Paolo Portoghesi ผู้เบิกทางยุคโพสโมเดิรน์ ผ่านประวัติศาสตร์ และการเมือง

ย้อนกลับไปในช่วงปี 1960 ในขณะที่หลักเกณฑ์อันเคร่งครัดของสถาปัตยกรรมโมเดิร์นเริ่มถูกตั้งคำถาม งานออกแบบที่เปิดรับเสรีภาพและโอบรับความเป็นตัวของตัวเองค่อย ๆ ได้รับความนิยมมากขึ้น กระแสสถาปัตยกรรมซึ่งภายหลังถูกเรียกว่ายุคโพสต์โมเดิร์นโอบรับอิสรภาพทางความคิดและสีสัน ต่อต้านความเป็นเหตุเป็นผลจนเกินพอดี ละทิ้งแนวคิดอันเข็งกระด้าง และเฉลิมฉลองพลังแห่งการสร้างสรรค์ของมนุษย์ รูปทรงแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ องค์ประกอบทางประวัติศาสตร์ที่ครั้งหนึ่งถูกมองว่าเป็นเพียงของฟุ่มเฟือยถูกนำกลับมาตีความใหม่อีกครั้งในบริบทร่วมสมัย บ้างก็เจือด้วยอารมณ์ขันอย่างอาคารที่มีเสาโรมันขนาดยักษ์ปักอยู่ตรงกลาง

ในขณะเดียวกันก็มีผลงานจำนวนไม่น้อยที่เลือกตีความประวัติศาสตร์อย่างแยบยลควรแก่การศึกษา บทความนี้จึงขอพาไปรู้จักกับ
Paolo Portoghesi สถาปนิกโพสต์โมเดิร์นชาวอิตาลีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่ง กับปลดเปลื้องนักออกแบบจากขนบอันแข็งกระด้าง นำเส้นสายทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการเมือง มาเบิกทางสู่สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่งานออกแบบจะไม่ถูกครอบงำด้วยรูปแบบที่ตายตัวอีกต่อไป

บารอกในกระดาษ

เปาโล ปอร์โตเกซี (Paolo Portoghesi) เกิดเมื่อปี 1931 ในกรุงโรม เมืองที่รุ่มรวยด้วยประวัติศาสตร์แห่งนี้หล่อหลอมจิตวิญญาณสถาปนิกของเขามาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมยุคบารอกของ ฟรันเชสโก บอร์โรมีนี (Francesco Borromini) และ ไมเคิลแองเจโล (Michelangelo) ที่โดดเด่นด้วยเส้นสายอาคารโค้งมนอ่อนช้อย สเปซภายในที่โอ่อ่าซับซ้อน และการประดับประดาอันวิจิตร ปอร์โตเกซีในสมัยมัธยมชื่นชมผลงานของบอร์โรมินีจนลงมือเขียนหนังสือ Francesco Borromini ขายเพื่อนร่วมชั้นด้วยตัวเอง ความหลงใหลในประวัติศาสตร์พร้อมกับความสามารถในการวิเคราะห์และถ่ายทอดอย่างลึกซึ้งนี้เองคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาแตกต่างจากสถาปนิกทั่วไปเมื่อเขาก้าวเข้าสู่โลกแห่งการออกแบบในเวลาต่อมา 

ลบมุมสู่ระลอกคลื่น

ปอร์โตเกซีเริ่มต้นเส้นทางวิชาชีพ ณ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยซาปิเอนซา (Sapienza University) สถาบันการศึกษาอันเก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของอิตาลี สถานที่ที่เขาเติบโตจากการเป็นนักศึกษา สู่การดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ ในขณะเดียวกันเขาก็ยังจับมือกับ วิตตอริโอ จิลิออตติ (Vittorio Gigliotti) สถาปนิกและวิศวกรชาวอิตาลี เปิดสตูดิโออกแบบสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นเอกลักษณ์มากมาย

ในยุคที่กระแสอาคารรูปทรงเรียบง่ายสไตล์โมเดิร์นมีอยู่ให้เห็นทั่วไป ปอร์โตเกซีที่เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์โดยเฉพาะยุคบารอกเลือกหยิบยืมเส้นสายอ่อนช้อยของสถาปัตยกรรมบารอกมาประยุกต์ใช้กับวัสดุสมัยใหม่ โดยผสานแรงบันดาลใจจากสถาปนิกชั้นนำอย่าง แฟรงก์ ลอยด์ ไรต์ (Frank Lloyd Wright) และ วิกเตอร์ ออร์ตา (Victor Horta) จนเกิดเป็นงานออกแบบที่ผสานจารีตกับเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างมีกลมกลืน หนึ่งในภาษาออกแบบเป็นเอกลักษณ์คือระลอกคลื่นที่แผ่ขยายออกเป็นวงซ้อนทับกันเกิดเป็นสเปซสามมิติ เส้นสายอันซับซ้อนนี้กลายเป็นตัวกำหนดผังอาคาร โครงสร้าง และการแบ่งสเปซภายใน แต่ละศูนย์กลางมีที่มาความสำคัญต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นจากฟังก์ชันการใช้งาน โครงสร้าง หรือในเชิงสัญลักษณ์ 

ในขณะที่รูปลักษณ์อันเรียบเกลี้ยงของอาคารโมเดิร์นประกาศว่าต้องการปลดเปลื้องอาภรณ์แห่งอดีตออกจากอาคาร จนสถาปัตยกรรมในเวลานั้นเปรียบได้กับเครื่องยนต์ที่อาศัยได้ภายใต้กรอบแบบแผนที่เคร่งครัด ปอร์โตเกซีเลือกโอบรับศิลปะที่แสดงถึงความเป็นมนุษย์ หวนหลับไปยังอดีตอันรุ่มรวยเพื่อหยิบยกองค์ประกอบบางส่วนมาใช้เพื่อดึงสถาปัตยกรรมให้เข้ามาใกล้ชิดกับผู้คนอีกครั้ง แนวคิดอิสระของเขาคือหนึ่งในแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ที่ถูกเรียกว่ายุคโพสต์โมเดิร์นในเวลาต่อมา

ปลายปากกาและการเมือง โพสต์โมเดิร์นในเวทีโลก

สถาปัตยกรรมตลอดหน้าประวัติศาสตร์ไม่เคยถูกจำกัดอยู่เพียงเรื่องของความงามเท่านั้น แต่คือเครื่องมือบ่งชี้บริบททางวัฒนธรรม เทคโนโลยี และการเมืองอย่างลึกซึ้ง สถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์นในยุคนั้นมักถูกเชื่อมโยงกับอุดมการณ์สังคมนิยมและคอมมิวนิสต์ที่ต้องการปลดเปลื้องอาคารออกจากระบบชนชั้นศักดินา ผ่านการลดทอนรายละเอียดจนเหลือเพียงประโยชน์ใช้สอย (Functional) และการผลิตจำนวนมาก (Mass Production) เพื่อผลักดันอุดมคติความเท่าเทียมในยุคนั้น

สำหรับเปอร์โตเกซีนั้นเขามองต่างออกไป อาคารโมเดิร์นทรงกล่องหน้าตาเหมือนกันหมดเปรียบได้กับความเสมอภาคแบบเผด็จการ เขาตั้งคำถามต่ออุดมการณ์ที่แลกมาด้วยการริดรอนความหลากหลายทางวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมในอุดมคติจึงควรเป็นพื้นที่ที่เชิดชูอัตลักษณ์มากกว่ายึดแบบแผนสากลเพียงหนึ่งเดียว

ในฐานะมันสมองของพรรค Partito Socialista Italiano (PSI) ซึ่งเป็นพรรคสังคมนิยมปฏิรูปสายกลางที่เน้นเสรีภาพส่วนบุคคล ปอร์โตเกซีได้นำเสนอแนวคิดสถาปัตยกรรมที่เป็นประชาธิปไตย (Democratization of Architecture) โดยสนับสนุนแนวคิดที่ว่าประชาชนทุกระดับควรมีสิทธิเข้าถึงอาคารที่รุ่มรวยและสวยงามไม่ต่างจากที่ชนชั้นสูงในอดีตเคยได้รับ

สายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับพรรค PSI ภายใต้การนำของ เบตติโน ครักซี (Bettino Craxi) ได้กลายเป็นแรงส่งสำคัญให้ปอร์โตเกซีก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสถาปัตยกรรมของงาน Venice Biennale ปี 1980 เขาทำหน้าที่เป็นภัณฑารักษ์คัดเลือกผลงานภายใต้ธีม The Present of the Past เพื่อเปิดพื้นที่ให้โลกปัจจุบันหวนกลับมาสนทนากับอดีตอีกครั้ง นิทรรศการของเขาประสบความสำเร็จด้วยจำนวนผู้เข้าชมกว่า 2,000 คนต่อวัน และถูกตีพิมพ์เผยแพร่ไปในวงกว้าง ถือเป็นการประกาศว่าอิตาลีพร้อมก้าวสู่อนาคตโดยไม่ทิ้งรากเหง้าของตนเอง และเป็นการปลดแอกออกจากกรอบความคิดเดิมทั้งในแง่การเมืองและศิลปะ เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคสมัยที่เสรีภาพแห่งการสร้างสรรค์ได้เฉิดฉาย และเฉลิมฉลองพลังแห่งรังสรรค์ของมนุษย์อีกครั้ง

Mosque and Islamic Cultural Center in Rome (1984-1995)

มัสยิดและศูนย์วัฒนธรรมอิสลามแห่งโรมหนึ่งในมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดแห่งโลกตะวันตก ออกแบบร่วมกับ ซามี่ มูซาวี่ (Sami Mousawi) สถาปนิกชาวอิรัก สร้างบนพื้นที่กว่า 18.75 ไร่ (30,000 ตร.ม.) รองรับคนได้ถึง 12,000 คน นอกจากใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว ยังเป็นสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมและสถานที่พบปะของชาวมุสลิมจัดกิจกรรมสำคัญต่าง ๆ อีกด้วย 

ปอร์โตเกซีใช้เวลาออกแบบอาคารหลังนี้ร่วมสิบปี โดยเริ่มสร้างในปี 1984 และเปิดให้ใช้งานในเดือนมิถุนายน ปี 1995 แทนที่จะใช้รูปทรงพื้นฐานอย่างกล่องหรือโดมมาใช้ตามกระแสนิยมสถาปัตยกรรมโมเดิร์นในสมัยนั้น ปอร์โตเกซีเลือกชูเอกลักษณ์ของเสาอาคารที่แตกกิ่งก้านสาขาอ่อนช้อยราวกับต้นไม้ ซึ่งเป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมบาโรคเข้ากับเรขาคณิตแบบอิสลาม เชื่อมสองวัฒนธรรมออกมาได้อย่างกลมกลืนและสวยงาม

Sacra Famiglia Church (1971-1974) 

โบสถ์ซากรา ฟามิลญ่า (Sacra Famiglia) หรือโบสถ์แห่งครอบครัวศักดิ์สิทธ์ แห่งเมืองซาแลร์โน อิตาลี อีกหนึ่งผลงานที่สะท้อนแนวทางการออกแบบของปอร์โตเกซี ออกมาได้เป็นอย่างสมบูรณ์แบบ ตัวอาคารแทรกตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติช่านชานเมืองฟรัตเต (Fratte) ทางตอนใต้ของอิตาลี โดยมีทิวทัศน์เทือกเขาเป็นพื้นหลัง ผังอาคารเกิดจากวงกลมสอดประสานกัน (Circular matrix) เปรียบเสมือนวงน้ำกระเพื่อมจากเสาหลักหกต้น ก่อให้เกิดสเปซที่ซ้อนทับกันทั้งภายนอกและภายใน 

เสาสามต้นแรกแผ่ขยายยอดมาบรรจบกันเกิดเป็นโดมโค้งขนาดใหญ่สามระดับเปรียบได้กับต้นไม้ยักษ์สามต้นหรือสัญลักษณ์ของพระตรีเอกภาพ (Holy Trinity) กิ่งก้านสาขาแผ่ขยายสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกันภายใต้ช่องแสงเหนือส่องลงมาเหนือแท่นบูชา พื้นผิวคอนกรีตหลดหลั่นเป็นชั้นไม่เพียงแค่เพิ่มมิติทางสายตา แต่ยังสร้างพลวัตของแสงเงาที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลาของวัน คอนกรีตเปลือยยังคงรักษากลิ่นอายสัจจะวัสดุจากแนวคิดโมเดิร์น ถ่ายทอดความงามของวัสดุอย่างตรงไปตรงมา 

ปอร์โตเกซีจากไปในปี 2023 ด้วยอายุ 92 ปี ผลงานของเขาได้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมตะวันตก ฟื้นฟูเสรีภาพจากแบบแผนแนวคิดโมเดิร์นอันเคร่งครัด งานออกแบบของปอร์โตเกซีเป็นมากกว่าเพียงอาคาร แต่เปรียบได้กับสะพานเชื่อมกลับไปสู่อดีตที่เคยถูกปิดกั้นด้วยกระแสวัฒนธรรม ผลงานของเขาคือการนำอดีตมาตีความใหม่ให้เข้ากับปัจจุบัน ผสมผสานเข้ากันกับความเชี่ยวชาญและจินตนาการ สะท้อนให้เห็นความสำคัญของความงามในงานออกแบบ อิสระทางความคิด ความทรงจำสู่เส้นสายอาคาร และเชื่อมโยงสถาปัตยกรรมกับผู้คนอีกครั้ง

References

barandy, k. (2023, May). farewell to paolo portoghesi: italian architect dies aged 92. designboom. Retrieved from https://www.designboom.com/architecture/paolo-portoghesi-obituary-italian-architect-dies-aged-92-05-30-2023/

DIVISARE. (2023, May). Paolo Portoghesi Mosque of Rome. Retrieved from https://divisare.com/projects/386206-paolo-portoghesi-mi-chenxing-mosque-of-rome

mosqpedia. (n.d.). Islamic Cultural Centre of Italy Grand Mosque of Rome. Retrieved from https://mosqpedia.org/masajid/islamic-cultural-center-of-italy-grand-mosque-of-rome/

Murray, S. (2024, September). capturing the sunlit stillness of sacra famiglia church in italy. designboom. Retrieved from https://www.designboom.com/architecture/ste-murray-brutalist-curves-rings-sacra-famiglia-church-italy-50-09-19-2024/

Szacka, L.-C., & Micheli, S. (2017). Paolo Portoghesi and the Postmodern Project. Basel: Birkhäuser Verlag. Retrieved from https://www.academia.edu/30641004/Paolo_Portoghesi_and_the_Postmodern_Project

Vanucci, M. (n.d.). Paolo Portoghesi: The Field Theory. Drawing Matter. Retrieved from https://drawingmatter.org/paolo-portoghesi-the-field-theory/

zeitoun, l. (2023, June). remembering late architect paolo portoghesi through the lens of roberto conte. designboom. Retrieved from https://www.designboom.com/architecture/roberto-conte-paolo-portoghesi-tribute-photography-06-02-2023/

Picture of Panon Sooksompong

Panon Sooksompong

สถาปนิกที่หลงใหลในการค้นคว้าสู่นักเขียนผู้ถ่ายทอดเรื่องราว จากกองหนังสือที่เอามารองนอน ตอนนี้ได้ฤกษ์จะถูกหยิบมาเปิดอ่านไปพร้อมกัน
Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading