สวนป่าประติมากรรม Mae On Art เรือนพื้นถิ่นล้านนาในมุมมองใหม่
ที่วัสดุร่วมสมัยทำหน้าที่เล่าเรื่องแทนสถาปัตยกรรม

สเปซบางสเปซที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รีบมองเห็น แต่ชวนให้เราค่อย ๆ ชะลอจังหวะ ฟังความเงียบ และรับรู้รายละเอียดเล็ก ๆ รอบตัว แสง ลม และเงาที่เคลื่อนไปตามเวลา กลายเป็นประสบการณ์ที่ทำให้การอยู่กับพื้นที่มีความหมายมากกว่าการผ่านไป สถาปัตยกรรมในบริบทเช่นนี้จึงไม่จำเป็นต้องโดดเด่น หากทำหน้าที่เป็นกรอบบาง ๆ ที่เปิดโอกาสให้มนุษย์ ธรรมชาติ และเวลา ได้สนทนากันอย่างเงียบงัน

สวนป่าประติมากรรม สถาปัตยกรรมที่ไม่ได้ถูกออกแบบในฐานะ พื้นที่จัดวางงานศิลปะ เพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นภูมิทัศน์ที่เชื้อเชิญให้ผู้ใช้งานค่อย ๆ สัมผัสบทสนทนาระหว่างธรรมชาติ ราวกับต้นไม้ แสงแดด และช่องว่างระหว่างงานประติมากรรม ทำหน้าที่ร่วมกันสร้างจังหวะการรับรู้ที่ไม่เร่งรีบ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้หยุด ฟัง และมองอย่างตั้งใจ

ภายใต้บรรยากาศของสวนป่าประติมากรรม ท่ามกลางป่าสักในอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ อาคารแต่ละหลังถูกออกแบบให้วางตัวอย่างถ่อมตน ราวกับพยายามกลืนหายไปกับภูมิทัศน์โดยรอบสีสันและผิววัสดุจึงถูกเลือกอย่างระมัดระวังในการออกแบบ เพื่อไม่แข่งขันกับสีเขียวของป่าและแสงที่เปลี่ยนไปตามเวลา หลังคาเมทัลชีท Colorbond จาก BlueScope ทำหน้าที่เป็นผืนผิวที่เชื่อมอาคารเข้ากับสภาพแวดล้อม โทนสีที่นิ่งและไม่สะท้อนสายตาเกินไป ช่วยรับและสะท้อนแสงแดดอย่างนุ่มนวล พร้อมลดความร้อน และกำหนดบรรยากาศของแสงเงาภายในโดยไม่รบกวนธรรมชาติรอบตัว ที่ทำให้สวนป่าประติมากรรมแห่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่ยืนเด่นเหนือป่า หากเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่อยู่ร่วมกับภูมิทัศน์อย่างเงียบสงบและสมดุล ที่ได้รับการออกแบบโดย คุณหนึ่ง เอกภาพ ดวงแก้วจาก Ekar

เมื่อสถาปัตยกรรมกลายเป็นพื้นที่ชีวิต ศิลปะ และความสัมพันธ์ของพ่อ ลูก

ท่ามกลางหุบเขาแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ที่ดินรูปทรงคล้ายก้นถุง ถูกโอบล้อมด้วยลำน้ำและป่าสักผืนใหญ่ ได้ซ่อนงานสถาปัตยกรรมชิ้นหนึ่งที่ไม่ได้เริ่มต้นจากคำว่าอาคารหากเริ่มจากคำว่า “ชีวิต”
ชีวิตหลังเกษียณของศิลปินประติมากร
ชีวิตของงานศิลปะที่ต้องการพื้นที่หายใจ
และชีวิตของสถาปนิกคนหนึ่ง ที่อยากทำอะไรบางอย่างให้พ่อ โดยไม่แยกศิลปะออกจากสถาปัตยกรรม

สำหรับคุณพ่อ ผู้เป็นศิลปินประติมากร การทำงานกับชิ้นงานขนาดใหญ่ต้องการพื้นที่ที่เปิดกว้าง แสงธรรมชาติ ลม พื้นที่ป่าสักผืนนี้จึงไม่ใช่ฉากหลังของงานศิลปะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างงาน ผลงานหลายชิ้นเกิดขึ้นใต้เงาไม้ ก่อนจะมีอาคารหรือโครงสร้างใด ๆ เข้ามารองรับ

สวนป่าประติมากรรมจึงค่อย ๆ เติบโตจากการใช้พื้นที่จริงในแต่ละวัน จากการทำงาน จากการอยู่อาศัย และจากความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกที่ค่อย ๆ ชัดขึ้นตามเวลา สถาปัตยกรรมของ EKAR จึงเข้ามาในฐานะผู้ฟัง มากกว่าผู้กำหนด ทำหน้าที่จัดระเบียบสิ่งที่มีอยู่แล้ว ให้ชีวิตและงานศิลปะสามารถอยู่ร่วมกับพื้นที่ป่าได้อย่างยั่งยืน

สเปซที่เกิดจากสเกลของงานศิลปะ ไม่ใช่เพื่อความสะดวกสบาย

ในช่วงแรก พื้นที่แห่งนี้ยังไม่มีอาคารใด ๆ งานประติมากรรมจำนวนมากเกิดขึ้นใต้เงาต้นไม้ ท่ามกลางแสงแดด ลม และความชื้น จนเมื่อบทบาทของลูกชายในฐานะสถาปนิกเริ่มชัดเจนขึ้น สถาปัตยกรรมจึงไม่ได้เข้ามาเพื่อสร้างสิ่งยิ่งใหญ่ แต่เพื่อทำหน้าที่เป็นที่พักพิงให้กับงานศิลปะและชีวิตที่ค่อย ๆ ดำเนินไปอย่างเงียบสงบ

แนวคิดตั้งต้นของอาคารนี้เรียบง่ายมาก เป็นเพียงเพิงหลังคา ขนาดใหญ่ที่สามารถจะเก็บผลงานประติมากรรมต่าง ๆ ได้ แต่เมื่อมองผ่านสายตาของสถาปนิก เพิงธรรมดาไม่อาจรองรับความหมายของพื้นที่แห่งนี้ได้ทั้งหมด อาคารจึงถูกออกแบบให้ ยืดหยุ่น ใช้งานได้หลากหลาย และพร้อมปรับเปลี่ยนตามเวลา เหมือนชีวิตและงานศิลปะ

บทบาทใหม่ของเมทัลชีท ในบริบทเรือนพื้นถิ่นร่วมสมัย

โครงสร้างถูกวางให้เกิดพื้นที่โล่งแบบ Long span ไม่มีเสาคั่นถี่ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประติมากรรมขนาดใหญ่ได้อยู่ของมันเอง หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การเลือก วัสดุหลังคา ที่มีน้ำหนักเบา แข็งแรง และเหมาะกับสภาพแวดล้อมป่าเขา

การเลือกใช้ #COLORBONDsteel เมทัลชีทคุณภาพสูงสุดของ บลูสโคป เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดการออกแบบ โดยไม่ใช่เพียงการเลือกวัสดุเพื่อการใช้งาน แต่คือการนิยามวัสดุพื้นถิ่นในบริบทของยุคปัจจุบันขึ้นใหม่ของผู้ออกแบบ โดยมองว่าเมทัลชีทคือวัสดุที่เกิดจากเงื่อนไขของยุคสมัย ยุคที่การก่อสร้างต้องรวดเร็ว แข็งแรง เข้าถึงได้ และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมจริง ไม่ต่างจากที่ไม้เคยเป็นวัสดุพื้นถิ่นในบริบทของชีวิตและเทคโนโลยีในอดีต

คุณหนึ่งเล่าให้เราฟังถึงมุมมองของ EKAR ที่มองคำว่า พื้นถิ่น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ไม้หรือวัสดุจากธรรมชาติแบบดั้งเดิม แต่หมายถึงวัสดุที่อยู่ในบริบทของยุคสมัยนั้น ๆ #COLORBONDsteel จึงเหมาะกับพื้นที่แห่งนี้ 

ความทนทานสูงต่อสภาพแวดล้อม ที่เป็นพื้นที่ป่าสัก คือ อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ถูกพูดถึง เพราะหลังคาในพื้นที่นี้ที่ต้องเผชิญทั้งแดด ฝน และความชื้นตลอดทั้งปี คุณหนึ่งจึงให้ความสำคัญกับความทนทานในระยะยาว  COLORBOND® Steel ที่มีโครงสร้างเคลือบหลายชั้น จึงตอบโจทย์ในแง่ของอายุการใช้งาน การลดปัญหาการผุกร่อน โดยไม่ต้องหมั่นดูแลรักษาบ่อยเท่าวัสดุประเภทอื่น

จากองค์ประกอบทางเทคนิค สู่สถาปัตยกรรมที่สงบ เรียบ และยืนยาว

สถาปัตยกรรมและประติมากรรมแห่งนี้เลือกวางตัวอย่างสงบ ไม่แข่งขันกับภูมิทัศน์รอบข้าง แต่ค่อย ๆ กลืนตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของป่า ให้ต้นไม้ แสงแดด ลม และเวลา เป็นผู้กำหนดบรรยากาศของพื้นที่

#COLORBONDsteel สี Army Green โทนสีที่คุณหนึ่งเลือก เริ่มจากความเข้าใจต่อบริบทของพื้นที่ และแนวคิดเรือนพื้นถิ่นที่สุขุมและไม่แย่งสายตาจากธรรมชาติ ราวกับการอยู่อาศัยที่วางตัวอย่างถ่อมตนและเคารพภูมิทัศน์รอบข้าง

วัสดุเก่าที่ถูกนำมาสร้างบทบาทใหม่ด้วยการ Upcycling เพื่อลดการสูญเสียคุณค่าที่มีอยู่ของบ้านหลังเก่า

สถาปัตยกรรมจากการ Upcycling ทำให้สถาปัตยกรรมชุดนี้ทำงานใกล้เคียงกับการสร้างงานประติมากรรมที่เริ่มต้นจากสิ่งที่มี และปล่อยให้วัสดุเป็นตัวนำทางการออกแบบ เริ่มต้นจากการมองบ้านไม้หลังเก่าของคุณหนึ่ง ที่ไม่ใช่ในฐานะแหล่งวัสดุ แต่เป็นแหล่งรวมความทรงจำ ที่ยังนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ทั้งเสาไม้ จันทัน แผ่นฝา ลอนลูกฟูก สังกะสี และไม้ค้ำยันจากไซต์ก่อสร้าง ถูกถอด คัดแยก และจัดหมวดหมู่ ก่อนนำกลับมาตีความเป็นวัสดุปิดผิวและองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม

แผ่นฝาไม้เดิมที่เคยเป็นผนังภายนอก ถูกนำมาจัดเรียงใหม่เป็นผนังภายใน โดยคงผิวไม้ที่ผ่านแดดฝน รอยแตก สีไม้ที่ไม่สม่ำเสมอ และรอยตะปูเดิมไว้เป็นจังหวะของพื้นผิว ลอนลูกฟูกและแผ่นสังกะสีเก่าถูกตัดซอยเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วซ้อนและประกบเป็นผนังโปร่ง ทำหน้าที่กรองแสงและสร้างเงาที่เปลี่ยนไปตามเวลา ขณะที่ไม้ค้ำยันจากไซต์ก่อสร้างถูกนำมาประกอบเป็นโครงบังตาและผิวเปลือกอาคาร โดยไม่ปกปิดรอยต่อหรือรอยตัด ให้โครงสร้างและผิววัสดุหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว

ในพื้นที่ทางเดิน แผ่นหลังคาสังกะสีเก่าที่มีรูพรุนจากการใช้งาน ถูกนำกลับมาใช้เป็นโครงหลังคาชั้นแรก ก่อนคลุมทับด้วยหลังคาหญ้าคาเพื่อให้ยังช่วยกันฝนได้ การซ้อนทับของโลหะเก่าและวัสดุธรรมชาติช่วยกรองแสงแดดให้เกิดเงาโปร่งเบา ลดความร้อน และสร้างบรรยากาศที่เย็นและสงบ วัสดุเก่าจึงไม่ได้ถูกปฏิเสธ แต่ถูกใช้เป็นตัวกำหนดลักษณะของพื้นที่

Mae On Art สวนป่าประติมากรรมแห่งนี้ แสดงให้เห็นว่าสถาปัตยกรรมไม่จำเป็นต้องโดดเด่นเพื่อสร้างคุณค่า หากสามารถวางตัวอย่างถ่อมตน ปล่อยให้ศิลปะ ชีวิต และธรรมชาติเป็นตัวเอก พื้นที่ทั้งหมดถูกออกแบบให้ยืดหยุ่นและเปลี่ยนแปลงได้ตามเวลา ทำหน้าที่เป็นฉากหลังที่รองรับการใช้งานและจังหวะชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ

โครงการ Mae On Art  สวนป่าประติมากรรม ไม่ได้ถูกนิยามว่าเป็นบ้านพัก แกลเลอรี่ หรือสถานที่เวิร์กช็อปเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นการขยายความหมายของอาคารหนึ่งหลัง ให้กลายเป็นหลายบทบาทในเวลาเดียวกัน ตั้งแต่พื้นที่ทำงานศิลปะ ที่เก็บและจัดแสดงประติมากรรม ที่พักอาศัย ท่ามกลางบรรยากาศที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ

คุณหนึ่ง เอกภาพ ดวงแก้ว สถาปนิกผู้ออกแบบกล่าว
“หน้าที่ของสถาปัตยกรรมในที่แห่งนี้ อาจไม่ใช่การบอกว่าพื้นที่ควรถูกใช้อย่างไร แต่คือการเปิดพื้นที่ให้ผู้คนเลือกวิธีใช้งานที่เหมาะกับช่วงเวลาของตัวเอง”

สวนป่าประติมากรรมแห่งนี้ จึงถูกจัดวางฟังก์ชันเป็นโซนตามลักษณะการใช้งาน ไม่ใช่เพื่อแยกกิจกรรมออกจากกันอย่างชัดเจน แต่เพื่อสร้างกรอบหลวม ๆ ให้ชีวิตสามารถเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงได้ สเปซทรงกลมทั้งห้าวงที่กระจายตัวอยู่ภายในพื้นที่ประกอบด้วยพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่สร้างสรรค์งานศิลปะ และพื้นที่รองรับกิจกรรมของผู้คนจำนวนมาก โดยทั้งหมดถูกเชื่อมโยงเข้าหากันด้วยทางเดินและพื้นที่กึ่งเปิดที่ทำให้การสัญจรกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์

และด้วยแนวคิดที่ต้องการทำให้ที่นี่เป็น Artist Residency  พื้นที่อยู่อาศัยจึงถูกออกแบบอย่างเรียบง่ายและมีสัดส่วนกะทัดรัด ทำหน้าที่รองรับการพักผ่อนขั้นพื้นฐาน ขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่เปิดให้ใช้ชีวิต ทำงาน และอยู่กับธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง พื้นที่สร้างสรรค์งานศิลปะและพื้นที่สาธารณะถูกออกแบบให้โปร่งและยืดหยุ่น แสง ลม และภูมิทัศน์ทำหน้าที่กำหนดบรรยากาศแทนการกำหนดรูปแบบการใช้งาน

Writer
Picture of Haemarat C.

Haemarat C.

สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading