ทุกวันนี้โชว์รูมของแบรนด์วัสดุก่อสร้างไม่ได้มีหน้าที่เพียงจัดแสดงสินค้าให้ลูกค้าเดินเลือกชมอีกต่อไป หากกำลังเปลี่ยนบทบาทเป็นพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ ถ่ายทอดแนวคิด และแสดงศักยภาพของวัสดุผ่านประสบการณ์จริง เพราะสำหรับสถาปนิกและนักออกแบบ การตัดสินใจเลือกวัสดุไม่ได้เกิดขึ้นจากการเปิดแค็ตตาล็อกหรือมองชิ้นตัวอย่างเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการได้เห็นวัสดุนั้นอยู่ในบริบทของสถาปัตยกรรม ได้สัมผัสพื้นผิว รับรู้คุณภาพของแสง และสังเกตว่าวัสดุชิ้นหนึ่งส่งผลต่อบรรยากาศของพื้นที่อย่างไร
แนวคิดนี้กลายเป็นจุดตั้งต้นของ remood Showroom ผลงานออกแบบโดย Poonsook Architects โครงการที่ไม่ได้เลือกสร้างอาคารใหม่เพื่อสร้างภาพจำให้กับแบรนด์ แต่เลือกมองอาคารเดิม เป็นศักยภาพที่สามารถนำมาต่อยอดได้ อาคารสำนักงานของยงชัยโฮลดิ้งจึงถูกตีความใหม่ให้กลายเป็นโชว์รูม ขณะที่พื้นที่โรงเก็บไม้เดิมได้รับการปรับเปลี่ยนเป็นสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของบริษัท ทำให้พื้นที่ทำงาน พื้นที่จัดแสดง และพื้นที่ทดลองใช้งานวัสดุสามารถเชื่อมโยงกันเป็นประสบการณ์เดียว
จุดเริ่มต้นของโครงการเกิดจากการต่อยอดธุรกิจของ ยงชัยโฮลดิ้ง บริษัทผู้นำเข้าไม้แปรรูปและไม้อัดจากต่างประเทศ ที่ต้องการเปิดตัวแบรนด์วัสดุตกแต่งภายในและผลิตภัณฑ์ไม้เทียมภายใต้ชื่อ remood การสร้างโชว์รูมแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่ขายสินค้า แต่เป็นการสร้างพื้นที่ที่สามารถสะท้อนภาพลักษณ์และคุณค่าของแบรนด์ผ่านสถาปัตยกรรมได้อย่างชัดเจน
โครงการนี้เริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนอาคารสำนักงาน 2 ชั้นเดิมให้กลายเป็น Sales Gallery ของแบรนด์ remood โดยใช้สถาปัตยกรรมเป็นตัวแทนของแนวคิดเรื่อง ความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยน มากกว่าการรื้อสร้างใหม่ อาคารเดิมไม่ได้ถูกมองว่าเป็นข้อจำกัดของการออกแบบ แต่เป็นต้นทุนที่ยังมีคุณค่า และสามารถต่อยอดให้ตอบรับบทบาทใหม่ของพื้นที่ได้ ผ่านการตีความองค์ประกอบเดิมร่วมกับการเติมภาษาสถาปัตยกรรมชุดใหม่เข้าไปอย่างกลมกลืน
แทนที่จะลบภาพจำของอาคารเดิม สถาปนิกเลือกเก็บโครงสร้างหลักทั้งเสาและคานไว้ ก่อนสร้าง facade อาคารชุดใหม่เข้ามาห่อหุ้มอาคาร ผนังโค้งที่ซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ จึงทำหน้าที่เสมือน Gallery Facade ที่ค่อย ๆ เปิดเผยตัวตนของแบรนด์ผ่านจังหวะของรูปทรง แสง และเงา เส้นโค้งที่เว้นช่องเปิดบริเวณชั้นล่างทำหน้าที่กำหนดทางเข้าสู่ตัวอาคาร พร้อมสร้างลำดับของการเข้าถึง (Spatial Sequence) ที่ทำให้ผู้ใช้งานค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านจากพื้นที่ภายนอกสู่พื้นที่จัดแสดงภายในอย่างเป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกัน รูปทรงที่โค้งมนยังช่วยลดความแข็งของอาคารสำนักงานเดิม และสะท้อนภาพลักษณ์ของ Remood ผ่านภาษาสถาปัตยกรรมที่เรียบง่าย อ่อนโยน และร่วมสมัย
การปรับเปลี่ยนในโครงการนี้จึงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในระดับของรูปลักษณ์อาคาร แต่เกิดขึ้นในระดับของ ความหมาย เมื่ออาคารที่เคยทำหน้าที่เป็นสำนักงาน ถูกเปลี่ยนบทบาทให้กลายเป็นพื้นที่ที่บอกเล่าแนวคิดของแบรนด์ ถ่ายทอดศักยภาพของวัสดุ และสร้างประสบการณ์ให้ผู้คนได้เข้าใจวัสดุผ่านสถาปัตยกรรมจริง นับเป็นอีกตัวอย่างของการใช้การออกแบบเพื่อสร้างคุณค่าใหม่จากสิ่งเดิม โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการรื้อสร้างเสมอ
ทีมผู้ออกแบบเลือกเก็บอาคารสำนักงานเดิมบริเวณด้านหน้าโครงการไว้ แล้วปรับปรุงให้กลายเป็น remood Showroom ส่วนสำนักงานของยงชัยถูกย้ายเข้าไปยังพื้นที่โรงเก็บไม้เดิมภายในไซต์ ทั้งสองอาคารถูกเชื่อมต่อด้วยคอร์ตขนาดเล็กที่แทรกพื้นที่สีเขียวไว้ตรงกลาง ทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่พักผ่อนและพื้นที่เปลี่ยนผ่านระหว่างโซนต้อนรับลูกค้ากับพื้นที่ทำงาน สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายมากขึ้นตั้งแต่ก้าวเข้าสู่โครงการ
ด้านหน้าของอาคารยังถูกเปิดด้วยช่องกระจกขนาดใหญ่ เพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายใน ลดความทึบของอาคารสำนักงานเดิม และสร้างความรู้สึกเปิดรับผู้มาเยือนให้สามารถมองเห็นกิจกรรมภายในโชว์รูมได้ตั้งแต่ภายนอก
ประสบการณ์ภายในอาคารถูกออกแบบให้ค่อย ๆ เปิดเผยศักยภาพของวัสดุไปตามลำดับการใช้งาน ชั้นล่างเป็นพื้นที่จัดแสดงวัสดุและผลิตภัณฑ์ในรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย ช่วยให้ผู้เข้าชมมองเห็นว่าวัสดุแต่ละประเภททำงานร่วมกับพื้นที่จริงอย่างไร มากกว่าการมองผ่านตัวอย่างชิ้นเล็กเพียงอย่างเดียว
เมื่อเดินขึ้นสู่ชั้นสอง ผู้ใช้งานจะพบกับห้องตัวอย่างสองรูปแบบที่เลือกใช้วัสดุของ remood ในบรรยากาศที่แตกต่างกัน ก่อนเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ Workshop และห้องประชุม ซึ่งเปิดโอกาสให้สถาปนิก นักออกแบบ และผู้สนใจได้ทดลองประกอบ ติดตั้ง และทำความเข้าใจวัสดุผ่านการลงมือใช้งานจริง
ลำดับพื้นที่ทั้งหมดจึงทำให้โชว์รูมแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับ แสดงผลิตภัณฑ์ แต่เป็นพื้นที่ที่ชวนให้ผู้ใช้งานได้สัมผัส เรียนรู้ และเข้าใจศักยภาพของวัสดุผ่านประสบการณ์จริง
อีกด้านหนึ่งของโครงการ โรงเก็บไม้เดิมได้รับการปรับเปลี่ยนเป็นสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของยงชัยโฮลดิ้ง โดยสถาปนิกเลือกสอดอาคารสำนักงานหลังใหม่เข้าไปภายในโครงสร้างเดิม เพื่อรักษาบริบทของโรงไม้ไว้ ขณะเดียวกันก็ยกระดับคุณภาพของพื้นที่ทำงานให้สอดคล้องกับการใช้งานในปัจจุบัน
พื้นที่สำนักงานถูกออกแบบเป็น Open Plan พร้อมโถงสูงแบบ Double Volume ที่เปิดให้ทั้งสองชั้นเชื่อมต่อกันทางสายตา ความสูงของพื้นที่ช่วยเพิ่มคุณภาพของแสงธรรมชาติและการระบายอากาศ ทำให้บรรยากาศการทำงานโปร่ง โล่ง และยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะที่ห้องประชุม ห้องผู้บริหาร และพื้นที่ส่วนกลางถูกจัดวางอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับการเติบโตขององค์กรในอนาคต
ภายนอกยังคงรักษาภาพจำของโรงเก็บไม้เดิมไว้ผ่านผนังเมทัลชีท ก่อนเจาะช่องเปิดรับแสงธรรมชาติและเติมรายละเอียดด้วยไม้เทียมบริเวณทางเข้า ส่วนภายใน พื้นที่ฝ้าสูงถูกกรุด้วยแผ่นลายไม้โค้งที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับสเปซ พร้อมสะท้อนความเชี่ยวชาญด้านวัสดุของบริษัทผ่านองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม
ท้ายที่สุด remood Showroom ไม่ได้แสดงให้เห็นเพียงศักยภาพของวัสดุ แต่ยังสะท้อนให้เห็นศักยภาพของการออกแบบที่สามารถเปลี่ยนอาคารเดิมให้มีความหมายใหม่ได้อีกครั้ง ผ่านการเชื่อมโยงพื้นที่ทำงาน พื้นที่จัดแสดง และพื้นที่ทดลองเข้าไว้ด้วยกัน จนเกิดเป็นสถาปัตยกรรมที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรองรับกิจกรรม หากแต่กลายเป็นพื้นที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ ถ่ายทอดคุณค่าของวัสดุ และสร้างประสบการณ์ให้ผู้คนเข้าใจสิ่งเหล่านั้นได้ด้วยตัวเอง
Project : remood Showroom + Yong Chai office
Owner : remood Co., Ltd.
Location : Lahan, Bang bua thong, Nonthaburi 11110
Area : (sq.m.) 750 m 2 (Showroom 400 m 2 + Office 350 m 2 )
Lead Architect / Interior Design : Poonsook Architects Co., Ltd.
Landscape Design : Su Landscape Architecture Co.,Ltd.
Engineer : คุณรักษ์ บูรณสิงห์
Photo Credit : PanoramicStudio
สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.