TYBS Cafe คาเฟ่นี่ทำระบบ Grid โครงสร้าง สเปซโล่ง เส้นโค้ง สนุกไปด้วยกัน

สถาปัตยกรรมที่ดีอาจไม่ได้เริ่มต้นจากการสร้างรูปทรงที่โดดเด่นที่สุด แต่เริ่มจากการตั้งคำถามว่า พื้นที่แห่งนั้นควรทำให้ผู้คน รู้สึกอย่างไรเมื่อได้เข้ามาเยื่อน?

สำหรับ TYBS (Take Your Best Shot) Cafe คาเฟ่ในจังหวัดนนทบุรี ผลงานออกแบบโดย Mitr Architects และออกแบบภายในโดย Studio Sifah คำตอบไม่ได้ถูกถ่ายทอดผ่านรูปทรงที่ซับซ้อนหรือวัสดุที่หวือหวา หากค่อย ๆ ถูกประกอบขึ้นจากองค์ประกอบพื้นฐานของสถาปัตยกรรม ทั้งโครงสร้าง แสง พื้นผิว ช่องเปิด และภูมิทัศน์โดยรอบ จนกลายเป็นพื้นที่ที่เชื้อเชิญให้ผู้คนค่อย ๆ ซึมซับบรรยากาศมากกว่าจะรีบมองหาจุดเด่นเพียงจุดเดียว

ด้วยที่ตั้งซึ่งอยู่ตรงข้ามคลองชลประทานขนาดใหญ่ ทีมผู้ออกแบบเลือกให้บริบทของพื้นที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของงานสถาปัตยกรรม แทนที่จะสร้างอาคารให้โดดเด่นเหนือสภาพแวดล้อม พวกเขากลับออกแบบให้สถาปัตยกรรมทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับแสง ลม และทิวทัศน์ที่มีอยู่เดิม พร้อมถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวผ่านจังหวะของโครงสร้าง เส้นโค้งที่แทรกอยู่ภายในระบบ Grid และการจัดวางพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติในทุกช่วงเวลาของวัน

ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่เพียงคาเฟ่ที่สวยงาม แต่เป็นสถาปัตยกรรมที่ค่อย ๆ เปิดเผยตัวตนผ่านการใช้งานจริง และแสดงให้เห็นว่าบางครั้ง ความเรียบง่ายที่ผ่านการคิดมาอย่างละเอียด อาจสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำได้มากกว่ารูปทรงที่พยายามดึงดูดสายตาตั้งแต่แรกเห็น

เบื้องหลังโครงการแห่งนี้ยังมีอีกเรื่องที่น่าสนใจ เมื่อเจ้าของเลือกเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อมอบหมายงานให้ทีมสถาปนิกจากเชียงใหม่ หลังประทับใจผลงานร้าน Pluto จนเกิดความเชื่อมั่นในวิธีคิดและภาษาการออกแบบของทีมผู้ออกแบบ แม้ไซต์งานจะอยู่ที่นนทบุรีก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างนักออกแบบและเจ้าของจึงเริ่มต้นจากความไว้ใจ มากกว่าการว่าจ้างเพียงเพื่อสร้างอาคารหนึ่งหลัง

เมื่อมองจากภายนอก TYBS Cafe อาจดูเป็นอาคารที่เรียบง่าย แต่หากสังเกตให้ดีจะพบว่ารูปทรงทั้งหมดถูกควบคุมด้วยระบบ Grid ซึ่งเป็นเหมือนกระดูกสันหลังของโครงการ เส้นตั้งและเส้นนอนของเสาและคานไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรับน้ำหนักอาคาร หากยังกลายเป็นเครื่องมือกำหนดสัดส่วน จังหวะ และขอบเขตขององค์ประกอบทั้งหมด ผนังแต่ละช่วงจึงไม่ได้วางอยู่ในระนาบเดียวกัน แต่ค่อย ๆ ขยับเข้าและออกตามจังหวะของโครงสร้าง เกิดเป็นมิติของแสงและเงาที่เปลี่ยนแปลงไปตามตำแหน่งที่ผู้ใช้งานเดินผ่าน ทำให้อาคารที่ใช้ภาษาทางเรขาคณิตอย่างเรียบง่าย กลับมีมิติที่ชวนมองมากกว่าที่เห็นในครั้งแรก

อย่างไรก็ตาม หากปล่อยให้ Grid ทำหน้าที่เพียงลำพัง อาคารก็คงเต็มไปด้วยความแข็งแรงและความเป็นเหตุเป็นผลแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ สถาปนิกจึงเลือกเติมเส้นโค้งเข้ามาเป็นอีกภาษาหนึ่งของงานออกแบบ ทั้งในส่วนของผนัง Panel ช่องเปิด และ Void ต่าง ๆ เส้นโค้งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อสร้างความโดดเด่น แต่ทำหน้าที่ลดทอนความแข็งของโครงสร้าง เปลี่ยนเส้นตรงที่มีระเบียบให้เกิดจังหวะที่อ่อนโยนขึ้น ราวกับมีอีกชั้นของบุคลิกเข้ามาซ้อนอยู่บนโครงสร้างหลัก ความเป็นผู้หญิงจึงไม่ได้ถูกตีความผ่านการประดับตกแต่ง แต่สะท้อนผ่านความสัมพันธ์ระหว่างเส้นตรงและเส้นโค้ง ที่ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ส่งเสริมกันจนเกิดสมดุล

แนวคิดเดียวกันยังถูกถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้วัสดุ สถาปนิกตั้งใจให้แต่ละอาคารสื่อสารตัวตนด้วย Single Material หรือการใช้วัสดุหลักเพียงชนิดเดียว แทนที่จะปล่อยให้วัสดุหลายประเภทแข่งขันกันเอง วิธีคิดเช่นนี้ทำให้อาคารแต่ละหลังมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งรูปทรงที่ซับซ้อน อาคารหนึ่งเลือกใช้อะลูมิเนียมลายไม้สีน้ำตาลสร้างบรรยากาศอบอุ่น ขณะที่อีกอาคารใช้โทนสีที่แตกต่างออกไปเพื่อสะท้อนฟังก์ชันอีกแบบหนึ่ง วัสดุจึงไม่ได้เป็นเพียงผิวหุ้มอาคาร หากกลายเป็นภาษาที่ช่วยบอกเล่าคาแรกเตอร์ของพื้นที่แต่ละส่วนอย่างเงียบ ๆ

การออกแบบยังได้รับอิทธิพลโดยตรงจากบริบทของพื้นที่ โครงการตั้งอยู่ตรงข้ามคลองชลประทานขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นภูมิทัศน์สำคัญที่มีอยู่ก่อนแล้ว แทนที่จะสร้างอาคารให้เป็นวัตถุโดดเด่นโดดเดี่ยว สถาปนิกกลับเลือกใช้ช่องเปิดกระจกขนาดใหญ่เชื่อมสายตาของผู้ใช้งานออกไปสู่ภายนอก ไม่ว่าจะเป็นวิวคลองด้านหน้า สระน้ำภายในโครงการ หรือพื้นที่สีเขียวโดยรอบ การจัดวางช่องเปิดแต่ละตำแหน่งจึงไม่ใช่เพียงการรับแสงธรรมชาติ แต่เป็นการจัดเฟรมของทิวทัศน์ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ภายในอาคาร ผู้ใช้งานสามารถรับรู้การเปลี่ยนแปลงของแสง ลม และสภาพแวดล้อมในแต่ละช่วงเวลาของวัน โดยที่ขอบเขตระหว่างพื้นที่ภายในกับภายนอกค่อย ๆ เลือนหายไป

เมื่อก้าวเข้าสู่ภายใน สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาไม่ใช่โต๊ะหรือมุมนั่ง แต่คือเคาน์เตอร์กลางร้านที่ได้รับการออกแบบให้ทำหน้าที่มากกว่าเคาน์เตอร์ชงกาแฟ ด้วยขนาดพื้นที่ที่ค่อนข้างใหญ่ ทีมออกแบบจึงเลือกวางองค์ประกอบนี้ไว้ใจกลางอาคาร ให้สามารถมองเห็นได้จากทุกทิศทางราวกับประติมากรรมชิ้นหนึ่ง ผู้ใช้งานไม่ว่าจะเดินเข้ามาจากด้านหน้า ด้านข้าง หรือชั้นบน ต่างก็รับรู้ถึงจุดศูนย์กลางเดียวกัน เคาน์เตอร์จึงกลายเป็นแกนหลักของพื้นที่ ทั้งในแง่การใช้งานและการรับรู้เชิงสถาปัตยกรรม พร้อมทั้งยังเปิดมุมมองเชื่อมต่อไปยังวิวภายนอกได้รอบด้าน ทำให้กิจกรรมภายในร้านไม่เคยตัดขาดจากภูมิทัศน์ภายนอกเลยแม้แต่น้อย

เหนือศีรษะขึ้นไป ฝ้าเพดานยิปซัมดัดโค้งทำหน้าที่เชื่อมพื้นที่ระหว่างชั้นหนึ่งและชั้นสองเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน แทนที่จะใช้ฝ้าเป็นเพียงองค์ประกอบปิดงานระบบ ทีมออกแบบกลับใช้เส้นโค้งต่อเนื่องเส้นเดียวสร้างความรู้สึกไหลลื่นให้กับพื้นที่ สายตาของผู้ใช้งานจึงค่อย ๆ เคลื่อนตามแนวฝ้าโดยไม่รู้ตัว เกิดความต่อเนื่องของประสบการณ์ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาจนถึงพื้นที่ชั้นบน ลดความรู้สึกของการแบ่งพื้นที่แต่ละชั้นให้กลายเป็นอาคารที่มีการไหลเวียนของพื้นที่อย่างเป็นธรรมชาติ

ในขณะเดียวกัน รายละเอียดของพื้นผิวก็ถูกให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ทั้งผนังและฝ้าเลือกใช้ Skim Texture ชนิดเดียวกันตลอดทั้งโครงการ พื้นผิวที่มีความไม่สมบูรณ์แบบเล็กน้อยช่วยให้แสงธรรมชาติตกกระทบเกิดเงาบาง ๆ ตลอดทั้งวัน ความละเอียดของ Texture เหล่านี้อาจไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใช้งานสังเกตเห็นในทันที แต่กลับเป็นองค์ประกอบที่ทำให้พื้นที่มีความนุ่มนวลและให้ความรู้สึกแบบงาน Handmade มากกว่างานที่ผลิตจากเครื่องจักรอย่างสมบูรณ์แบบ แสงจึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงให้ความสว่าง แต่ทำหน้าที่เผยให้เห็นคุณภาพของพื้นผิวที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา

รายละเอียดเล็ก ๆ ภายในอาคารยังถูกออกแบบให้พูดภาษาเดียวกัน เฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นเลือกใช้รูปทรงครึ่งวงกลมและเส้นโค้งที่สอดคล้องกับงานสถาปัตยกรรม แม้แต่มือจับประตูก็ได้รับการออกแบบขึ้นใหม่เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดเดียวกัน สิ่งเหล่านี้อาจดูเป็นรายละเอียดที่เล็กน้อย แต่เมื่อรวมกันกลับสร้างความต่อเนื่องของประสบการณ์ ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกถึงความตั้งใจของงานออกแบบในทุกระดับ ตั้งแต่ภาพรวมของอาคารไปจนถึงจุดที่มือสัมผัสโดยตรง

แม้ภาพสุดท้ายของ TYBS Cafe จะดูสมบูรณ์ แต่กระบวนการออกแบบกลับเต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างเจ้าของและสถาปนิก ทีมออกแบบอธิบายว่าโครงการนี้เป็นการทำงานร่วมกันแบบ “50/50” หลายองค์ประกอบถูกปรับเปลี่ยนระหว่างก่อสร้าง จากเดิมที่ตั้งใจปลูกต้นไม้หลายต้นเพื่อให้เกิดเงาของใบไม้เคลื่อนไหวบนผนัง เจ้าของเลือกเปลี่ยนพื้นที่ส่วนนั้นเป็นน้ำตกแทน ขณะที่บันไดภายนอกก็ถูกปรับให้เป็นบันไดโค้งไม้สำหรับนั่งชมวิวและถ่ายภาพ รวมถึงป้ายไฟสีน้ำเงินที่เพิ่มเข้ามาในช่วงกลางคืน เพื่อสร้างจังหวะของสีให้แตกต่างจากโทนอบอุ่นของอาคาร สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าพื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เติบโตจากแบบก่อสร้างเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสนทนา การทดลอง และการยอมเปิดพื้นที่ให้เจ้าของได้เติมตัวตนของตนเองลงไป

ด้วยระยะทางระหว่างสำนักงานที่เชียงใหม่และไซต์งานที่นนทบุรี การควบคุมงานก่อสร้างจึงเป็นอีกความท้าทายหนึ่ง ทีมออกแบบต้องอาศัยการส่งตัวอย่างวัสดุจริงไปให้เจ้าของสัมผัสก่อนตัดสินใจ รวมถึงสื่อสารรายละเอียดผ่านภาพและตัวอย่างอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีบางรายละเอียดหน้างานที่ควบคุมได้ไม่เต็มร้อย เช่น งานระบบหรือการเดินท่อบางตำแหน่ง แต่ข้อจำกัดเหล่านี้ก็สะท้อนความจริงของวิชาชีพสถาปนิก ที่ต้องประสานงานกับผู้คนหลากหลายฝ่าย และยอมรับว่าสถาปัตยกรรมที่สร้างเสร็จจริง ย่อมมีชีวิตของมันเองแตกต่างจากภาพในแบบก่อสร้างเสมอ

ท้ายที่สุดแล้ว TYBS Cafe ไม่ได้โดดเด่นเพราะเส้นโค้งเพียงอย่างเดียว หรือเพราะการเลือกใช้วัสดุอย่างพิถีพิถัน หากแต่เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมที่เริ่มต้นจากโครงสร้างอันเป็นระเบียบ ก่อนค่อย ๆ เติมความอ่อนโยนผ่านรูปทรง แสง พื้นผิว และภูมิทัศน์โดยรอบ ขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้เจ้าของได้มีส่วนร่วมในการกำหนดบุคลิกของสถานที่แห่งนี้อย่างแท้จริง จนเกิดเป็นอาคารที่ไม่ได้สะท้อนเพียงแนวคิดของผู้ออกแบบ หากยังสะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานไปพร้อมกัน และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ TYBS Cafe ไม่ได้เป็นเพียงคาเฟ่แห่งหนึ่งในนนทบุรี แต่เป็นพื้นที่ที่แสดงให้เห็นว่า สถาปัตยกรรมที่ดีไม่จำเป็นต้องควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในแบบ หากต้องรู้จักปล่อยให้สถานที่ค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ภายในนั้น

Project location : Prakai Bangyai, Nonthaburi, Thailand
Building type : Cafe
Area : 405 sq.m.
Owner : @sarocha
Architect : Mitr Architects
Interior designer : Studio Sifah
Structure engineer : Pilawan Piriyapokthai

Picture of Haemarat C.

Haemarat C.

สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย

Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading