Fashion Design Rangsit University ห้องเรียนที่เปิดโอกาสให้ความคิดสร้างสรรค์
เติบโตเป็นตัวตนของนักออกแบบ

ทุกเทรนด์ ล้วนเริ่มต้นจากคนที่กล้าคิดต่าง ในโลกของแฟชั่นที่เทรนด์หมุนเร็วขึ้นทุกวัน ศิลปะ ศาสตร์ของการออกเครื่องแต่งกายอาจไม่ใช่เรื่องของการรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่กำลังเป็นที่นิยม เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะเมื่อสิ่งหนึ่งกลายเป็นเทรนด์ ก็ย่อมมีใครบางคนคิดมันขึ้นมาก่อนหน้าเสมอ คำถามจึงอาจไม่ใช่เพียงว่าเราจะตามความเปลี่ยนแปลงของโลกให้ทันได้อย่างไร แต่คือเราจะสร้างคนที่กล้าคิดก่อนความเปลี่ยนแปลงนั้นได้อย่างไร?

นี่คือคำถามที่ทำให้การเรียนแฟชั่นไปไกลกว่าการเรียนรู้เรื่องของเครื่องแต่งกาย เพราะเบื้องหลังนักออกแบบหนึ่งคนไม่ได้มีเพียงทักษะการตัดเย็บ แพตเทิร์น หรือการสร้างคอลเลกชัน แต่ยังรวมถึงวิธีคิด ความกล้าที่จะตั้งคำถาม และความสามารถในการนำไอเดียที่ยังอยู่ในหัว มาพัฒนาให้กลายเป็นผลงานที่จับต้องได้

ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา โลกแฟชั่นเปลี่ยนแปลงไปนับครั้งไม่ถ้วน แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงชัดเจนสำหรับสาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์ วิทยาลัยการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต คือการยืนอยู่บนความเชื่อว่า นักออกแบบไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงผู้ตามความเปลี่ยนแปลง หากสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ ด้วยแนวคิดการสร้าง Creative Leader นักออกแบบที่ไม่ได้ถูกสอนให้เดินตามสิ่งที่มีอยู่แล้ว แต่ได้รับการผลักดันให้คิดนอกกรอบ ทดลอง และก้าวนำไปข้างหน้าอยู่เสมอ

Fashion Design Rangsit University พื้นที่แห่งการคิด ทดลอง และสร้างสรรค์

สาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์ มหาวิทยาลัยรังสิต เริ่มต้นขึ้นในปีพ.ศ. 2544 ในฐานะสาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์แห่งแรกของสถาบันการศึกษาเอกชน ก่อนจะพัฒนามาเป็นส่วนหนึ่งของวิทยาลัยการออกแบบในปัจจุบัน ตลอดระยะเวลา 25 ปี สิ่งที่ทำให้คณะยังคงมีตัวตนอย่างชัดเจน ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากระยะเวลาที่ดำเนินการมาอย่างยาวนาน แต่เกิดจากการเลือกยืนอยู่บนจุดยืนที่ค่อนข้างชัดตั้งแต่ต้น นั่นคือการมอง “ความคิดสร้างสรรค์” เป็นหัวใจสำคัญของการเรียนแฟชั่น

ภายใต้ปรัชญาการศึกษาที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียน “คิดเป็น ทำเป็นอย่างมืออาชีพ” พร้อมพัฒนาศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละบุคคล การเรียนแฟชั่นจึงไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงการเรียนรู้ว่าเสื้อผ้าควรถูกออกแบบหรือผลิตอย่างไร แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนได้ทดลองกับความคิดและค้นหาภาษาของตัวเอง เพราะสำหรับคณะแล้ว นักออกแบบที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ตอบคำถามเดิมได้เก่งที่สุด หากต้องเป็นคนที่สามารถตั้งคำถามใหม่ได้ด้วย

แนวคิดนี้ทำให้ผลงานของนักศึกษาคณะแฟชั่น มหาวิทยาลัยรังสิต มักมีภาพจำที่แตกต่างจากแฟชั่นในกระแสทั่วไป หลายผลงานมีความเป็น Art และ Creative Fashion Design ที่ชัดเจน บางครั้งอาจดูแปลกใหม่ ล้ำสมัย หรือท้าทายกรอบของเสื้อผ้าที่คุ้นเคย และนี่เองที่ทำให้ผลงานของนักศึกษาในช่วงหนึ่งได้รับการพูดถึงในฐานะผลงานที่มีความ Cutting Edge ของช่วงต้นศตวรรษที่ 21

ความแตกต่างจึงไม่ได้เกิดขึ้นจากความต้องการ ทำให้แปลก แต่เกิดจากวิธีคิดที่อนุญาตให้นักศึกษาเดินออกจากคำตอบที่คุ้นเคย เพื่อทดลองว่าแฟชั่นจะสามารถไปได้ไกลกว่าการเป็นเพียงสิ่งที่สวมใส่ในชีวิตประจำวันหรือไม่ ตั้งแต่ Art to Wear, Conceptual Fashion Design, Creative Ready-to-Wear, Costume Design ไปจนถึง Textile Art ล้วนเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกคิดและสร้างสรรค์ผ่านแฟชั่นในมิติที่หลากหลาย

เพราะท้ายที่สุดแล้ว การเรียนรู้ที่จะคิดให้ไกลกว่าสิ่งที่มีอยู่ ไม่ได้หมายความว่าทุกผลงานจะต้องกลายเป็นเสื้อผ้าที่คนทั้งโลกสวมใส่ แต่การฝึกคิดในพื้นที่ที่ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปต่างหาก ที่อาจทำให้นักออกแบบคนหนึ่งมีความสามารถในการสร้างคำตอบใหม่ได้ดีกว่าเดิม

From Vision to Reality เมื่อความคิดไม่ได้หยุดอยู่แค่ความคิด แต่กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

คำว่า Creative Leader ไม่ได้หมายถึงเพียงการเป็นนักออกแบบที่มีความคิดสร้างสรรค์ แต่หมายถึงการมีความกล้าที่จะนำความคิดนั้นไปข้างหน้า ในวันที่แฟชั่นสามารถถูกผลิตซ้ำได้อย่างรวดเร็ว การมีทักษะเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการมีจุดยืนของตัวเอง และสามารถอธิบายได้ว่าทำไมเราจึงเลือกออกแบบสิ่งนั้น

นี่เป็นเหตุผลที่การเรียนแฟชั่นที่นี่ให้ความสำคัญกับการคิดนอกกรอบ หรือ Think Out of the Box ไม่ใช่เพื่อสร้างความแตกต่างในเชิงรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว แต่เพื่อฝึกให้นักศึกษากล้าตั้งคำถามกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว แล้วนำไปสู่การทดลองที่อาจยังไม่มีใครทำมาก่อน เพราะการเป็น Pioneer ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นคนแรกในทุกเรื่อง หากคือการมีความกล้าที่จะเปิดทางไปในทิศทางที่ยังไม่มีใครรับรองว่าถูกต้อง

เมื่อมองย้อนกลับไปตลอด 25 ปี จุดยืนดังกล่าวจึงไม่ได้อยู่เพียงในคำอธิบายของหลักสูตร แต่ปรากฏผ่านผลงานของนักศึกษาที่พยายามผลักขอบเขตของแฟชั่นออกไปอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นเหมือนวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่บอกกับนักศึกษาว่า ความใหม่ ไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนรูปลักษณ์ของสิ่งเดิมเพียงเล็กน้อย แต่เกิดจากการกล้าคิดใหม่ตั้งแต่ต้นทาง

และเมื่อความคิดนั้นสามารถพัฒนาไปสู่ผลงานจริงได้ นักออกแบบก็ไม่ได้เป็นเพียงผู้รับมือกับเทรนด์ที่เปลี่ยนไป แต่มีโอกาสกลายเป็นหนึ่งในคนที่สร้างทิศทางใหม่ให้กับวงการงานออกแบบแฟชั่น

25 Year of Creativity กับการสร้างคนที่กล้าสร้างตัวตน

แน่นอนว่า ความคิดสร้างสรรค์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้นักออกแบบเติบโตได้ หากไม่สามารถเปลี่ยนความคิดนั้นให้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ การเรียนตลอด 4 ปีของคณะแฟชั่นจึงค่อย ๆ พานักศึกษาเดินทางจาก พื้นฐาน ไปสู่การสร้างตัวตนของตัวเองอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

Dsign Something ได้มีโอกาสร่วมพูดคุยกับ อาจารย์แฮม ไกรกช เสรีดีเลิศ หัวหน้าสาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์ วิทยาลัยการออกแบบ ทำให้เราเห็นภาพของแนวคิดการเรียนการสอนที่ไม่ได้มุ่งสร้างนักออกแบบให้คิดหรือทำงานไปในทิศทางเดียวกันสาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์ มหาวิทยาลัยรังสิต แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาแต่ละคนได้ทดลอง ค้นหา และพัฒนาความคิดของตัวเอง ผ่านการเรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงการสร้างผลงานจริง

โดยปีแรก ของการศึกษาจะเป็นการเริ่มต้นจาก การทำความเข้าใจพื้นฐานของงานออกแบบ ทั้งพื้นฐานการตัดเย็บและแพตเทิร์นเบื้องต้น เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจโครงสร้างและภาษาของเสื้อผ้า ก่อนจะค่อย ๆ ขยับจากการ ทำให้เป็น ไปสู่การ คิดให้เป็น

ในปีที่สอง ผ่านการออกแบบเชิงสร้างสรรค์และการเรียนรู้ประวัติศาสตร์แฟชั่น ซึ่งช่วยเปิดมุมมองให้เห็นว่าแฟชั่นไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่สัมพันธ์กับศิลปะ สังคม วัฒนธรรม และบริบทของแต่ละยุคสมัย

เมื่อพื้นฐานและวิธีคิดเริ่มแข็งแรง ปีที่สาม จึงเข้าสู่การสร้างคอลเลคชั่น นักศึกษาได้เรียนรู้การรวบรวมความคิดให้กลายเป็นระบบ ตั้งแต่การพัฒนาแนวคิด การเลือกวัสดุ การออกแบบ ไปจนถึงการทำให้คอลเลคชั่นหนึ่งมีทิศทางและเรื่องราวที่ชัดเจน

ก่อนจะเดินทางมาถึงปีที่สี่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาของศิลปะนิพนธ์ การนำองค์ความรู้ทั้งหมดที่สะสมมาตลอด 4 ปีมาพัฒนาเป็นผลงานที่สะท้อนตัวตนของแต่ละคน และขยับไปสู่สิ่งที่มากกว่าการออกแบบเสื้อผ้า นั่นคือการคิดต่อในเรื่อง Branding และการสร้างตัวตนให้สามารถอยู่ในโลกจริงได้

กระบวนการทั้งหมดจึงอาจมองได้เหมือนการเดินทางจาก Vision to Reality จากความคิดที่ยังไม่มีรูปร่าง ไปสู่ผลงานที่สามารถสื่อสารกับผู้คนได้ และท้ายที่สุดไปสู่การสร้างแบรนด์หรือแนวทางการทำงานของตัวเอง เพราะเป้าหมายของการเรียนแฟชั่นไม่ได้หยุดอยู่ที่การทำให้นักศึกษาสามารถออกแบบคอลเลคชั่นหนึ่งได้สำเร็จ แต่คือการเตรียมความพร้อมให้พวกเขาสามารถนำความคิดนั้นออกไปสร้างคุณค่าในโลกจริง

Fashion Design คณะที่สอนให้คิดต่าง ทำก่อน และสร้างสิ่งใหม่อยู่เสมอ

ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เรื่องราวของคณะแฟชั่น มหาวิทยาลัยรังสิต จึงไม่ได้ถูกบันทึกอยู่เพียงในห้องเรียนหรือบนผลงานของนักศึกษา หากยังปรากฏอยู่ในวงการแฟชั่นผ่านศิษย์เก่าที่เติบโตและสร้างเส้นทางของตัวเองในหลากหลายรูปแบบ

วาระครบรอบ 25 ปี ที่ผ่านมา จึงเป็นมากกว่าการเฉลิมฉลองตัวเลขของระยะเวลา แต่เป็นโอกาสที่ศิษย์เก่าจากหลากหลายรุ่นและหลากหลายเส้นทางได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง พร้อมกับชื่อของแบรนด์และนักออกแบบที่สะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์ของการเดินทางตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น Flynow III, Greyhound, Virginx, Piccoro, Faikhain, Please, Walk, Smer, wwa, Co-ver, Sawaka Studio, Nata, Yanin และ Tandt และอีกหลายชื่อที่กำลังสร้างเส้นทางของตัวเองอยู่ในอุตสาหกรรมการออกแบบแฟชั่น

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้แต่ละคนจะมีภาษาแฟชั่น ตัวตน และวิธีการทำงานที่แตกต่างกัน แต่ความแตกต่างเหล่านั้นกลับเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับปรัชญาของคณะ เพราะเป้าหมายไม่ใช่การสร้างนักออกแบบที่มีสไตล์ของผลงานหน้าตาเหมือนกัน แต่คือการสร้างพื้นที่ให้แต่ละคนค้นพบว่า ตัวเองอยากเป็นใคร พร้อมพัฒนาความคิดนั้นให้ชัดเจนพอที่จะกลายเป็นผลงานจริง

25 ปีที่ผ่านมาจึงไม่ได้สะท้อนเพียงจำนวนปีของคณะ แต่สะท้อนจำนวนความคิดที่ถูกส่งต่อออกไปสู่โลกแฟชั่น นักศึกษาที่เคยเริ่มต้นจากการเรียนแพตเทิร์นและการตัดเย็บในห้องเรียน วันหนึ่งอาจกลายเป็นคนที่มีชื่ออยู่บนป้ายแบรนด์ เป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นนักออกแบบ หรือเป็นหนึ่งในคนที่กำลังสร้างภาษาใหม่ให้กับวงการแฟชั่น

จากห้องเรียนหนึ่งห้อง สู่ชื่อแบรนด์นับไม่ถ้วน นี่อาจเป็นอีกหนึ่งภาพที่ชัดเจนที่สุดว่า การศึกษาสามารถสร้างผลกระทบออกไปได้ไกลกว่ารั้วมหาวิทยาลัยเพียงใด

การเรียนรู้ที่สอนให้คิดต่าง สร้างจริง และเป็นตัวเอง

เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น การศึกษาด้านการออกแบบแฟชั่น อาจไม่ใช่เพียงการวิ่งตามทุกเทรนด์ เพราะเมื่อเราก้าวตามสิ่งหนึ่งได้ทัน สิ่งนั้นก็อาจกำลังกลายเป็นอดีตไปแล้ว สิ่งสำคัญกว่าจึงคือการสร้างนักออกแบบที่มองเห็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง และกล้าที่จะทดลองสร้างคำตอบใหม่ให้เกิดขึ้นจริง

สาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์ มหาวิทยาลัยรังสิต เลือกยืนอยู่บนแนวคิดของการเป็นผู้บุกเบิก ทั้งในฐานะสาขาแฟชั่นดีไซน์แห่งแรกของสถาบันการศึกษาเอกชน และในฐานะพื้นที่ที่ให้คุณค่ากับความคิดสร้างสรรค์ ความแตกต่าง และการทดลองอย่างต่อเนื่อง จุดยืนนี้ทำให้คำว่า Creative ไม่ได้เป็นเพียงคำที่ใช้บรรยายผลงาน แต่กลายเป็นวิธีคิดที่ถูกฝึกฝนอยู่ในกระบวนการเรียนรู้ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่นักศึกษาก้าวออกจากมหาวิทยาลัย

เพราะในท้ายที่สุด การออกแบบที่ใหม่ที่สุดอาจไม่ใช่การออกแบบที่แปลกที่สุด และการเป็นผู้นำก็ไม่ได้หมายถึงการพยายามอยู่เหนือคนอื่น แต่คือการกล้าที่จะตั้งคำถามกับสิ่งที่ทุกคนกำลังทำเหมือนกัน แล้วเลือกสร้างคำตอบของตัวเองขึ้นมา


ทุกเทรนด์ ล้วนเริ่มต้นจากคนที่กล้าคิดต่าง และบางที บทบาทที่สำคัญที่สุดของโรงเรียนแฟชั่นจึงไม่ใช่การสอนให้นักศึกษาเรียนรู้ว่า วันนี้โลกกำลังเดินไปทางไหน แต่คือการสร้างคนที่พร้อมจะคิดว่า แล้วพรุ่งนี้ เราอยากให้โลกเดินไปทางไหน เพราะการศึกษาที่ดี อาจไม่ได้มีหน้าที่สร้างคนให้เดินตามโลกให้ทัน แต่คือการสร้าง Creative Leader ที่พร้อมจะก้าวนำโลกไปอีกหนึ่งก้าวเสมอ

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
https://www.facebook.com/FashionDesignRangsitUniversity/

Picture of Haemarat C.

Haemarat C.

สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย

Writer

Discover more from Design Makes A Better Life.

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading