Phuket Meditation Center
สเปซแห่งการละวาง ที่เปลี่ยนความว่างเป็นภาวะของสมาธิ

งานออกแบบบางงาน ทำหน้าที่มากกว่าการเป็นอาคาร มันไม่ได้ตั้งใจจะโดดเด่น ไม่ได้เรียกร้องสายตา และไม่ได้พยายามประกาศตัวตนของผู้ออกแบบอย่างชัดเจน หากแต่ทำหน้าที่เป็นเพียงพื้นที่รองรับบางสิ่งที่ละเอียดอ่อนกว่านั้น PHUKET MEDITATION CENTER ที่ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด The Design of Emptiness หนึ่งในงานประเภทนั้น

วิหารของศูนย์ปฏิบัติธรรมภูเก็ตแห่งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายทีมออกแบบที่พร้อมใจกันทำงานโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ด้วยศรัทธาที่ต้องการร่วมจรรโลงพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวไปถึง 5,000 พระวรรษา ตัวสถาปัตยกรรมออกแบบโดย Eco Architect งานออกแบบภายในโดย That’s ITH interior ภูมิทัศน์โดย Landscape Tectonix และงานแสงสว่างโดย APLD Lighting แต่สิ่งที่ทำให้งานนี้น่าสนใจ ไม่ได้อยู่ที่รายชื่อทีมออกแบบ หากอยู่ที่วิธีคิดซึ่งตั้งต้นจากคำว่า ความว่างเปล่า

สำหรับ That’s ITH interior ซึ่งปกติเป็นที่รู้จักจากงานที่จัดจ้าน เต็มไปด้วยอารมณ์และความกล้าตามปรัชญา Fearless Emotion Refined งานนี้กลับแทบไม่เหลือภาพจำเหล่านั้นเลย แทนที่จะเป็นพื้นที่ที่เล่าเรื่องด้วยวัสดุ สี และพื้นผิวที่เข้มข้น วิหารแห่งนี้กลับเงียบ เรียบ และแทบไม่ปรุงแต่ง ที่ทีมผู้ออกแบบเริ่มต้นจากจุดหมายสูงสุดของการปฏิบัติธรรม 

นั่นคือการหลุดพ้น ภาวะที่ไม่เหลือกิเลส ไม่มีความยึดติด และไม่มีแม้กระทั่งตัวตนของเราเอง เมื่อเป้าหมายเป็นเช่นนั้น กระบวนการออกแบบจึงไม่ใช่การเติม แต่คือการค่อย ๆ เอาออก คำถามสำคัญที่ถูกโยนกลับมาหาตัวงานเสมอคือ
“อะไรที่เราสามารถเอาออกไปได้อีก” การละทิ้งในที่นี้ไม่ใช่เพียงการลดทอนองค์ประกอบทางกายภาพ แต่รวมถึงการละทิ้งอัตตาของผู้ออกแบบเองด้วย

ในฐานะคนที่ทำงานกับสถาปัตยกรรมมานาน ผมพบว่าการใส่ไอเดียลงไปในงานนั้นง่ายกว่าการเอาออกมาก ทุกเส้น ทุกพื้นผิว ล้วนเป็นร่องรอยของความคิดและตัวตน แต่ในวิหารแห่งนี้ การออกแบบกลับเลือกที่จะถอยออกมาให้มากที่สุด ผนังไม่ได้ถูกใช้เป็นพื้นที่แสดงลวดลาย เพดานไม่ได้ทำหน้าที่สร้างความตระการตา พื้นผิวไม่ได้พยายามเรียกร้องสายตา ความสวยงามในความหมายดั้งเดิมถูกตั้งคำถาม เพราะความสวยงามก็อาจเป็นความหลงอย่างหนึ่ง เมื่อไม่มีสิ่งใดให้จิตเกาะเกี่ยว จิตจึงอาจเริ่มหันกลับมามองตัวเอง ความไม่มีอะไรจึงไม่ได้หมายถึงความว่างเปล่าในเชิงขาดหาย แต่กลายเป็นการมีอยู่ของภาวะบางอย่างที่จับต้องไม่ได้

อีกมิติหนึ่งที่ชัดเจนคือการเปิดเผยโครงสร้าง ในโลกของการออกแบบ เรามักซ่อนคาน เสา และระบบต่าง ๆ ไว้หลังฝ้าและผนังเรียบร้อย แต่ที่นี่ โครงสร้างถูกปล่อยให้เป็นตัวของมันเอง คาน เสา ช่องเปิด แสง และเงา ถูกจัดวางอย่างตรงไปตรงมา ราวกับยืนยันว่าความจริงไม่ต้องการการประดับตกแต่ง ความซื่อตรงทางโครงสร้างจึงกลายเป็นภาษาของธรรมะในอีกแบบหนึ่ง ความนิ่งและความเรียบไม่ใช่เพราะไม่มีอะไรให้ทำ แต่เพราะเลือกที่จะไม่ทำเกินความจำเป็น

สิ่งที่น่าสนใจอีกประการคือการให้ความสำคัญกับช่องว่างระหว่าง มากกว่าวัตถุเอง แสงธรรมชาติที่ไหลผ่านช่องเปิด ลมทะเลภูเก็ตที่พัดผ่านผนัง และเงาที่ค่อย ๆ เคลื่อนตามเวลา กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของพื้นที่ อาคารทำหน้าที่เพียงเป็นกรอบให้ธรรมชาติทำงานของมัน การออกแบบจึงไม่ได้พยายามควบคุมทุกอย่าง แต่เปิดพื้นที่ให้สิ่งที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเข้ามามีบทบาท เมื่ออยู่ในวิหารแห่งนี้ เราอาจไม่ได้รู้สึกถึงดีไซน์ในฐานะวัตถุ แต่รับรู้ถึงสภาวะบางอย่างที่ค่อย ๆ โอบล้อมเราอย่างเงียบงัน

ท้ายที่สุด วิหารแห่งนี้ไม่ได้สร้างมาเพื่อให้ผู้คนชื่นชมความสามารถของผู้ออกแบบ หากสร้างมาเพื่อให้ผู้มาเยือนค่อย ๆ เบาลง เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ตัวตนจางลงทีละน้อย และบางที ในความว่างนั้นเอง เราอาจพบสิ่งที่แท้จริงที่สุด งานชิ้นนี้จึงยังคงสะท้อนจิตวิญญาณของ Fearless Emotion Refined เพียงแต่ความกล้าในครั้งนี้ไม่ใช่ความกล้าที่จะโดดเด่น หากคือความกล้าที่จะละทิ้งตัวตนของตนเอง และอารมณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้มาจากสีหรือพื้นผิว แต่เกิดจากความไม่มีอะไรเลย ซึ่งอาจเป็นรูปแบบของ Emotional Design ที่ลึกที่สุดเท่าที่งานออกแบบหนึ่งชิ้นจะเป็นได้

Project : Phuket Meditation Centre
Architecture : Eco Architect
Interior : That’s Ith
Landscape : Landscape Tectonix Limited
Lighting : APLD the Lighting Company

Picture of Haemarat C.

Haemarat C.

สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย

Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading