ช่วงนี้ถ้าใครได้ยินข่าวเรื่องแผนการรื้อถอน “หอพักอ่างแก้ว” ของ มช. ก็น่าจะเห็นแรงกระเพื่อมและความรู้สึกเสียดายของใครหลายคน
ถ้ามองผ่านๆ อาคารหลังนี้อาจดูเหมือนแค่หอพักคอนกรีตเก่าอายุกว่า 60 ปี แต่ถ้าเราถอยออกมามองในมิติประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ตึกหลังนี้ไม่ได้เป็นแค่ที่พักอาศัยในอดีต แต่มันคือ บันทึกหน้าหนึ่งของยุคสมัย และเรื่องราวชีวิตของสถาปนิกนอกตำราที่น่าทึ่งที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย
เบื้องหลังเส้นสายคอนกรีตที่ทั้งดิบและโมเดิร์นของหอพักอ่างแก้ว คือผลงานของคุณอมร ศรีวงศ์
เรื่องราวของเขาเริ่มต้นจากการเลือกเดินตามหัวใจรักด้านศิลปะและสถาปัตยกรรม ยอมเปลี่ยนตัวเองจากเส้นทางธุรกิจของครอบครัว และก้าวเข้าสู่ไซต์งานก่อสร้าง ด้วยพรสวรรค์ ความช่างสังเกต และการคลุกคลีอยู่กับหน้างานจริง ทำให้เขาเข้าใจพฤติกรรมโครงสร้างทางวิศวกรรมอย่างลึกซึ้งถึงแก่นขององค์ความรู้
นายช่างรุ่นเก่ามักเล่าว่า บางครั้งคุณอมรแก้แบบและสเก็ตช์ไอเดียสดๆ บน “ถุงปูนซีเมนต์” หน้างาน นั่นทำให้เขากลายเป็นสถาปนิกนอกกรอบที่ไม่เคยมีใบปริญญาสถาปัตย์ แต่กลับเข้าใจสัจจะของคอนกรีตและการก่อสร้างได้อย่างแม่นยำและกล้าหาญที่สุดคนหนึ่งของประเทศ
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อคุณอมรได้ร่วมงานกับ ดร.สตางค์ มงคลสุข ปูชนียบุคคลผู้วางรากฐานการขยายโอกาสทางการศึกษา ด้วยการบุกเบิกมหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาค ทั้ง มช., มข. และ มอ. คุณอมรคือมือขวาที่ ดร.สตางค์ ไว้วางใจให้ออกแบบอาคารสำคัญทั่วประเทศ ในยุคที่งานสถาปัตยกรรมส่วนกลางยังยึดติดกับรูปแบบ ‘ไทยประยุกต์’ แต่งานออกแบบของคุณอมรที่ มช. กลับกล้าที่จะก้าวสู่ความเป็นสากลด้วยภาษา Modern & Brutalist Architecture
กลับมาที่อาคารหอพักอ่างแก้ว (พ.ศ. 2508) นี่คือภาพแทนของ “ยุคสมัยแห่งความก้าวหน้า” ที่มหาวิทยาลัยในภูมิภาคกล้าประกาศอิสรภาพทางความคิดและการออกแบบที่ล้ำสมัย
เข้าประเด็นเลย จากการสังเกตคอมเมนต์ในโลกออนไลน์ หลายคนอาจจะมีคำถามนี้ในใจขึ้นมา และผมคิดว่าเป็นคำถามที่แฟร์และชวนคิดมากว่า
“ทำไมตึกเก่าถึงเพิ่งมาสำคัญ… ตอนที่เขากำลังจะโดนทุบ?”
และถ้าเรายอมรับกันตรงๆ ผมคิดว่ามันเป็นคำถามที่จริงใจ แฟร์ และเป็นกระจกสะท้อนสังคมที่ดีมากครับ…
เพราะในความเป็นจริง พวกเราหลายคนอาจจะ “หลงลืม” ที่จะพูดถึง ไม่ได้ช่วยกันส่งเสียง หรือชื่นชมและหวงแหนคุณค่าของอาคารเหล่านี้ในเวลาปกติจริงๆ
เราคุ้นชินกับการมองตึกเก่าเป็นแค่ฉากหลังที่ผ่านตาในชีวิตประจำวัน มองผ่านสภาพการใช้งานเดิมที่เริ่มทรุดโทรม จนกระทั่งวันที่ข่าวการรื้อถอนมาถึง วันที่รถแบคโฮหรือหัวเจาะคอนกรีตกำลังจะเริ่มทำงาน เราถึงเพิ่งตกใจและตระหนักได้ว่า ภายใต้คราบฝุ่นและผิวปูนเก่าๆ ตึกบางหลังคือ “บันทึกประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต” ที่หากพังทลายลงไปแล้ว เราจะไม่สามารถสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้อีก
แต่ในความเป็นจริง ทางเลือกของอาคารเก่าไม่ได้มีแค่ 2 ทาง ระหว่าง
Option 1 ปล่อยให้พังตามกาลเวลา
Option 2 ทุบทิ้งเพื่อสร้างตึกใหม่
แต่… ในโลกสถาปัตยกรรมร่วมสมัย เรายังมีทางออก Option 3 ที่สามารถเป็นไปได้
นั่นคือ “Adaptive Reuse” หรือการชุบชีวิตโครงสร้างเดิมให้รองรับการใช้งานใหม่ในปัจจุบัน
ถ้าเรามองโครงสร้างของหอพักอ่างแก้วจริงๆ โครงสร้างเสาคานและช่วงพาดที่ออกแบบไว้ มีความยืดหยุ่นสูงมาก ผังอาคารที่ตรงไปตรงมาทำให้เราสามารถรื้อผนังเบา จัดสรรพื้นที่ภายในใหม่ เอื้อให้เราปรับปรุงพื้นที่ภายในใหม่เพื่อรองรับการใช้งานในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างอิสระ
อีกข้อดีที่นึกออก คือการเลือกเก็บโครงสร้างเดิมไว้ ยังช่วยลด “คาร์บอนแฝง” จากการทุบทำลายและการผลิตวัสดุใหม่ได้อย่างมหาศาล แถมยังรักษาจิตวิญญาณและความทรงจำร่วมของพื้นที่ Spirit of Place เอาไว้ได้ด้วย
ผมขอปิดท้ายด้วยมุมมองของ Thomas Heatherwick ดีไซน์เนอร์ระดับโลก ที่เคยพูดไว้โดนใจผมมาก
“The evidence is clear that when people don’t love buildings, they’re more likely to demolish them.” – หลักฐานมันชัดเจนมากว่า เมื่อผู้คนไม่ได้รักอาคาร พวกเขาก็พร้อมที่จะทุบมันทิ้งได้ง่ายกว่าเสมอ
เพราะในความเป็นจริง ต่อให้อาคารสร้างใหม่จะประหยัดพลังงาน ไฮเทค หรือดีต่อธุรกิจแค่ไหน แต่ถ้ามันไร้จิตวิญญาณ ไร้เสน่ห์ และผู้คนไม่ได้รู้สึกผูกพัน ไม่กี่สิบปีมันก็พร้อมจะถูกทุบทิ้งเป็นขยะกองโตอยู่ดี
ตรงกันข้าม ตึกที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ความทุ่มเท ความกล้าหาญ และความทรงจำร่วมของผู้คน…
แม้ในเวลาปกติเราอาจจะเผลอหลงลืมไปบ้าง แต่ในวันที่ตึกเหล่านี้กำลังจะหายไป ความรู้สึกผูกพันจะเตือนให้เรารู้ว่า นี่คือสิ่งที่เราอยากช่วยกันดูแล ซ่อมแซม และอยากให้อยู่ต่อ ไม่ใช่แค่ 50 ปี แต่อาจยาวนานเป็น 100 ปี หรือ 1,000 ปีข้างหน้า
ถ้าเราเชื่อว่า “ตึกที่มีเรื่องราวและผู้คนรัก ควรมีโอกาสได้ไปต่อ”ในมุมมองของคุณ อยากเห็นหอพักอ่างแก้วหลังนี้ ฟื้นคืนชีพกลับมาทำหน้าที่อะไรสำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต?
ขอบคุณรูปภาพจาก เพจ ทีมมช by AutoBot
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.