง และช่วยนำทางการประกอบอย่างแม่นยำ เทคโนโลยีไม่ได้เข้ามาแทนที่ฝีมือมนุษย์ แต่ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือที่ขยายขอบเขตของงานหัตถกรรมในบริบทแบบไทย

โครงสร้างหลักเกิดจากหวายดัดไอน้ำ ซึ่งถูกขยายสเกลจากงานเฟอร์นิเจอร์สู่ระดับสถาปัตยกรรม เกิดเป็นโครงข่ายโค้งเชิงพื้นที่ที่เชื่อมต่อกัน ขณะที่ชิ้นส่วนคอนกรีตซึ่งผลิตด้วยหุ่นยนต์และการพิมพ์สามมิติทำหน้าที่เป็นฐาน ขอบ และที่นั่ง เชื่อมวัสดุพื้นถิ่นเข้ากับเครื่องมือร่วมสมัย เพื่อทดลองความเป็นไปได้ของรูปแบบการอยู่อาศัยในอนาคต

Point of Peace
By Fall Studio

เมื่อเมืองดังเกินไป การออกแบบอาจเริ่มจาก “ความเงียบ”
ในช่วงที่กรุงเทพฯ ถูกกระตุ้นด้วยกิจกรรม งานออกแบบ และการเคลื่อนไหวตลอดทั้งวัน ‘Point of Peace’ ปรากฏตัวขึ้นในฐานะพื้นที่เล็ก ๆ ที่ไม่ได้ชวนให้มอง แต่ชวนให้ หยุดอยู่กับร่างกายของตัวเอง พื้นที่ซึ่งไม่ได้แข่งขันกับเมือง หากเลือกจะลดระดับเสียง ความร้อน และความเร่งรีบลงชั่วคราว

งานติดตั้งชิ้นนี้ตั้งอยู่บริเวณไปรษณีย์กลาง บางรัก วงกลมอ่อนนุ่มที่โอบล้อมด้วยพรรณไม้พื้นถิ่น ทำหน้าที่เป็นโอเอซิสชั่วคราวกลางโครงสร้างเมืองแข็งกระด้าง ผู้คนสามารถนั่ง เอนตัว เล่น หรือแค่นอนพักอยู่ในร่มเงา พื้นที่เปิดโอกาสให้การพบกันเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องถูกกำหนดบทบาทหรือกิจกรรม

เบื้องหลังความเรียบง่าย คือการตั้งคำถามอย่างจริงจังต่อสิ่งแวดล้อมและเมืองร่วมสมัย The Mall Group ใช้งานออกแบบเป็นเครื่องมือในการทดลองว่า การแทรกแซงเมืองขนาดเล็กและถอดถอนได้ จะช่วยเปลี่ยนคุณภาพพื้นที่สาธารณะได้มากแค่ไหน ทั้งในแง่ของ microclimate การลดความร้อน และการสร้างพื้นที่พักใจให้ผู้คน

วัสดุหลักของงานมาจากขยะรีไซเคิลและวัสดุเหลือใช้ภายใต้โครงการ GO TO ZERO โดยร่วมกับพันธมิตรในเครือข่ายสิ่งแวดล้อม ขณะที่พรรณไม้ทั้งหมดถูกวางแผนให้ส่งต่อคืนสู่กรุงเทพมหานครหลังจบงาน เพื่อกลายเป็นพื้นที่สีเขียวถาวรของเมือง ไม่ใช่เพียงฉากชั่วคราวของอีเวนต์

ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือกระบวนการทำงานที่เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาจากหลายสถาบันได้มีส่วนร่วม ตั้งแต่การผลิตจนถึงการประกอบหน้างาน ทำให้ ‘Point of Peace’ ไม่ได้เป็นเพียงงานจัดแสดง แต่เป็นพื้นที่เรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ ที่เติบโตไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อเมืองและสิ่งแวดล้อม

ในวันที่เมืองเคลื่อนไหวไม่หยุด พื้นที่เล็ก ๆ อย่าง Point of Peace จึงทำหน้าที่เตือนเราว่า บางครั้งการออกแบบที่ทรงพลังที่สุด อาจไม่ใช่การเพิ่มสิ่งใหม่ให้เมือง แต่คือการสร้าง จังหวะให้เมืองได้พักหายใจไปพร้อมกับเรา

BIRKENSTOCK WALK CLUB 2026: A BANGKOK WANDER
By BIRKENSTOCK

BIRKENSTOCK เปิดตัว Walk Club ครั้งแรกในกรุงเทพฯ ภายใต้บริบทของ Bangkok Design Week 2026 ด้วยรากฐานกว่า 250 ปีของแบรนด์รองเท้าที่ให้ความสำคัญกับโครงสร้างเท้าและการเดินอย่างเป็นธรรมชาติ BIRKENSTOCK Thailand เปิดตัว BIRKENSTOCK WALK CLUB 2026: A Bangkok Wander กิจกรรมเดินสำรวจเมืองที่ชวนผู้คนออกมามองกรุงเทพฯ ผ่านจังหวะก้าวของตัวเอง ภายใต้กรอบคิดของ Well-being เมือง และวัฒนธรรม

ร่วมกับนักเล่าเรื่องและครีเอเตอร์สายอาหาร เพื่อออกแบบเส้นทางเดินที่เชื่อมโยงเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ และรสชาติของเมืองเข้าไว้ด้วยกัน กิจกรรมไม่ได้เป็นเพียงการเดิน แต่คือการทดลองใช้ชีวิตช้าลง รับรู้เมืองอย่างลึกขึ้น พร้อมตอกย้ำแนวคิดสำคัญของแบรนด์ เมื่อการเดินถูกออกแบบมาอย่างถูกต้อง เมืองทั้งเมืองก็กลายเป็นพื้นที่ที่เราเดินไปได้อย่างสบายและมั่นใจในทุกก้าว

Canva Design SOS
By CANVA

เมื่อการออกแบบไม่ได้อยู่แค่บนหน้าจอ
Canva Emergency Design Rescue Team ปรากฏตัวขึ้นในฐานะพื้นที่ทดลอง ที่พาดีไซน์ออกมาจากแอปสู่สถานการณ์จริง ตั้งแต่การปรับเรซูเม่ ไปจนถึงการกู้โปสเตอร์ งานนี้ชวนตั้งคำถามว่า ดีไซน์จะช่วย “แก้ปัญหาเฉพาะหน้า” และฟื้นพลังความคิดสร้างสรรค์ของผู้คนได้อย่างไร

พื้นที่ถูกออกแบบให้เข้าถึงได้กับทุกระดับ ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มต้น ทำเป็นงานอดิเรก หรือทำงานออกแบบอย่างมืออาชีพ การเรียนรู้ไม่ได้มาในรูปแบบบทเรียน แต่เกิดจากการลงมือ ลองผิด ลองใหม่ และแลกเปลี่ยนวิธีคิดร่วมกันแบบออฟสกรีน.
นอกจากประสบการณ์การกู้ดีไซน์ ยังมีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เติมความสนุกให้การมาเยือน ตั้งแต่ของที่ระลึก ไปจนถึง photo sticker booth ที่เปลี่ยนช่วงเวลานั้นให้กลายเป็นความทรงจำติดมือกลับไป

ท้ายที่สุด Bangkok Design Week 2026 อาจไม่ได้ทิ้งไว้แค่ความประทับใจจากงานออกแบบที่สวยงามหรือไอเดียที่แปลกใหม่ แต่กำลังทิ้งคำถามสำคัญให้กับภาคธุรกิจ เมือง และคนทำงานสร้างสรรค์ว่า เราจะใช้ดีไซน์เป็นเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจได้จริงแค่ไหน ในวันที่การแข่งขันของเมืองไม่ได้วัดกันแค่โครงสร้างพื้นฐานหรือเม็ดเงินลงทุนอีกต่อไป แต่รวมถึงความสามารถในการเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม เทศกาลครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงอีเวนต์ประจำปี หากแต่เป็นภาพสะท้อนทิศทางอนาคตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์กรุงเทพฯ ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างจริงจัง

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Website: www.bangkokdesignweek.com
Facebook/Instagram: bangkokdesignweek
X: @BKKDesignWeek
Line: @bangkokdesignweek

#BKKDW2026 #BangkokDesignWeek #DESIGNSOS #PowerOfDesign #PowerOfThaiDesign

Picture of Haemarat C.

Haemarat C.

สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย

Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading