หลายครั้งเราพูดถึงสถาปัตยกรรมผ่านรูปทรง วัสดุ หรือพื้นที่ แต่กลับลืมไปว่า สิ่งหนึ่งที่ทำให้พื้นที่เดียวกันเปลี่ยนความรู้สึกไปอย่างสิ้นเชิงคือแสง
แสงไม่สามารถจับต้องได้เหมือนคอนกรีตหรือไม้ แต่กลับเป็นองค์ประกอบที่กำหนดทั้งบรรยากาศ อารมณ์ และวิธีที่ผู้คนรับรู้พื้นที่อย่างเงียบ ๆ จนหลายครั้งเราไม่ทันสังเกตว่ามันกำลังทำงานอยู่ แนวคิดนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวใจของงาน Signify the Meaning of Light : Light Matter ศิลปะแห่งการผสานแสงสู่งานออกแบบสถาปัตยกรรม เวทีที่รวบรวมสถาปนิก นักออกแบบ และผู้เชี่ยวชาญด้าน Lighting มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ว่า แสงกำลังมีบทบาทต่อกระบวนการออกแบบมากกว่าที่เราเคยคิดไว้อย่างไร
ภายในงานไม่ได้เป็นเพียงการพูดถึงเทคโนโลยีด้านแสงหรือการเลือกโคมไฟ แต่เป็นการชวนตั้งคำถามว่า หากสถาปัตยกรรมคือการออกแบบประสบการณ์ของผู้คน แสงกำลังทำหน้าที่อะไรในประสบการณ์นั้น และนักออกแบบควรเริ่มคิดถึงมันตั้งแต่เมื่อไร
วันนี้ Dsign Something ขอพาทุกคนย้อนกลับไปสำรวจบทสนทนาบนเวทีครั้งนี้ ผ่านมุมมองของวิทยากรจากหลากหลายสายงาน ตั้งแต่สถาปนิก นักออกแบบภายใน นักออกแบบแสง ไปจนถึงผู้ทำงานด้านการสื่อสารงานออกแบบ เพื่อค้นหาว่า แท้จริงแล้ว Lighting Design มีบทบาทต่อกระบวนการออกแบบมากเพียงใด และเพราะเหตุใด แสง จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงองค์ประกอบที่เข้ามาเติมเต็มในช่วงท้ายของโครงการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดที่หล่อหลอมประสบการณ์ของผู้ใช้งานตั้งแต่วันแรกของการออกแบบ
4 แนวคิดสำคัญจากเวที Signify the Meaning of Light ที่ชวนให้นักออกแบบมอง Lighting Design ในมิติใหม่
แม้วิทยากรทั้ง 4 ท่านจะมาจากสายงานที่แตกต่างกัน ทั้งสถาปัตยกรรม การออกแบบภายใน การออกแบบแสง และการสื่อสารงานออกแบบ แต่ตลอดการเสวนากลับมีประเด็นร่วมที่น่าสนใจหลายเรื่อง ซึ่งไม่เพียงสะท้อนบทบาทของแสงในฐานะองค์ประกอบหนึ่งของสถาปัตยกรรม แต่ยังชวนให้นักออกแบบกลับมาทบทวนวิธีคิดในการสร้างพื้นที่อีกครั้ง
#แสงไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้ายของงานออกแบบ แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของ Design Process ตั้งแต่วันแรก
หนึ่งในประเด็นที่วิทยากรทุกท่านเห็นตรงกัน คือ Lighting Design ไม่ควรถูกคิดขึ้นหลังจากอาคารหรือพื้นที่ถูกออกแบบเสร็จแล้ว แต่ควรถูกนำมาพิจารณาควบคู่กับการวางผัง การเลือกวัสดุ และการกำหนดประสบการณ์ของผู้ใช้งานตั้งแต่เริ่มต้น เพราะการออกแบบแสงที่ดีสามารถเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนรับรู้พื้นที่ และทำให้แนวคิดของสถาปัตยกรรมถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์
#แสงคือวัสดุที่มองไม่เห็น แต่สามารถสร้างตัวตนให้กับสถาปัตยกรรม
แม้แสงจะไม่มีรูปทรงหรือพื้นผิวเหมือนวัสดุก่อสร้าง แต่กลับเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ผู้คนรับรู้มิติ สีสัน และบรรยากาศของพื้นที่ได้แตกต่างกัน วัสดุชิ้นเดียวกันอาจให้ความรู้สึกอบอุ่น สงบ หรือโดดเด่นได้ เพียงเพราะวิธีการออกแบบแสงที่แตกต่างกัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Lighting Design ไม่ใช่เพียงการติดตั้งระบบไฟ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอัตลักษณ์ให้กับงานสถาปัตยกรรม
#การออกแบบแสงที่ดี ไม่ได้ทำให้พื้นที่สว่างขึ้น แต่ทำให้ผู้คนรู้สึกดีขึ้น
หัวใจของ Lighting Design ไม่ใช่การเพิ่มปริมาณแสง แต่คือการเลือกคุณภาพของแสงให้เหมาะสมกับกิจกรรมและอารมณ์ของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสมาธิในพื้นที่ทำงาน ความผ่อนคลายในบ้าน หรือการสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำในพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผู้ใช้งานอาจไม่รู้ว่ามีการใช้โคมไฟรุ่นใด แต่จะจดจำความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่นั้นได้เสมอ
#เทคโนโลยีด้านแสงกำลังเปลี่ยนบทบาทของนักออกแบบ จากการ ให้แสง สู่การ ออกแบบคุณภาพชีวิต
ปัจจุบัน Lighting Design ไม่ได้มีหน้าที่เพียงให้ความสว่างหรือสร้างความสวยงาม แต่ยังเชื่อมโยงกับสุขภาวะ การประหยัดพลังงาน ความยั่งยืน และพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น เทคโนโลยีด้านแสงจึงกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้นักออกแบบสามารถสร้างพื้นที่ที่ตอบสนองทั้งด้านการใช้งาน อารมณ์ และคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อย่างครบถ้วน
ตลอดทั้งงาน สิ่งที่ถูกย้ำผ่านประสบการณ์ของวิทยากรทุกท่าน คือ Lighting Design ไม่ใช่ศาสตร์ที่แยกขาดจากสถาปัตยกรรมหรือการออกแบบภายใน แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างประสบการณ์ให้กับผู้ใช้งาน ตั้งแต่การกำหนดบรรยากาศ การขับเน้นวัสดุ ไปจนถึงการส่งผลต่ออารมณ์และคุณภาพชีวิตของผู้คน บางครั้ง ผู้ใช้งานอาจไม่เคยสังเกตว่าพื้นที่หนึ่งใช้โคมไฟแบบใด หรือมีค่าความสว่างเท่าไร แต่พวกเขาจะรับรู้ได้เสมอว่าพื้นที่นั้น น่าอยู่ หรือไม่ และความรู้สึกนั้นเอง คือผลลัพธ์ของการออกแบบแสงที่ทำงานร่วมกับสถาปัตยกรรมได้อย่างลงตัว
หากถามว่า “Lighting Design มีผลกับงานออกแบบมากแค่ไหน” คำตอบคงไม่สามารถอธิบายได้ด้วยตัวเลขหรือมาตรฐานทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว เพราะสำหรับนักออกแบบหลายคน แสงคือองค์ประกอบที่สามารถเปลี่ยนทั้งบรรยากาศ วิธีการรับรู้พื้นที่ และประสบการณ์ของผู้ใช้งาน
ภายในงาน Signify the Meaning of Light : Light Matter ศิลปะแห่งการผสานแสงสู่งานออกแบบสถาปัตยกรรม Dsign Something ได้ร่วมฟังการแลกเปลี่ยนมุมมองจากวิทยากรทั้ง 4 ท่าน ก่อนจะสรุปออกมาเป็น 4 แนวคิดสำคัญที่น่าสนใจ ซึ่งอาจชวนให้คนทำงานออกแบบกลับมาทบทวนบทบาทของแสงในโปรเจกต์ของตัวเองอีกครั้ง
คำถามหนึ่งที่ถูกหยิบขึ้นมาพูดคุยตลอดทั้งงานคือ “Lighting Design สำคัญต่องานออกแบบแค่ไหน?” แม้จะเป็นคำถามเดียวกัน แต่เมื่อส่งต่อไปยังวิทยากรทั้ง 4 ท่าน กลับได้คำตอบที่แตกต่างกันไปตามประสบการณ์และมุมมองของแต่ละคน ทั้งในฐานะสถาปนิก นักออกแบบภายใน นักออกแบบแสง และผู้ทำงานด้านการสื่อสารงานออกแบบ ก่อนจะค่อย ๆ ประกอบกันเป็นภาพที่ทำให้เห็นว่า แสงไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบของพื้นที่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคิดที่ส่งผลต่อคุณภาพของงานออกแบบในหลายมิติ
ในฐานะนักออกแบบ คุณมองว่าบทบาทของ Lighting Design มีความสำคัญต่อการออกแบบพื้นที่และสถาปัตยกรรมอย่างไร?
“Lighting Design สามารถ Make or Break งานออกแบบได้ เพราะแสงไม่เพียงทำให้มองเห็น แต่เป็นองค์ประกอบแรกที่สร้างอารมณ์ ความรู้สึก และยกระดับคุณค่าของพื้นที่”
คุณอิท พลัช ไพนุพงศ์
Founder, That’s ITH Interior
สำหรับคุณอิท แสงเป็นองค์ประกอบที่สามารถเปลี่ยนคุณภาพของงานออกแบบได้อย่างชัดเจน แม้งานสถาปัตยกรรมหรืออินทีเรียจะได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี แต่หาก Lighting Design ไม่สอดรับกับพื้นที่ ก็อาจทำให้บรรยากาศและประสบการณ์ของผู้ใช้งานลดลงได้ ในทางกลับกัน การออกแบบแสงที่เหมาะสมก็สามารถยกระดับงานที่ดีอยู่แล้วให้โดดเด่นขึ้นไปอีกขั้น
“แสงคือองค์ประกอบที่ทำให้อาคารมีชีวิต และทำให้ผู้คนอยากใช้เวลาอยู่กับพื้นที่นั้น”
คุณหนุ่ม ธนพงศ์ วิชคำหาญ
Lead Architect Designer, I’ll Design Studio
ในมุมของสถาปนิก คุณหนุ่มพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างแสงกับสถาปัตยกรรมว่า อาคารไม่ได้ถูกออกแบบเพียงเพื่อรองรับกิจกรรม แต่ยังถูกออกแบบเพื่อรองรับ การเปลี่ยนแปลงของแสง ไม่ว่าจะเป็นแสงธรรมชาติในแต่ละช่วงเวลา หรือแสงประดิษฐ์ที่เข้ามาเติมเต็มในช่วงกลางคืน Lighting จึงไม่ใช่สิ่งที่แยกออกจาก Architecture แต่เป็นองค์ประกอบที่ทำให้พื้นที่มีชีวิต มีจังหวะ และมีบุคลิกของตัวเอง
สำหรับคุณหนุ่ม Lighting Design เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของพื้นที่ เพราะแม้อาคารจะได้รับการออกแบบอย่างดี แต่ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ผู้ใช้งานรับรู้คือความรู้สึกว่า พื้นที่แห่งนั้นน่าอยู่หรือไม่ ซึ่งแสงมีบทบาทอย่างมากในการกำหนดบรรยากาศและสร้างประสบการณ์ของการอยู่อาศัย
“Lighting Design คือมิติที่ช่วยเติมเต็มงานสถาปัตยกรรม เพราะแสงไม่ได้มีหน้าที่เพียงทำให้มองเห็น แต่ยังเชื่อมโยงพื้นที่กับผู้คนผ่านความรู้สึกและบรรยากาศที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา”
คุณแอน กนกพร นุชแสง
Design Director, APLD
สำหรับคุณแอน Lighting Design ไม่ใช่เพียงองค์ประกอบที่เข้ามาเติมเต็มงานออกแบบในขั้นตอนสุดท้าย แต่เป็นอีกหนึ่งมิติที่ช่วยทำให้สถาปัตยกรรมสมบูรณ์ขึ้น ทั้งในพื้นที่ภายในและภายนอกอาคาร เพราะแสงสามารถเผยให้เห็นรายละเอียดบางอย่างที่อาจถูกซ่อนอยู่ในช่วงเวลากลางวัน และสร้างการรับรู้ใหม่ให้กับพื้นที่
ในมุมมองของคุณแอน การออกแบบแสงยังเป็นเรื่องของ Connection ระหว่างพื้นที่กับผู้คน ผ่านการสร้างสภาวะทางอารมณ์ (Emotional State) ที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ แสงจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงให้มองเห็น แต่ยังมีบทบาทในการกำหนดบรรยากาศ ความรู้สึก และประสบการณ์ของผู้ใช้งานในเวลาเดียวกัน
อีกสิ่งที่คุณแอนให้ความสำคัญคือการสร้าง Layer of Lighting เพื่อจัดลำดับมิติของแสงและเงาให้พื้นที่มีความลึกและน่าสนใจมากขึ้น โดยการใช้ระบบ Lighting Control ช่วยควบคุมน้ำหนักของแสงให้มีความละเอียดอ่อน สอดคล้องกับการใช้งานในแต่ละช่วงเวลา พร้อมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงานควบคู่กันไป
“เมื่อแสงสามารถถ่ายทอดความรู้สึกของธรรมชาติได้ Lighting Design ก็กลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของ Biophilic Design”
คุณโทนี่ ปิยะพจน์ ภักดีศุภฤทธิ์
Signify Commercial (Thailand) Ltd.
แนวคิดของคุณโทนี่ ปิยะพจน์ ภักดีศุภฤทธิ์ จาก Signify ผู้นำระดับโลกด้านระบบแสงสว่าง (World Leader in Lighting) และบริษัทผู้บริหารแบรนด์ Philips Lighting สะท้อนให้เห็นว่า บทบาทของ Lighting Design ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างความสว่างหรือขับเน้นความงามของสถาปัตยกรรม แต่กำลังก้าวสู่การเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบประสบการณ์ ผ่านนวัตกรรมแสงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคุณภาพของแสงธรรมชาติ เพื่อสร้างพื้นที่ที่ตอบสนองทั้งการใช้งาน สุขภาวะ และวิถีชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน
สำหรับนักออกแบบ แนวคิดนี้ยังชวนให้มอง Lighting Design ในมิติที่กว้างขึ้น เพราะแสงไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบที่เข้ามาเติมเต็มพื้นที่หลังงานออกแบบเสร็จสมบูรณ์ แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกำหนดบรรยากาศ ถ่ายทอดอารมณ์ และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้คนกับธรรมชาติ เมื่อคุณภาพของแสงได้รับการออกแบบอย่างตั้งใจ พื้นที่ก็สามารถยกระดับทั้งประสบการณ์การใช้งานและคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อย่างแท้จริง
“Lighting Design คือมิติที่ 4 ของงานออกแบบ เพราะแสงไม่ได้ทำให้เราแค่มองเห็น แต่ทำให้เรารับรู้และรู้สึกกับพื้นที่ได้ลึกยิ่งขึ้น”
คุณอั้ม ศุภกร เทพวิชัยศิลปกุล
CEO, Dsign Something
คุณอั้มชวนมอง Lighting ผ่านมุมของการสื่อสารงานออกแบบ ในยุคสมัยที่ผู้คนติดตามความงามของสถาปัตยกรรมผ่านภาพถ่าย วิดีโอ และ Social Media มากขึ้นกว่าเดิม แสงกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ผู้คน รับรู้ งานออกแบบได้ใกล้เคียงกับประสบการณ์จริงมากที่สุด
Lighting Design ในปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่ยุค Beyond Lighting แล้ว เพราะบทบาทของแสงไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างความสวยงามหรือบรรยากาศ แต่ยังส่งผลต่ออารมณ์ ความผ่อนคลาย และประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตและการทำงานของผู้คน ผ่านนวัตกรรมด้านแสงที่พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง
แต่ในขณะเดียวกัน งานออกแบบที่ดีไม่ควรสวยเฉพาะเวลาถ่ายภาพ Lighting ที่ดีต้องสามารถทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกดีในทุกช่วงเวลาของการใช้งานจริง ตั้งแต่เช้าจนถึงกลางคืนเพราะท้ายที่สุดแล้ว คุณค่าของงานออกแบบไม่ได้อยู่ที่ภาพสวยเพียงใบเดียว แต่อยู่ที่ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นทุกวันที่ผู้คนใช้ชีวิตอยู่ภายในพื้นที่นั้น
Light Matter
ศิลปะแห่งการผสานแสงสู่งานออกแบบสถาปัตยกรรม
ตลอดทั้งงาน สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของวิทยากรแต่ละท่านแต่เป็นความตั้งใจของ Signify ที่ต้องนำเสนอแสง ที่เป็นประเด็นสำคัญในการสนทนาของวงการสถาปัตยกรรมและการออกแบบ ผ่านเวที Signify the Meaning of Light : Light Matter ศิลปะแห่งการผสานแสงสู่งานออกแบบสถาปัตยกรรม ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาได้ร่วมแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์จากการทำงานจริง
ในวันที่เทคโนโลยีด้านแสงพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว Signify ในฐานะแบรนด์ผู้นำระดับโลกด้านระบบแสงสว่าง ไม่ได้มองบทบาทของแสงเพียงในฐานะโซลูชันเพื่อการให้ความสว่าง แต่เชื่อว่า Lighting Design คือส่วนหนึ่งของการสร้างประสบการณ์ คุณภาพชีวิต และคุณค่าของสถาปัตยกรรม การชวนสถาปนิก นักออกแบบ และคนในแวดวงสร้างสรรค์มาร่วมตั้งคำถาม แลกเปลี่ยน และเรียนรู้ร่วมกัน จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่าการออกแบบแสงกำลังมีบทบาทมากกว่าที่เคย
แม้งานเสวนาจะสิ้นสุดลง แต่บทสนทนาที่เกิดขึ้นบนเวทีในวันนั้นยังคงชวนให้เหล่านักออกแบบได้กลับไปทบทวนคำถามเดิมอีกครั้งว่า หากสถาปัตยกรรมคือการออกแบบประสบการณ์ของผู้คน Lighting ควรเข้ามามีบทบาทตั้งแต่จุดใดของกระบวนการออกแบบ และเราจะใช้ศักยภาพของมันเพื่อยกระดับคุณภาพของพื้นที่ได้อย่างไร เพราะท้ายที่สุดแล้ว แสงอาจไม่ใช่องค์ประกอบที่ผู้คนมองเห็นเป็นอันดับแรก แต่เป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาจดจำความรู้สึกของพื้นที่นั้นได้ยาวนานที่สุด
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.signify.com/th-th
#SignifyThailand #LightMatter #LightingDesign
สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย