ขนาดโครงการคนละครึ่ง ยังมีได้เลย ทำไมสถาปัตยกรรมคนละครึ่ง หรือบ้านคนละครึ่ง จะมีบ้างไม่ได้…
วันนี้ Dsign Something อยากยกแนวคิดที่น่าสนใจเกี่ยวกับการปรับปรุงพื้นที่เมืองในประเทศชิลี จากสถาปนิก อเลฮานโดร อาราเวนา (Alejandro Aravena) ที่ได้ใช้ทักษะในการออกแบบที่เรียนมา เพื่อช่วยแก้ปัญหา “ความยากจนและความไม่เท่าเทียมกันในสังคม” ให้ประเทศ โดยคิดค้นกลไกการพึ่งพาความร่วมมือกันคนละครึ่ง ระหว่างภาครัฐและประชาชน เพื่อสร้างชีวิตดี ๆ ที่ลงตัวในเมืองไปด้วยกัน
คำถามคือ เขาใช้วิธีอะไร มีกลไกอย่างไร แล้วถ้าเราจะมีบ้าง เราจะปรับใช้ได้อย่างไร ?
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เราต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2016 ปี เมื่อ อเลฮานโดร สถาปนิกชาวชิลีคนแรกที่ได้รับรางวัล Pritzker Architecture Prize จากผลงานการสร้างแนวคิด ที่อยู่อาศัยแบบค่อยเป็นค่อยไป (Incremental Housing) ที่เปี่ยมไปด้วยจิตสํานึกความรับผิดชอบต่อสังคม ที่จะพยายามทําลายความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจในเขตเมือง จนเปลี่ยนเเนวคิดของการเป็นสถาปนิกไปเลยในยุคหนึ่ง…
เขาเกิดเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 1967 ที่เมืองซานดิอาโก ประเทศชิลี เขาสำเร็จการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยคาโทลิกาแห่งชิลีในปี 1992 และได้ก่อตั้งสำนักงานสถาปัตยกรรมของตนเอง ในชื่อ Alejandro Aravena Architects ในปี 1994
จุดเปลี่ยนสำคัญ ในปี 2001 เมื่ออเลฮานโดรได้ขึ้นเป็นผู้นำของ ELEMENTAL ในฐานะ “Do Tank” องค์กรที่เน้นการลงมือทำในโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ตั้งเเต่ที่อยู่อาศัย พื้นที่สาธารณะ โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงการคมนาคมขนส่ง จากแนวความคิดที่อยู่ในใจ จึงได้ลงสนาม กลายเป็น “การออกแบบที่เกิดขึ้นจริง” และสะท้อนตัวตนของเขาให้ชัดขึ้นกว่าที่เคย …
หนึ่งในผลงานสำคัญที่สร้างชื่อให้กับอเลฮานโดร คือ Quinta Monroy Housing (2004) โครงการที่เกิดขึ้นเพื่อปรับปรุงพื้นที่เมืองอิกิเก ในประเทศชิลิ ที่ถูกชุมชนผู้มีรายได้น้อยเข้าบุกรุกและตั้งถิ่นฐานอย่างผิดกฎหมายมาเป็นเวลานาน รัฐบาลที่ต้องการแก้ไขเรื่องนี้ แต่มีงบประมาณที่จำกัด ในการปรับปรุงพื้นที่ ถ้าจะสร้างบ้านให้เลย ก็เกรงว่าจะออกมาเล็กและแย่ แต่ถ้าหากย้ายพวกเขาไปพื้นที่รอบนอก ก็จะเกิดการกระจุกตัวของพื้นที่เมืองยากจน
ในฐานะสถาปนิก เขาใช้ความสามารถทางการออกแบบ เพื่อยกระดับมาตรฐานการครองชีพของผู้คนในชุมชนอิกิเกไปสู่ระดับชนชั้นกลาง โดยการสร้างบ้านแค่ครึ่งเดียว ในพื้นที่ที่ผู้มีรายได้น้อย “ไม่สามารถทำเองได้” เช่น ห้องครัว ห้องน้ำ บันได ผนังกั้นห้อง รวมถึงส่วนที่ซับซ้อนทั้งหมดของบ้านรองรับไว้ และเว้นพื้นที่อีกครึ่งหนึ่งให้ผู้อยู่อาศัยสามารถต่อเติมเองได้ตามฐานะในอนาคต ทำให้ผู้อยู่อาศัยเองได้รู้สึกถึงความสำเร็จและการลงทุนส่วนตัว
“อเลฮานโดรเชื่อว่า… เขาไม่ได้ออกแบบเพื่อแก้ปัญหาความจนเท่านั้น แต่ออกแบบเพื่อไม่ให้ความจนเข้าไปทำลายศักดิ์ศรีและอนาคตของผู้คน”
หลังจากนั้นอีกไม่นาน ในปี 2010 ได้เกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้ 80 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศชิลี ต้องตกอยู่ในสถานการ์ณที่ยากลำบากที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะแผ่นดินไหวขนาด 8.8 ริกเตอร์ และสึนามิที่ซ้ำร้ายยังตามมาถล่มทำลายล้างพื้นที่ชายฝั่งอีก กลุ่ม ELEMENTAL ได้รับบทบาทสำคัญในการเข้ามาฟื้นฟูบูรณะการเมืองหลังภัยพิบัติ (Post Disaster Reconstruction) ในเมืองคอนสติตูซิออนลี ให้กลายกลับมาสมบูรณ์พร้อมทั้งยั่งยืน ภายใน เวลาเตรียมการที่มีให้เพียงเเค่ 90 วัน โครงการนี้เสนอแผนกลยุทธ์ที่ชื่อว่า แผนพัฒนาอย่างยั่งยืน (PRES of Constitución) โดยมีเป้าหมายที่จะใช้ “วิธีการทางภูมิศาสตร์” เพื่อป้องกัน “ภัยคุกคามทางภูมิศาสตร์”
เรื่องแรก ลดพลังงานของคลื่นผ่านการสร้างป่า บรรเทาผลกระทบชายฝั่ง โดยใช้ต้นไม้ที่มีความหนาแน่น เพื่อต้านทานต่อแรงในแนวนอน ทำให้ป่าดังกล่าวสามารถลดพลังงานของคลื่นได้มากถึง 40%
เรื่องต่อมา การอนุญาตให้มีการก่อสร้างแบบมีเงื่อนไขในพื้นที่ด้านหลังป่า โดยต้องไม่มีที่อยู่อาศัยถาวร และต้องทำโครงสร้างคล้ายท่าเรือไว้ในชั้นล่าง เพื่อเตรียมการหากเกิดภัยพิบัติขึ้นอีก เพราะพื้นที่นี้อันตรายเกินกว่าจะอยู่อาศัยอย่างถาวร แต่ก็สำคัญเกินกว่าจะปล่อยร้าง จึงเป็นการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่ว่า ผู้คนจะกลับมาอยู่ในพื้นที่ประวัติศาสตร์นี้ได้อย่างไร โดยไม่เอาชีวิตเข้าไปเสี่ยง
และเรื่องสุดท้าย ระบบอพยพ ที่ครอบคลุมบนพื้นที่สาธารณะ ทำให้ประชาชนรู้ว่าต้องหนีไปทางไหน อย่างไร และเมื่อไหร่ เพราะเส้นทางอพยพถูกใช้อยู่ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ผู้คนจึงจำทางได้เอง ไม่ต้องกลัว ไม่สับสน
กลยุทธ์แบบหลายชั้นนี้ ยังเปิดโอกาสให้มีการปรับเปลี่ยนการเข้าถึงแม่น้ำในเขตเมือง เพื่อระบายน้ำฝนป้องกันน้ำท่วมในอนาคต รวมถึงสร้างสวนสาธารณในพื้นที่ที่ไม่ค่อยถูกใช้งาน ให้ประชาชนได้เข้าถึงมากยิ่งขึ้น และบรรเทาปัญหาการขาดแคลนพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจในกลางเมืองที่มีมาอย่างยาวนาน การผสมผสานมาตรฐานเมืองที่ทันสมัยเข้ากับหลักการสร้าง ที่อยู่อาศัยแบบค่อยเป็นค่อยไปในระดับเมือง (Incremental Urban) ของ Elemental ทำให้ถนน จัตุรัส และบ้านทุกหลังที่ได้รับการบูรณะปรับปรุงและมีความยืดหยุ่นอย่างยั่งยืนมากขึ้น
โครงการออกแบบพื้นที่สาธารณะและอาคารอีกมากมายจึงเกิดตามมา สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับเมืองในยุคหลัง …
ในขณะเดียวกันเมื่อเมืองเกิดการขยายตัว แม่น้ำ ชายหาด เนินเขาได้ถูกดัดแปลงเป็นทางหลวง จนไม่มีสถานที่ใดเลยที่ผู้คนจะไปเดินเล่นได้นาน ๆ … อเลฮานโดรได้ปรับปรุงคลองเกษตรเก่าที่มีอยู่แล้ว รอบฐานของภูเขาซานคริสโตบัล ให้กลายเป็น Metropolitan Promenade เส้นทางแนวราบสำหรับการวิ่ง เดินป่า และปั่นจักรยานริมแม่น้ำเมาเล (Maule River) ที่ยาวกว่า 14 กิโลเมตร ที่ไม่ว่าผู้คนในระดับชนชั้นฐานะใด ก็สามารถเข้าถึงธรรมชาติเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจได้อย่างเท่าเทียม
Bicentennial Children’s Park สวนเด็กขนาด 4 เฮกตาร์บนเนินเขา ที่อเลฮานโดรใช้ความลาดชันและความสูงแตกต่างกันของเนินเขา เป็นสไลเดอร์ที่สนุกสนาน แต่ไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก ๆ ด้วยความสูงที่อยู่ห่างจากพื้นดินเพียง 30 เซนติเมตร เราจึงสามารถสไลเดอร์เรียงกันเป็นชั้น ๆ ได้ถึง 60 อัน และเพิ่มรั้วให้เด็ก ๆ ไม่สามารถปีนเข้าไปในพุ่มไม้ได้ ทำให้พื้นที่สาธารณะนี้ส่งเสริมการเรียนรู้ และการอยู่ร่วมกันของคนหลากหลายวัย หากพูดถึงรูปลักษณ์อาจไม่โดดเด่นด้วยฟอร์ม แต่โดดเด่นไปด้วยตัวตนของสถาปนิกที่ต้องการสร้างชีวิตให้กับเมือง และทำให้คน “กลับมาใช้เมือง” ได้อีกครั้ง
อเลฮานโดรสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ด้อยโอกาส บรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และสร้างพื้นที่สาธารณะที่อบอุ่นและเป็นมิตรกับผู้ใช้งานได้โดยไม่แบ่งแยก จนถูกยกย่องในฐานะผู้นำสถาปนิกยุคใหม่ที่ผสมผสานความต้องการทางสังคม เศรษฐกิจ และการออกแบบเข้าด้วยกัน
วิธีการทางสถาปัตยกรรมของอเลฮานโดรอาจไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาทั้งหมด แต่ทำให้เราเข้าใจว่า สถาปัตยกรรมสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตได้มากน้อยเพียงใด และเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่เราควรนึกถึงเมื่อต้องตัดสินใจถึงสิ่งที่ดีที่สุดภายใต้ข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป
เราจึงมีความหวังว่า … ไม่ว่าประเทศไหนในโลกก็จะสามารถพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนได้ ผ่านความร่วมมือคนละครึ่ง ทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่ดีจากรัฐ และชีวิตของประชาชนที่จะขับเคลื่อนเมืองไปด้วยกัน
References
The Pritzker Architecture Prize. (ไม่ปรากฏปีที่เผยแพร่). Biography: Alejandro Aravena. สืบค้นจากเว็บไซต์ The Pritzker Architecture Prize.
Holcim Foundation. (2559). Sustainable post-tsunami reconstruction master plan in Chile. สืบค้นจากเว็บไซต์ Holcim Foundation.
Landezine. (2566). Bicentennial Children’s Park by ELEMENTAL. สืบค้นจากเว็บไซต์ Landezine.
Arquitectura Viva. (2568). Paseo Metropolitano de Santiago / Metropolitan Promenade of Santiago. สืบค้นจากเว็บไซต์ Arquitectura Viva.
นักผจญภัย จูงมือผู้อ่านผ่านตัวหนังสือไปสู่โลกแห่งการออกแบบ