Keep in Touch
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
บางครั้ง บ้านที่ดี อาจไม่ได้เริ่มต้นจากการมีงบประมาณมากพอจะทำทุกอย่างได้อย่างใจ แต่เริ่มจากการรู้ว่า อะไรคือสิ่งสำคัญจริงสำหรับการใช้ชีวิต
โดยเฉพาะในวันที่การสร้างบ้านหนึ่งหลัง ต้องเผชิญทั้งราคาวัสดุ ค่าก่อสร้าง และข้อจำกัดมากมาย การออกแบบจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความสวยงามอีกต่อไป แต่คือการจัดลำดับว่า อะไรควรลงทุน อะไรลดได้ และอะไรคือ คุณภาพของการอยู่อาศัย ที่ควรเก็บไว้ให้มากที่สุด?
แต่สำหรับ Ray’s Residence โครงการรีโนเวตตึกแถวเก่า 3 คูหาแห่งนี้ในซอยจันทน์ สถาปัตยกรรมกลับเริ่มต้นจากคำถามที่เรียบง่ายแต่สำคัญมากว่า “ภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่ เราจะเลือกมองอะไรได้บ้าง?”
แทนที่จะพยายามเปิดบ้านให้เห็นทุกอย่าง สถาปนิกกลับเลือก คัดสรร มุมมองอย่างตั้งใจ เปิดเฉพาะสิ่งที่ควรถูกมองเห็น และปิดสิ่งรบกวนสายตาออกไป จนเกิดเป็นบ้านและออฟฟิศที่ค่อย ๆ เปลี่ยนประสบการณ์ของการอยู่อาศัยในตึกแถวกลางเมือง ให้กลายเป็นพื้นที่ที่สงบ โปร่ง และมีลำดับทางอารมณ์มากขึ้นกว่าที่บริบทเดิมเคยเป็น
โจทย์สำคัญของอาคารหลังนี้ คือข้อจำกัดด้านทัศนียภาพจากสภาพแวดล้อมเดิม ตัวอาคารใช้ผนังร่วมกับเพื่อนบ้านทั้งสองฝั่งและด้านหลัง ทำให้เหลือเพียงด้านหน้าที่สามารถเปิดรับแสงและมุมมองได้ แต่ในขณะเดียวกัน ด้านหน้านั้นกลับอยู่ติดกับถนนซอยแคบและบ้านฝั่งตรงข้ามในระยะที่ค่อนข้างประชิด
จากการสำรวจบริบท สถาปนิกพบว่าบ้านฝั่งตรงข้ามไม่ได้มีเพียงตัวอาคาร แต่ยังมีช่วงของลานจอดรถและต้นไม้ใหญ่แทรกอยู่ภายในพื้นที่ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดสำคัญของโปรเจกต์นี้ นั่นคือการ เลือกเปิด มุมมองเฉพาะส่วนที่ดีที่สุดเท่าที่บริบทจะเอื้ออำนวย
วิธีคิดนี้ไม่ได้ส่งผลเพียงกับตำแหน่งหน้าต่างหรือช่องเปิด แต่ถูกนำไปเชื่อมโยงกับการจัดลำดับพื้นที่ใช้งานทั้งหมดของอาคาร ตั้งแต่พื้นที่สาธารณะที่สุด ไปจนถึงพื้นที่ที่มีความเป็นส่วนตัวมากที่สุดในชั้นบนสุด
ชั้นล่างสุดของอาคารถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ต้อนรับแขกของออฟฟิศและพื้นที่ Workshop ของช่าง ซึ่งวางอยู่ติดกับด้านหน้าอาคารเพื่อความสะดวกในการเข้าถึง การขนย้ายสินค้า และการใช้งานร่วมกับภายนอก
เมื่อขยับขึ้นสู่ชั้น 2 บรรยากาศของพื้นที่เริ่มเปลี่ยนจาก พื้นที่ทำงาน ไปสู่ พื้นที่พักอาศัย มากขึ้น พื้นที่ชั้นนี้ทำหน้าที่เป็นห้องนั่งเล่นส่วนตัวของเจ้าของบ้าน ซึ่งอาจมีการรับรองเพื่อนฝูงเป็นครั้งคราว
จุดน่าสนใจอยู่ที่ Façade ด้านหน้าซึ่งถูกกรองด้วยแผ่น Perforated Panel เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว พร้อมลดความวุ่นวายทางสายตาจากอาคารฝั่งตรงข้าม ขณะเดียวกัน สถาปนิกยังออกแบบให้เกิดระเบียงและพื้นที่สีเขียวที่เชื่อมต่อขึ้นไปถึงชั้น 3 เพื่อสร้างวิวภายในบ้าน ขึ้นมาใหม่
ที่น่าสนใจคือ ตำแหน่งของสวนนี้ถูกจัดวางให้ตรงกับแนวต้นไม้ของบ้านฝั่งตรงข้าม ทำให้เมื่อมองจากภายใน พื้นที่สีเขียวทั้งสองฝั่งเชื่อมต่อกันทางสายตา จนเกิดความรู้สึกเสมือนบ้านมีสวนขนาดใหญ่แทรกตัวอยู่กลางเมือง
ชั้น 3 ถูกออกแบบให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นอีกระดับ โดยประกอบไปด้วยห้องนอนสำหรับญาติ ห้องของคุณพ่อ และห้องของหลาน ซึ่งทั้งหมดสามารถมองเห็นพื้นที่สีเขียวจากระเบียงชั้น 2 ได้
ขณะที่ชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของอาคาร ถูกออกแบบให้เป็นเสมือน Penthouse ส่วนตัวของเจ้าของบ้านทั้งชั้น ประกอบด้วยห้องนอน ห้องน้ำ และห้องแต่งตัวที่เชื่อมต่อกันแบบ Loop เพื่อให้การใช้งานภายในลื่นไหลต่อเนื่อง
แม้ห้องนอนหลักจะหันหน้าออกสู่ถนนด้านหน้า แต่สถาปนิกกลับเลือกปิด มุมมองระดับสายตาออกเกือบทั้งหมด และเปิดเพียงช่องด้านบนเพื่อให้เห็นเฉพาะท้องฟ้าและอาคารสูงที่อยู่ไกลออกไป
ผลลัพธ์คือประสบการณ์ของพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกคล้ายการอยู่อาศัยบนอาคารสูง มากกว่าจะเป็นตึกแถวในซอยแคบกลางเมือง เป็นการใช้สถาปัตยกรรมสร้างสภาวะใหม่ทางความรู้สึก โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบริบทเดิมรอบตัวเลยแม้แต่น้อย
ออกแบบ Façade ให้มีจังหวะและสัดส่วนของช่องเปิดที่ใกล้เคียงกัน ทั้งในส่วนที่ปิดด้วยแผง Perforated และส่วนที่เปิดโล่งบริเวณสวน นอกจากจะช่วยให้อาคารดูเป็นองค์ประกอบเดียวกันแล้ว ยังเป็นการออกแบบที่เผื่อความเปลี่ยนแปลงของเมืองในอนาคตเอาไว้ด้วย
หากวันหนึ่งบ้านฝั่งตรงข้ามเกิดการต่อเติมหรือมีอาคารใหม่ที่บดบังทัศนียภาพ เจ้าของบ้านสามารถติดตั้งแผง Perforated เพิ่มเติมในบางส่วนได้ทันที โดยที่ภาพรวมของสถาปัตยกรรมยังคงสมบูรณ์และไม่สูญเสียเอกภาพทางการออกแบบ
วิธีคิดนี้ทำให้ Façade ไม่ได้ทำหน้าที่เพียง เปลือกอาคาร แต่กลายเป็นระบบที่สามารถปรับตัวตามบริบทเมืองที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
อาคารหลังนี้ไม่ได้พยายามเอาชนะข้อจำกัดของเมืองด้วยการเปิดพื้นที่ให้มากที่สุด แต่เลือกทำความเข้าใจกับบริบทเดิม แล้วค่อย ๆ ออกแบบวิธีการอยู่ร่วมกับมันอย่างละเอียดอ่อน
บางพื้นที่ถูกเปิดเพื่อรับต้นไม้
บางพื้นที่ถูกกรองเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว
และบางพื้นที่ก็เลือกปิดโลกภายนอกออกไป entirely เพื่อสร้างความสงบให้กับชีวิตภายใน
ท้ายที่สุดแล้ว โครงการนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการรีโนเวตตึกแถวเก่าให้ดูร่วมสมัยขึ้น แต่คือการออกแบบ วิธีมองเมือง ใหม่อีกครั้ง ผ่านสถาปัตยกรรมที่เข้าใจว่า ภายใต้ข้อจำกัดเดิม ๆ มนุษย์ยังสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ หากเราเลือกออกแบบความสัมพันธ์ระหว่างคน พื้นที่ และการมองเห็นอย่างตั้งใจมากพอ
Project name: Ray’s Residence
Architect : Studionomad
Interior Architect : Studionomad
Program : Home-office
Category : Renovation
Completion year : 2026
Area : 680 sq.m.
Location : Bangkok, Thailand
Lighting Designer : LIGHT IS
Engineering : Turnkey All Co.,Ltd.
Photo credit : Supee Juntranggur
สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย
รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์
ทางอีเมล ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
Automated page speed optimizations for fast site performance