Home as Sanctuary เทรนด์บ้านปี 2026 ต้องเข้าใจ มากกว่าแค่ฉลาด

Home as Sanctuary สิ้นสุดยุค Smart Home เมื่อบ้านในอุดมคติต้อง “เข้าใจ” มากกว่า “ฉลาด” คุยกับ Antoine Besseyre des Horts, Vice President, LIXIL Global Design Asia

ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา วงการออกแบบและเทคโนโลยีต่างแข่งขันกันทำให้บ้าน “ฉลาดขึ้น” เราใส่เซนเซอร์ที่ตื่นก่อนเรา ใส่หน้าจอที่บอกอุณหภูมิได้ละเอียดถึงทศนิยม และพยายามยัดเยียดสารพัดฟีเจอร์ล้ำสมัยเข้าไปในทุกตารางเมตร 

แต่ในขณะเดียวกัน เรากลับพบความจริงที่ย้อนแย้งว่า หลายครั้งเรากลับรู้สึก “เหนื่อย” กับการอยู่บ้านมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะพื้นที่ที่ควรจะโอบกอดจิตใจ กลับเต็มไปด้วยอินเตอร์เฟซที่ต้องคอยเรียนรู้ และการแจ้งเตือนที่ไม่มีวันหยุดพัก

ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยความรวดเร็วอย่างไม่หยุดยั้งและความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หยุดหายใจ คำถามสำคัญหนึ่งได้ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในหมู่นักออกแบบชั้นนำ เทคโนโลยีจะสามารถถูกนำมาใช้ได้อย่างมีความหมาย เพื่อยกระดับการใช้ชีวิตภายในบ้านในแต่ละวัน ทั้งในมิติของอารมณ์และการใช้งานจริง ได้อย่างไร? คำถามนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของปรัชญาการออกแบบของ Antoine Besseyre Des Horts, Vice President, LIXIL Global Design Asia ผู้อยู่เบื้องหลังการกำหนดทิศทางงานดีไซน์ให้กับแบรนด์ระดับโลกอย่าง American Standard, Grohe, INAX และ TOSTEM

วันนี้ อั้ม ศุภกร, Dsign Something มีโอกาสได้นั่งสนทนากับเขาแบบเจาะลึกกับคุณ Antoine เพื่อถอดรหัสแนวคิดที่จะมานิยามคำว่า “บ้านที่ดี” ในยุคต่อไป… แนวคิดที่อาจเปลี่ยนวิธีที่คุณมอง “ห้องน้ำ” และความหมายของ “งานดีไซน์” ไปตลอดกาล

ในยุคที่โลกสุดซับซ้อน กับการทวงคืน “พื้นที่หลบภัยทางใจ”

ความซับซ้อนในยุคนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องสภาวะเศรษฐกิจหรือสังคม แต่คือปริมาณของข้อมูลข่าวสารและการตัดสินใจที่ถาโถมเข้าหาเราตั้งแต่ลืมตาตื่น การได้เป็น “คนคนเดียวในสเปซของตัวเอง” กลายเป็นความหรูหราที่หาได้ยากยิ่ง ซึ่ง Antoine ชี้ให้เห็นว่า รากศัพท์ของคำว่า Sanctuary มาจากคำว่า Sanctus ในภาษาละตินที่แปลว่า “ศักดิ์สิทธิ์” ซึ่งในอดีตมักใช้เรียกพื้นที่ที่เราสามารถหลบหนีจากภัยอันตรายภายนอก

อั้ม ศุภกร, Dsign Something: ในมุมของคุณ บทบาทของ “บ้าน” ในยุคปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างครับ?

Antoine, LIXIL: “The home has to be more than just a place — it’s really become like a sanctuary.” เราอยู่ในโลกที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน บทบาทของบ้านจึงต้องเปลี่ยนตามไปด้วย ความซับซ้อนที่ผมพูดถึงไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องการเมืองหรือเศรษฐกิจ แต่หมายถึงปริมาณของข้อมูล ปริมาณของการตัดสินใจ และเสียงรบกวนจากดิจิทัลที่ไหลเข้าหาเราตั้งแต่เปิดตามาในตอนเช้า

บ้านในวันนี้จึงต้องไม่ใช่แค่ที่อยู่ แต่กลายเป็น Sanctuary หรือพื้นที่หลบภัยทางใจของผู้คน เป็นที่ที่ไม่มีใครสามารถเข้ามาทำร้ายเราได้ เป็นที่ที่เรากลับไปเพื่อ “เป็นตัวเอง” อย่างแท้จริง บ้านที่ดีในยุคนี้จึงไม่ใช่บ้านที่ใหญ่ที่สุด หรือฉลาดที่สุด แต่คือบ้านที่ “เข้าใจ” คนอยู่มากที่สุดครับ

ห้องน้ำ พื้นที่เดียวที่ “ความเงียบ” ยังเป็นของเรา

ในขณะที่ห้องนั่งเล่น ห้องครัว หรือแม้แต่ห้องนอน มักเป็นพื้นที่ที่เราต้อง “แชร์” กับผู้อื่น ห้องน้ำกลับเป็นปราการด่านสุดท้ายที่เราจะได้อยู่กับตัวเองอย่างแท้จริง ปราศจากเสียงเรียกเข้า และปราศจากการรบกวน

อั้ม ศุภกร, Dsign Something: ทำไมห้องน้ำถึงเป็นพื้นที่ที่คุณให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ในเมื่อบ้านมีอีกหลายห้องที่ถูกใช้งานมากกว่า?

Antoine, LIXIL: ถ้าลองคิดดูดีๆ ห้องน้ำคือพื้นที่เดียวในบ้านที่มอบ “me time” ที่แท้จริงให้กับเรา เป็นห้องที่ไม่มีใครรบกวน ไม่มีการประชุม เป็นช่วงเวลาที่ตัวเรากลับมาอยู่กับตัวเองล้วนๆ ในขณะที่ห้องอื่นๆ ในบ้านมักถูก “แชร์” กับครอบครัวหรือคู่ชีวิต ห้องน้ำจึงสำคัญในมิติที่เกินกว่าฟังก์ชันการใช้งาน มันคือพื้นที่สุดท้ายของ “ความเงียบที่เลือกได้เอง”

LIXIL จึงลงทุนอย่างจริงจังในเรื่อง Well-being through water หรือคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านน้ำ เพราะเทคโนโลยีช่วยให้เราออกแบบประสบการณ์ที่เฉพาะตัวได้ ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิที่จดจำความชอบของเจ้าของ หรือแรงดันน้ำที่ปรับตามช่วงเวลาของวัน เทคโนโลยีในมือเราจึงไม่ใช่ของเล่น แต่เป็นเครื่องมือของการ “เคารพความแตกต่างของแต่ละคน” ในระดับที่ละเอียดที่สุดครับ

Human First, Technology Second. มนุษย์ต้องมาก่อน เทคโนโลยีเป็นเพียงผู้ตาม

ในยุคที่หลายแบรนด์พยายามชู AI และความสมาร์ทเป็นจุดขาย LIXIL กลับเลือกที่จะเดินสวนกระแส นี่คือการทุบทำลายมายาคติที่ว่า นวัตกรรมต้องเริ่มจากการยัดเยียดเทคโนโลยีใหม่ๆ

อั้ม ศุภกร, Dsign Something: หลายแบรนด์ในวันนี้พยายามชูเทคโนโลยีเป็นพระเอก แต่ดูเหมือน LIXIL จะเดินสวนทาง คุณวางลำดับความสำคัญของ “เทคโนโลยี” กับ “มนุษย์” อย่างไรครับ?

Antoine, LIXIL: สำหรับเรา เทคโนโลยีไม่ใช่เหตุผลในการมีอยู่ของผลิตภัณฑ์ และไม่ใช่จุดเริ่มต้นของกระบวนการออกแบบ เราจะเริ่มจากผู้บริโภคเสมอ เริ่มจากการทำความเข้าใจว่าเขาต้องการอะไร แล้วจากนั้นเราถึงเริ่มคิดว่าเทคโนโลยีแบบไหนจะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายนั้นได้

สิ่งที่หลายแบรนด์มองข้ามคือ ยิ่งเทคโนโลยีก้าวหน้าเท่าไร Design กลับยิ่งสำคัญมากขึ้นเท่านั้น เทคโนโลยีระดับสูงหรือ AI โมเดลที่ดีที่สุดในโลกใครๆ ก็หาใช้ได้ สิ่งที่ทำให้แบรนด์แตกต่างกันในยุคนี้ จึงไม่ใช่ “ใครมีเทคโนโลยีที่ดีกว่า” แต่คือ “ใครเข้าใจมนุษย์ลึกกว่า” ในการเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ครับ นักออกแบบจึงอยู่ในตำแหน่งที่ไม่มีใครเหมือน เพราะเราคือคนที่คอยเชื่อมเทคโนโลยีเข้ากับผู้คนที่จะใช้มัน

เทรนด์อนาคต โอบรับทุกวัย และรักษ์โลกโดยไม่ต้องพยายาม

นอกเหนือจากเรื่อง Sanctuary และ Personalization แล้ว ทิศทางการออกแบบยังถูกขับเคลื่อนด้วยความท้าทายแห่งอนาคตที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้นเรื่อยๆ

อั้ม ศุภกร, Dsign Something: เทรนด์อะไรที่กำลังเข้ามากำหนดวิธีคิดของ LIXIL ในการออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับปี 2026 และอีกไม่กี่ปีข้างหน้าครับ?

Antoine, LIXIL: นอกจากเรื่อง personalization ที่พูดไปแล้ว ยังมีอีกสองเรื่องหลักๆ ครับ

“Multigenerational living” รูปแบบการอยู่ร่วมกันหลายรุ่นในบ้านเดียวกันที่กำลังกลับมา คำถามของเราไม่ใช่แค่จะออกแบบเพื่อผู้สูงอายุอย่างไร แต่คือ “จะออกแบบอย่างไรให้ช่วยทั้งผู้สูงอายุ และคนที่ดูแลผู้สูงอายุไปพร้อมๆ กัน” ราวจับในห้องน้ำต้องดูเป็นสถาปัตยกรรม ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อให้ทุกรุ่นรู้สึกว่าบ้านยังเป็นบ้านของตัวเอง

“Sustainability” ผู้บริโภคต้องการความยั่งยืน แต่ก็ไม่อยากเสียประสบการณ์การใช้งานที่ดี ทางออกของเราคือการมองความยั่งยืนผ่านมุมของ “วิธีออกแบบประสบการณ์” การทำให้ผลิตภัณฑ์ใช้งานง่ายโดยธรรมชาติ (Intuitive by Design) เช่น ฝักบัวที่ผสมอากาศเข้าไปในน้ำเพื่อให้สัมผัสนุ่มโดยใช้น้ำน้อยลง นี่คือความยั่งยืนที่เกิดจากการออกแบบ ไม่ใช่จากการบังคับ และเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ไม่รู้สึกว่ากำลังเสียสละอะไรครับ

ฟังเสียงท้องถิ่น เพื่อตอบโจทย์ระดับโลก

ภายใต้ปรัชญาขององค์กรที่ว่า “To make special homes a reality for everyone, everywhere” LIXIL Global Design Asia ให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ เพื่อทำความเข้าใจบริบทที่ไม่อาจหาได้จากเพียงแค่ตัวเลขในรายงาน

อั้ม ศุภกร, Dsign Something: คำถามสุดท้ายครับ ทำไมการเปิดบทสนทนากับ Creative Community ในแต่ละประเทศ ถึงเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการทำงานของ LIXIL?

Antoine, LIXIL: เป้าหมายของเราคือการทำให้บ้านที่ดี กลายเป็นความเป็นจริงสำหรับทุกคน ทุกที่ เราจึงเปิดบทสนทนากับ Creative Community เพื่อแลกเปลี่ยนไอเดีย หา Insight และแรงบันดาลใจจากคนที่อยู่ใกล้กับผู้บริโภคจริงๆ ในแต่ละประเทศ

จากนั้นเรานำสิ่งที่ได้กลับไปสู่ทีมออกแบบของเรา เพื่อพัฒนาเป็นโซลูชั่นใหม่ที่ “เกิดจากการฟัง” ในตลาดนั้นๆ ก่อนจะถูกออกแบบ เพราะรายละเอียดเชิงวัฒนธรรมอย่างพฤติกรรมการอาบน้ำหลายครั้งต่อวันของคนไทย หรือลักษณะของห้องน้ำแบบเปียก ไม่สามารถเข้าใจได้จากการอ่านรายงานวิจัย การออกแบบที่ดีจึงต้องเข้าใจความเฉพาะตัวของแต่ละตลาด เพื่อสร้างโซลูชั่นที่ยกระดับชีวิตผู้คนได้อย่างมีความหมายจริงๆ ครับ

สิ้นสุดยุค Smart Home เมื่อบ้านในอุดมคติต้อง “เข้าใจ” มากกว่า “ฉลาด”

ในวันที่เราสามารถเนรมิตทุกอย่างให้ทำงานผ่านคำสั่งเสียงหรือแอปพลิเคชัน บางที “นวัตกรรม” ที่มนุษย์โหยหาที่สุด อาจไม่ใช่ความล้ำสมัยที่เรียกร้องความสนใจจากเราตลอดเวลา แต่คือการออกแบบที่เข้าใจจังหวะชีวิต เป็นสเปซที่ประนีประนอม อ่อนโยน และช่วยย่อยสลายความซับซ้อนของโลกภายนอก

หน้าที่ของนักออกแบบจึงเปลี่ยนจากการเป็นผู้สร้างรูปทรง สู่การเป็น “ผู้คัดกรองความซับซ้อน” เพื่อซ่อนการทำงานที่วุ่นวายไว้เบื้องหลัง ท้ายที่สุดแล้ว… บ้านที่ดีในอุดมคติ อาจไม่ใช่บ้านที่ฉลาดที่สุด แต่คือบ้านที่ “ฉลาดพอที่จะรู้ว่า เมื่อไหร่ควรเงียบ” เพื่อปล่อยให้เราได้ยินเสียงของหัวใจตัวเองชัดเจนขึ้นนั่นเอง

[ About LIXIL Global Design Asia ]

LIXIL Global Design Asia คือศูนย์กลางการออกแบบของบริษัท LIXIL สำหรับภูมิภาคเอเชีย ดูแลทิศทางการออกแบบของแบรนด์ในเครือ ทั้ง American Standard, Grohe, INAX และ TOSTEM ภายใต้แนวคิด *”to make special homes a reality for everyone, everywhere” โดยมี Antoine Besseyre des Horts เป็นรองประธานผู้ดูแลภูมิภาค ทีมประกอบด้วยนักออกแบบจากหลากหลายสัญชาติ ทำงานข้ามตลาดเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของ LIXIL ตอบโจทย์ทั้งวัฒนธรรมที่ลึกของแต่ละประเทศ และมาตรฐานสากลในระดับที่ผู้บริโภคทั่วโลกคาดหวัง

Picture of Haemarat C.

Haemarat C.

สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย

Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading