ในโลกของการออกแบบ “จินตนาการ” มักถูกท้าทายด้วย “ขีดจำกัด” ของวัสดุอยู่เสมอ หลายครั้งที่แบบร่างสุดล้ำต้องถูกพับเก็บเพียงเพราะวัสดุในท้องตลาดไม่สามารถตอบโจทย์ทั้งในแง่รูปทรงหรือโครงสร้างได้ งานสถาปนิก’69 ปีนี้ aluframe แบรนด์ผู้ผลิตอลูมิเนียมที่อยู่คู่คนไทยมา 50 ปี จับมือกับ Unknown Surface Studio เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อความคิดถูกคลี่คลายและข้อจำกัดถูกทลายลง สเปซที่ดูเป็นไปไม่ได้ก็สามารถเกิดขึ้นจริงได้
ผ่านแนวคิด “UNFOLD” ที่มีจุดเริ่มต้นจากการเดินทางไปสัมผัส “เนื้อแท้” ของวัสดุถึงในโรงงาน ทีมออกแบบได้นำความประทับใจจากเส้นสายอลูมิเนียมโปรไฟล์หลากหลายรูปแบบ มาถ่ายทอดเป็นสถาปัตยกรรมที่ปลดล็อกจินตนาการผ่าน 4 มิติแห่งอนาคต
โดยปีนี้ที่งานสถาปนิก’69 แบรนด์ aluframe โฟกัสที่การมองไปข้างหน้า กับการใช้วัสดุที่รับผิดชอบต่อโลก ผ่านกระบวนการ Recycle 100% (Regenerate Materials) ขมวดปมระหว่าง “ความสวยงาม” และ “ความรับผิดชอบ” ชวนตั้งคำถามถึงเบื้องหลังความคราฟต์ และการสร้าง Business Value ผ่านสเปซที่ไร้กรอบแต่ยั่งยืน
1. UNFOLD THE FLEXIBLE : คลี่ข้อจำกัด ทลายลิมิตรูปทรง ผิวสัมผัส และองค์ประกอบงานออกแบบ
ภาพจำของอลูมิเนียม ในสายตาหลายคน อาจถูกตีกรอบไว้แค่การเป็นเส้นสายตรงๆ ของวงกบประตูหรือหน้าต่างสี่เหลี่ยม แต่สำหรับ คุณแสตมป์ – ศิวนาถ ณัฐบวรภัล (Co-Founder of Unknown Surface Studio) สถาปนิกผู้ออกแบบพาวิลเลียน เลือกที่จะหยิบเอาศักยภาพความยืดหยุ่นของวัสดุอุตสาหกรรมชิ้นนี้ มาสร้างสรรค์สเปซในรูปแบบ Flexible Design ที่ลื่นไหลและมีชีวิตชีวา
ความน่าสนใจในงานดีไซน์ครั้งนี้ คือสถาปนิกไม่ได้ฝืนธรรมชาติของวัสดุด้วยการดัดโค้งจนเสียรูปทรง แต่เลือกที่จะเคารพในความเป็นเส้นตรงของอลูมิเนียมโปรไฟล์ แล้วนำมาเล่นกับเทคนิคการจัดวางในระนาบและองศาที่แตกต่างกัน สเปซโดยรวมจึงก่อตัวขึ้นเป็นพาวิลเลียนทรงสามเหลี่ยมมุมป้านแบบอสมมาตร ที่ให้อารมณ์เหมือนจังหวะของการคลี่พัด (Unfold) ออกมาทีละเลเยอร์
การซ้อนทับกันของหน้าตัดอลูมิเนียมในแนวทแยง ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เป็นโครงสร้างรับน้ำหนัก แต่ยังสร้างสรรค์ Facade รูปทรง Iconic Freeform ที่ดึงดูดสายตา การออกแบบให้สเปซด้านหนึ่งสอบแคบและบีบอัด ก่อนจะค่อยๆ เปิดกว้างคลี่คลายในอีกด้าน ช่วยสร้างไดนามิกให้สถาปัตยกรรมดูเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้น เส้นสายเหล่านี้ยังทอดตัวยาวลงมาผสานกับดีเทลการเว้นร่องบนพื้น เชื่อมโยงมิติของสเปซทั้งในและนอกให้เป็นผืนเดียวกัน
นอกจากฟอร์มอาคารที่แปลกตา การเว้นจังหวะและช่องว่างระหว่างแผงอลูมิเนียม ยังถูกคิดมาอย่างแยบยลเพื่อเล่นกับแสงและเงา เมื่อแสงตกกระทบลงบนความแวววาวของผิวโลหะ ความแข็งกระด้างของวัสดุอุตสาหกรรมจะถูกเบลนด์ให้นุ่มนวล ลึกลับ และเกิดมิติความลึกที่เปลี่ยนไปในทุกจังหวะการก้าวเดิน นี่คือข้อพิสูจน์ที่ว่า หากเราเข้าใจ “เนื้อแท้” ของวัสดุ จินตนาการก็สามารถพาสถาปัตยกรรมทะยานข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
และไม่เพียงแค่อิสระในแง่ของรูปทรง หรือการจัดวางเพื่อเล่นกับแสงเงาบนผิวโลหะเท่านั้น แต่ด้วยศักยภาพของ aluframe ที่เป็น “โรงงานผู้ผลิต” โดยตรง จึงสามารถตอบโจทย์ดีไซน์ได้อย่างไร้รอยต่อ ทลายขีดจำกัดไปถึงพื้นผิวและองค์ประกอบทั้งหมด
ส่งผลให้สถาปนิก สามารถ Custom หน้าตัดโปรไฟล์ได้อย่างอิสระ เลือกทำผิวและสีได้ทุกเฉดที่จินตนาการถึง ทั้งงานชุบ (Anodize), งานพ่นสี (Powder Coat) ไปจนถึงลายไม้เสมือนจริง รวมถึงมีความยืดหยุ่นสูง ในการเลือกใช้อุปกรณ์ยึดติดต่างๆ ที่รองรับการติดตั้งร่วมกับทุกยี่ห้อในทุกระดับ
แน่นอนว่างานสถาปัตยกรรมที่สวยงามบนภาพเรนเดอร์ จะไม่มีความหมายเลยหากไม่สามารถสร้างให้เกิดขึ้นจริงได้ เพื่อเปลี่ยน “ภาพฝัน” ให้กลายเป็น “สเปซ” ที่ใช้งานได้จริง ทีม Unknown Surface Studio จึงให้ความสำคัญกับการออกแบบภายใต้แนวคิด Feasible Build ที่ไม่ได้โฟกัสแค่สุนทรียภาพเปลือกนอก แต่ต้องตอบโจทย์ทั้งความแข็งแรง มั่นคง ปลอดภัย และที่สำคัญคือต้องคุมงบประมาณได้อย่างแม่นยำ
เบื้องหลังสเปซที่ดูสลับซับซ้อนราวกับงานประติมากรรมชิ้นนี้ คือการซ่อน “ตรรกะทางวิศวกรรม” และ “การจัดการเชิงระบบ” เอาไว้ ทีมออกแบบลงลึกไปถึงการวางแผนตั้งแต่อยู่ในโรงงานผลิต โดยถอดรหัสรูปแบบชั้นวางอลูมิเนียมในคลังสินค้า มาประยุกต์เป็น ระบบ Modular System และโครง Truss ที่ผ่านการคำนวณการรับน้ำหนักมาอย่างดี ทำให้การจัดการกับหน้าตัดอลูมิเนียมที่แตกต่างกันนับร้อยรูปแบบ กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้
งานดีไซน์ยังคิดเผื่อไปถึงขั้นตอนการขนส่ง สัดส่วนของชิ้นส่วนโมดูลาร์ถูกกำหนดขนาดจาก “ระยะความกว้างและยาวของรถบรรทุก” เป็นหลัก เพื่อให้สามารถจัดเรียงและขนย้ายจากโรงงานไปยังพื้นที่จัดแสดงได้อย่างไร้รอยต่อ ป้องกันความเสียหาย และใช้พื้นที่ระวางรถได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
และเมื่อถึงขั้นตอนการประกอบหน้างาน ซึ่งมักเป็นโจทย์หินของงาน Expo ที่มีเวลาจำกัดสุดๆ ระบบโมดูลาร์ที่เตรียมมาอย่างดีจะทำหน้าที่เหมือนตัวต่อเลโก้ขนาดใหญ่ที่พร้อมติดตั้งทันที ช่วยลดข้อผิดพลาด ลดปัญหาขยะหน้างาน ประหยัดเวลาได้อย่างมหาศาล และประกอบความฝันให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เวลาไปเดินงานแฟร์ บ่อยครั้งที่เรามักตั้งคำถามในใจว่า “พาวิลเลียนสวยๆ พวกนี้ พอจบงานแล้วขยะโครงสร้างจะไปอยู่ที่ไหน?”
สำหรับ Thematic Pavilion ของ aluframe ทีม Unknown Surface Studio เลือกที่จะมองข้ามช็อตไปถึงตอนจบของงานตั้งแต่เริ่มคิดโปรเจกต์ ซึ่งแนวคิดสุดล้ำนี้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนจาก คุณเกรียงไกร เกียรติพิศาลสกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอลูเวิร์ค จำกัด ที่มีวิสัยทัศน์เปิดกว้าง และตั้งใจให้สเปซแห่งนี้สะท้อนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของแบรนด์ออกมาให้เห็นภาพชัดที่สุด
แทนที่จะสั่งผลิตอลูมิเนียมล็อตใหม่เอี่ยมมาทำพาวิลเลียนให้เปลืองทรัพยากร ทีมออกแบบเลือกที่จะเดินเข้าคลังสินค้า แล้วหยิบเอาอลูมิเนียมเก่า และเศษวัสดุที่กำลังรอคิวเข้าเตาหลอม มาเป็นพระเอกของงาน แนวคิดนี้คือการชะลออายุขัยของวัสดุเหลือใช้ ให้มันได้มาเฉิดฉายโชว์ความสวยงามในงานสถาปนิกเสียก่อน แล้วพอจบงาน ค่อยส่งกลับเข้าเตาหลอมเพื่อรีไซเคิลใหม่แบบ 100%
ที่เจ๋งไปกว่านั้นคือ โครงสร้างเหล็กด้านใน ที่ปกติมักจะกลายเป็นขยะชิ้นยักษ์หลังจบงาน ทีมออกแบบได้แก้เกมด้วยการทำเป็นระบบ Modular ที่คำนวณสัดส่วนมาเป๊ะๆ เพื่อที่ว่าทันทีที่นิทรรศการจบลง ชิ้นส่วนโครงสร้างทั้งหมดจะถูกถอดประกอบ ยกขึ้นรถบรรทุกส่งตรงกลับโรงงาน แล้วนำไปประกอบร่างใหม่เป็นชั้นวางจัดเก็บอลูมิเนียมใช้งานต่อได้ทันที
งานคราฟต์ที่สวยงาม ไม่จำเป็นต้องสร้างขยะทิ้งไว้ให้โลก และสถาปัตยกรรมชั่วคราวก็สามารถจัดการให้เป็น Zero Waste ได้จริง หากเราวางแผนวงจรชีวิตวัสดุ ไว้ตั้งแต่ก้าวแรก
4. UNFOLD THE FULFILLMENT : คลี่ประสบการณ์จริง เพื่อสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน
มิติสุดท้ายของการออกแบบ คือการตอบคำถามที่ว่า “แล้วสเปซหรือวัสดุที่สวยงามเหล่านี้ จะเข้าไปเติมเต็มชีวิตคนอยู่จริงๆ ได้อย่างไร?”
เพราะในชีวิตจริง อลูมิเนียมตามกรอบประตูหน้าต่าง ไม่ได้มีหน้าที่แค่ทำให้บ้านสวย แต่มันคือเกราะคุ้มกันด่านแรกของบ้าน aluframe เข้าใจเรื่องนี้ดี การพัฒนาโปรดักส์ของแบรนด์จึงไม่ได้เริ่มจากแค่เรื่องดีไซน์ แต่เริ่มจากการหยิบเอา “ปัญหาคลาสสิก” ที่คนทำบ้านต้องเจอมาแก้โจทย์
ทั้งฝนสาด น้ำรั่วซึม เสียงดัง ฝุ่น PM 2.5 หรือแม้แต่จิ้งจกและแมลงกวนใจ ปัญหาพวกนี้ถูกนำมาพัฒนาเป็นระบบเฟรมที่กันได้มิดชิด และผ่านการทดสอบประสิทธิภาพอย่างจริงจังจากห้องแล็บ
ด้วยประสบการณ์เกือบ 50 ปีในวงการ และเป็นโรงงานผลิตอลูมิเนียมเส้นแห่งแรกในไทยที่ได้ มอก. สิ่งที่ทำให้ aluframe โดดเด่นคือการเป็นแบรนด์ที่ “ฟังเสียงคนใช้งานจริง” นวัตกรรมอย่างเช่น หน้าต่างบานเลื่อนและบานกระทุ้งที่กันฝุ่นได้ดียิ่งขึ้น ก็ล้วนเป็นไอเดียที่ได้จากการเก็บฟีดแบ็ก พูดคุยรับฟังปัญหาจากสถาปนิกและคนรักบ้านที่มาเดินเยี่ยมชมบูธในงานสถาปนิกปีก่อนๆ แล้วนำกลับไปพัฒนาเป็นโปรดักส์ที่อุด Pain Point ได้ตรงจุด
นอกจากนี้ aluframe ยังโฟกัสไปถึงความอุ่นใจเรื่องสุขภาพผู้ใช้งาน ในฐานะโรงงานสีเขียว (Green Industry) แบรนด์เลือกใช้สีพ่นและกระบวนการชุบสีที่ปลอดภัย ไร้สารเคมีอันตรายและสารก่อมะเร็ง
และยังมีจุดแข็งเรื่องความรวดเร็วในการผลิต สั่งคัสตอมสีได้ตามใจ และส่งมอบงานเป๊ะตามเวลา
นี่คือการคลี่ประสบการณ์จริงที่พิสูจน์ให้เห็นว่า นวัตกรรมวัสดุที่ดี ต้องผสานทั้ง ความสวยงามที่เข้าได้กับทุกดีไซน์ และ ฟังก์ชันที่พึ่งพาได้จริง เพื่อส่งมอบสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิต และเติมเต็มความอุ่นใจให้กับเจ้าของบ้านไปตลอดอายุการใช้งาน
พบกับแบรนด์ aluframe ได้ที่งานสถาปนิก’69
– aluframe Thematic Pavilion (TP08)
– 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569
– อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ขอเชิญชวนร่วมงาน #DesignerTalk UNFOLD DESIGN : คลี่คลายความคิด พลิกข้อจำกัด ปลดล็อกจินตนาการ กับ aluframe
เมื่อ “จินตนาการ” ของสถาปนิกมักถูกท้าทายด้วย “ขีดจำกัด” ของวัสดุ… ถึงเวลาหรือยังที่จะคลี่ทุกความพับเก็บในหัว ออกมาเป็นสเปซที่จับต้องได้จริง? aluframe ขอชวนทุกท่านมาร่วมตั้งคำถามและหาคำตอบในการก้าวข้ามทุกอุปสรรคงานออกแบบ ในทอล์คสุดเข้มข้นที่จะพาคุณไปเจาะลึกเบื้องหลังวิธีคิดและการลงมือทำ เพื่อปั้นความสร้างสรรค์ให้ทะลุทุกกรอบเดิมๆ
พบกับทอล์คสนุก สร้างสรรค์ ที่จะพาคุณ UNFOLD (คลี่) ทุกมิติงานดีไซน์ ผ่าน 3 แกนสำคัญของวัสดุแห่งอนาคต
ทลายกรอบการใช้วัสดุแบบเดิมๆ สู่การสร้างสรรค์ Flexible Design ที่ลื่นไหลดั่งสายน้ำ เจาะลึกศักยภาพของอลูมิเนียม aluframe ในการตอบโจทย์เส้นสายที่ซับซ้อนและฟรีฟอร์ม โดย คุณแสตมป์ – ศิวนาถ ณัฐบวรภัล (Co-Founder of Unknown Surface Studio) สถาปนิกผู้ออกแบบ aluframe Thematic Pavilion ผู้หลงใหลในการทดลองสเปซใหม่ๆ กับดีไซน์ Iconic Freeform ที่โดดเด่นมากมายในประเทศไทย
เมื่อแบบที่สวยงามต้องมาพร้อมกับความเป็นจริงหน้างาน ถอดรหัสวิธีทำงานสไตล์ Feasible Build ที่เน้นความแข็งแรง มั่นคง คุมงบประมาณได้จริง กับโครงการที่ทำงานร่วมกับ aluframe โดย คุณโจ้ – พัชระ วงศ์บุญสิน สถาปนิกผู้ขึ้นชื่อเรื่องงานออกแบบที่ Thoughtful ผสานการวิเคราะห์และเข้าใจบริบทจริง ผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและงานคราฟต์ระดับ Masterpiece
ร่วมพูดคุยถึงการมองไปข้างหน้าแบบ Future Forward กับการใช้วัสดุที่รับผิดชอบต่อโลก ผ่านกระบวนการ Recycle 100% (Regenerate Materials) ขมวดปมระหว่าง “ความสวยงาม” และ “ความรับผิดชอบ” ชวนตั้งคำถามถึงเบื้องหลังความคราฟต์ และการสร้าง Business Value ผ่านสเปซที่ไร้กรอบแต่ยั่งยืน
พบกับแขกรับเชิญพิเศษ คุณพีท ทองเจือ (Special Guest / ตัวแทนเจ้าของบ้าน) ที่จะมาร่วมแชร์ประสบการณ์อินไซต์จากการใช้งานจริง เมื่อ “งานออกแบบ” กลายมาเป็น “พื้นที่ใช้ชีวิต” วัสดุอย่าง aluframe สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ทนทานต่อการใช้งาน และช่วยยกระดับสุนทรียภาพแห่งการอยู่อาศัยในมุมมองของเจ้าของบ้านได้อย่างไรบ้าง
สำหรับสถาปนิก นักออกแบบ และคนรักงานดีไซน์ ที่อยากเห็นจินตนาการของตัวเองกลายเป็นจริง งานนี้จำกัดผู้เข้าร่วมเพียง 20 ท่านเท่านั้น มาร่วม UNFOLD DESIGN ทลายข้อจำกัดของงานออกแบบและวัสดุไปพร้อมกัน
วันที่: 1 พฤษภาคม 2026
เวลาลงทะเบียน: 16:00-17:00 น.
เวลาทอล์ค: 17:00 – 18:00 น.
สถานที่: aluframe Thematic Pavilion (TP08), งานสถาปนิก’69 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี