Baan Marr ความสงบ ที่ถูกออกแบบผ่านสเปซ แสง และจังหวะของการอยู่อาศัย

ท่ามกลางผืนหญ้าที่ทอดยาวไปจนถึงแนวน้ำ บ้านชั้นเดียวหลังหนึ่งวางตัวอย่างสงบนิ่งไปกับภูมิทัศน์โดยรอบ 
Baan Marr
บ้านพักอาศัยบนที่ดินขนาด 2 ไร่ ออกแบบโดย Studionomad ถ่ายทอดแนวคิดการอยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญกับความสงบทั้งในแง่ของสภาพแวดล้อมและความรู้สึกของผู้ใช้งาน ภายใต้โจทย์การใช้ชีวิตแบบ Hybrid Living ของเจ้าของบ้าน ที่ต้องการพื้นที่พักผ่อนซึ่งมีความเป็นส่วนตัวสูง ขณะเดียวกันยังสามารถรองรับการทำงานจากที่บ้าน รวมถึงการเข้าพักของพนักงานและแขกผู้มาเยือน

ด้วยความต้องการที่มีทั้งมิติของการพักอาศัยและการทำงาน แนวคิดของบ้านหลังนี้จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการจัดวางพื้นที่ให้ครบตามการใช้งาน แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกคล้ายการพักผ่อนในรีสอร์ท โดยอาศัยการวางผังอย่างเป็นระบบ การเปิดรับธรรมชาติ และการใช้แสงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการกำหนดบรรยากาศของสถาปัตยกรรม

จุดเริ่มต้นของการออกแบบ Baan Marr คือการจัดการพื้นที่ให้รองรับรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย โดยแบ่งผังอาคารออกเป็น 4 โซนหลัก ซึ่งสามารถทำงานแยกจากกันได้อย่างเป็นอิสระ ลดการรบกวนระหว่างพื้นที่ที่มีลักษณะการใช้งานแตกต่างกัน ตั้งแต่พื้นที่ใช้งานหนักบริเวณด้านหน้า ไปจนถึงพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวและห้องพักสำหรับผู้มาเยือน

บริเวณด้านหน้าสุดของอาคารเป็นพื้นที่จอดรถและออกกำลังกาย ซึ่งรองรับกิจกรรมที่มีความเคลื่อนไหวมากกว่าโซนอื่น ๆ ถัดเข้ามาเป็นพื้นที่นั่งเล่นหลักและส่วนบริการที่ทำหน้าที่รองรับการต้อนรับแขก รวมถึงการทำงานจากที่บ้าน ขณะที่พื้นที่พักผ่อนส่วนตัวของเจ้าของบ้านได้รับการจัดวางแยกออกไป เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย

อีกส่วนหนึ่งคือห้องนอนแขกภายนอกจำนวน 4 ห้อง ซึ่งรองรับทั้งพนักงานและแขกผู้มาเยือน การแยกพื้นที่เหล่านี้ออกจากส่วนพักอาศัยหลักช่วยให้บ้านสามารถรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกกิจกรรมเชื่อมต่ออยู่ในพื้นที่เดียวกัน

องค์ประกอบที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงพื้นที่ทั้งหมดเข้าด้วยกันคือ ทางเดินกึ่งภายนอก (Semi-Outdoor) ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางสัญจรระหว่างโซน แต่ยังทำหน้าที่เป็นแกนกลางของผังอาคาร ช่วยแบ่งขอบเขตการใช้งาน พร้อมเปิดช่องทางให้ลมและแสงธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ส่วนกลางของบ้าน การเดินผ่านแต่ละส่วนจึงเกิดขึ้นท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ยังคงเชื่อมโยงกับธรรมชาติภายนอก

นอกจากการจัดแบ่งพื้นที่ตามลักษณะกิจกรรมแล้ว Baan Marr ยังให้ความสำคัญกับทิศทางการมองเห็น โดยเลือกเปิดรับและจำกัดมุมมองให้สอดคล้องกับระดับความเป็นส่วนตัวของแต่ละพื้นที่ ทำให้ทัศนียภาพโดยรอบไม่ได้ถูกนำมาใช้ในรูปแบบเดียวกันตลอดทั้งโครงการ แต่ถูกตีความผ่านประสบการณ์ที่แตกต่างกันของผู้ใช้งาน

พื้นที่กึ่งสาธารณะอย่างห้องนั่งเล่นหลักและสระว่ายน้ำเปิดรับวิวทะเลสาบอย่างกว้างขวาง ทำให้พื้นที่ส่วนนี้สามารถเชื่อมต่อกับภูมิทัศน์ภายนอกได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ตกที่ทัศนียภาพกลายเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศการพักผ่อน

ในทางกลับกัน ห้องนอนหลักซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวสูงสุดกลับเลือกหันเข้าสู่คอร์ทยาร์ดสวนกลางบ้าน แทนการเปิดรับวิวภายนอกโดยตรง การวางตำแหน่งเช่นนี้ช่วยสร้างสภาวะที่สงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้น พร้อมนำธรรมชาติเข้ามาเป็นองค์ประกอบของพื้นที่พักผ่อนผ่านสวนภายใน

ขณะที่ห้องนอนแขกทั้ง 4 ห้องได้รับการจัดวางให้มองเห็นแนวสวนที่ทอดยาวขนานไปกับตัวห้อง เกิดเป็นมุมมองที่เชื่อมโยงกับพื้นที่สีเขียวอย่างต่อเนื่อง ความแตกต่างของทิศทางการมองเห็นในแต่ละโซนจึงสะท้อนวิธีคิดที่ไม่ได้มองบ้านเป็นเพียงพื้นที่ที่เปิดรับทัศนียภาพโดยรอบ แต่เป็นการกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผู้พักอาศัยกับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับกิจกรรมและระดับความเป็นส่วนตัว

ภายใต้ภาพรวมของบ้านที่ใช้โทนสีเดียวเป็นองค์ประกอบต่อเนื่องทั้งโครงการ Studionomad เลือกใช้แสงธรรมชาติเป็นตัวแปรสำคัญในการสร้างความหลากหลายให้กับพื้นที่ แทนที่จะพึ่งพาความแตกต่างของสีหรือวัสดุจำนวนมาก การออกแบบจึงให้ความสำคัญกับทิศทางของแสง ช่องเปิด และระยะลึกของหลังคา ซึ่งทำงานร่วมกับพื้นผิวของสถาปัตยกรรมเพื่อสร้างมิติที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา

ผนังที่ฉาบด้วยผงหินอ่อนและพื้นผิว Micromarmo floor ช่วยรองรับการเปลี่ยนแปลงของแสงและเงา ด้วยพื้นผิวที่ไม่ได้เรียบจนปราศจากรายละเอียด เมื่อแสงตกกระทบลงบนวัสดุจึงเกิดเฉดความสว่างและความมืดที่แตกต่างกันไปตามทิศทางและช่วงเวลาของวัน

ในช่วงกลางวัน แสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านช่องเปิดและกิ่งก้านของต้นไม้บริเวณคอร์ทยาร์ดกลางบ้าน ซึ่งทำหน้าที่เป็นโถงต้อนรับหลัก ก่อให้เกิดเงาของใบไม้ที่ทอดตัวลงบนพื้นผิวโทนสีเดียว เงาเหล่านี้เคลื่อนไหวไปตามสายลม สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับพื้นที่โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มองค์ประกอบตกแต่งอื่นเข้ามา

ขณะเดียวกัน ผิวน้ำจากบ่อน้ำบริเวณ Foyer และสระว่ายน้ำกลางแจ้งยังทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างบรรยากาศ เมื่อแสงตกกระทบลงบนผิวน้ำและสะท้อนขึ้นไปยังผนังหรือฝ้าเพดาน เงากระเพื่อมที่เกิดขึ้นช่วยเพิ่มความเคลื่อนไหวและมิติให้กับสเปซ เกิดเป็นรายละเอียดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอย่างเป็นธรรมชาติ

หากแสงธรรมชาติเป็นองค์ประกอบที่ทำให้พื้นที่เกิดความเคลื่อนไหวในช่วงกลางวัน การออกแบบแสงในช่วงเย็นและกลางคืนก็เข้ามาทำหน้าที่เปลี่ยนผ่านบรรยากาศของบ้าน โดยยังคงใช้พื้นผิวและโทนสีของสถาปัตยกรรมเป็นองค์ประกอบหลักในการรับแสง

ในช่วงเย็น แสงเฉียงจากทิศตะวันตกที่ตกกระทบผนังบริเวณโถงนั่งเล่นสร้างเงาที่มีความลึกมากขึ้น ทำให้พื้นผิวของผนังและระนาบต่าง ๆ แสดงมิติที่เข้มข้นกว่าช่วงกลางวัน แสงที่เปลี่ยนทิศทางจึงไม่ได้เพียงทำให้พื้นที่สว่างขึ้นหรือมืดลง แต่ยังเปลี่ยนความรู้สึกของสเปซผ่านความสัมพันธ์ระหว่างแสง เงา และพื้นผิว

เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางคืน บรรยากาศของบ้านถูกปรับเปลี่ยนด้วย Lighting Design ที่เลือกใช้การเน้นแสงเฉพาะจุด แทนการกระจายแสงสว่างอย่างทั่วถึงทั้งพื้นที่ การให้แสงกับ Texture ของผนังและระนาบฝ้าเพดานช่วยดึงรายละเอียดของวัสดุออกมา พร้อมสร้างจังหวะระหว่างพื้นที่ที่ได้รับแสงกับบริเวณที่ยังคงอยู่ในเงามืด

วิธีการออกแบบแสงเช่นนี้ทำให้บ้านมีบรรยากาศที่แตกต่างจากช่วงกลางวันอย่างชัดเจน แม้จะยังคงใช้โทนสีและองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมชุดเดิม แต่การเปลี่ยนแปลงของแสงกลับทำให้พื้นที่มีอารมณ์และมิติที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา

นอกเหนือจากการจัดการพื้นที่และบรรยากาศภายในแล้ว รูปทรงของ Baan Marr ยังสะท้อนแนวคิดเรื่องความสงบผ่านการวางตัวของอาคารที่เรียบง่ายและแผ่กว้างไปตามรูปทรงของที่ดิน การออกแบบเลือกใช้แนวผนังเส้นตรงเท่าที่จำเป็น พร้อมจัดเรียงสัดส่วนขององค์ประกอบต่าง ๆ อย่างประณีต เพื่อให้สถาปัตยกรรมกลมกลืนไปกับภูมิทัศน์โดยรอบ

แผ่นหลังคาคอนกรีตบางที่ยื่นยาวออกจากตัวอาคารเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยกำหนดภาพรวมของบ้าน นอกจากทำหน้าที่เป็นแผงบังแดดแล้ว การยื่นของหลังคายังช่วยลดทอนความรู้สึกหนักของมวลอาคาร ทำให้รูปทรงดูเบาและต่อเนื่องไปกับพื้นที่ภายนอก

แนวหลังคาที่ยื่นยาวทำหน้าที่เสมือนกรอบสายตา ช่วยขับเน้นความกว้างของผืนน้ำและผืนหญ้า ขณะที่แนวผนัง สัดส่วนของหลังคา และการจัดวางพื้นที่ ล้วนถูกเรียบเรียงให้สัมพันธ์กับภูมิทัศน์โดยรอบ จนเกิดเป็นประสบการณ์ที่ต่อเนื่องตั้งแต่การเดินผ่านพื้นที่กึ่งภายนอก การพักผ่อนภายในห้องนอน ไปจนถึงช่วงเวลาที่เปิดรับวิวทะเลสาบ

Baan Marr ได้ถ่ายทอดความสงบผ่านองค์ประกอบที่ทำงานร่วมกันอย่างพอดี ตั้งแต่การแบ่งพื้นที่ การกำหนดมุมมอง ไปจนถึงแสงธรรมชาติและความสัมพันธ์กับธรรมชาติรอบบ้าน ภายใต้รูปทรงที่เรียบง่าย รายละเอียดเหล่านี้ค่อย ๆ สร้างจังหวะของการอยู่อาศัยที่แตกต่างกันไปตามช่วงเวลา ทำให้ความสงบไม่ได้เกิดจากความนิ่งของสถาปัตยกรรมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากประสบการณ์ที่บ้านค่อย ๆ ถ่ายทอดออกมาในแต่ละช่วงของวัน

Project Name: Baan Marr
Architecture Firm: Studionomad
Firm Location: 17 Soi Phattanakarn 13 Phattanakarn Rd. Suanluang, Bangkok 10250
Completion Year : 2026
Gross Built Area: 1,660sqm.
Project location: Bangkok, Thailand
Photographer credits: Rungkit Charoenwat

Picture of Haemarat C.

Haemarat C.

สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย

Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading