จากธุรกิจที่เริ่มต้นจากการซื้อ ขายนาฬิกา Luxury สู่การมีหน้าร้านที่ออกแบบประสบการณ์ของผู้มาเยือนอย่างจริงจัง Watch by Ladda จึงไม่ได้มองพื้นที่แห่งนี้เป็นเพียงโชว์รูมสำหรับจัดแสดงนาฬิกา แต่เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ผ่านรายละเอียดทางสถาปัตยกรรม
Arti Architects ทีมผู้ออกแบบได้นำองค์ประกอบที่คุ้นเคยจากโลกของนาฬิกา ทั้งตัวเรือน กลไก Hourglass ไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ อย่าง Jewel Bearing มาตีความใหม่เป็นภาษาของงานออกแบบ ตั้งแต่รูปทรงของเคาน์เตอร์ การวาง Circulation ลวดลายของผนัง ไปจนถึงองค์ประกอบเหนือโถงสูง โดยมีโจทย์สำคัญคือการสร้างบรรยากาศที่เหมาะกับการพูดคุยและซื้อ ขายนาฬิกามูลค่าสูง ขณะเดียวกันก็ยังคงความเป็นส่วนตัวและความประณีตไว้ในทุกจุดของพื้นที่
Watch by Ladda ธุรกิจซื้อขายนาฬิกาหรูที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2009 ความน่าเชื่อถือคือสิ่งสำคัญที่ค่อย ๆ สร้างขึ้นพร้อมกับฐานลูกค้าตลอดหลายปี จากเดิมที่การซื้อขายเกิดขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์และการนัดส่งมอบตามร้านอาหารต่าง ๆ เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น การมีพื้นที่ที่ลูกค้าสามารถเข้ามาพูดคุย ตรวจสอบ และส่งมอบนาฬิกาได้อย่างเป็นส่วนตัว จึงกลายเป็นที่มาของการเปิดหน้าร้านจริง
พื้นที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ G Tower โดยมีโจทย์สำคัญตั้งแต่แรกจากลักษณะพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่และเป็นโถงสูงถึง 5 ชั้น ขณะเดียวกันรูปทรงของแปลนกลับแทบไม่มีมุมฉากให้ยึดเป็นกรอบในการวางผัง Arti Architects จึงไม่ได้พยายามแก้ข้อจำกัดด้วยการบังคับพื้นที่ให้กลับมาเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม แต่เลือกหยิบ วงกลม ซึ่งเป็นรูปทรงพื้นฐานของตัวเรือนนาฬิกามาเป็นจุดตั้งต้นของการออกแบบ
วงกลมแรกถูกวางขึ้นบริเวณทางเข้าร้าน ก่อนจะพัฒนาไปสู่การจัดวางเคาน์เตอร์โชว์นาฬิกาที่โอบล้อมพื้นที่เอาไว้ เส้นสายเดียวกันยังทำหน้าที่กำหนดทิศทางการเดิน ให้ลูกค้าสามารถค่อย ๆ เดินชมสินค้าไปตามพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องกำหนดเส้นทางด้วยผนังหรือทางเดินที่ตายตัว
การแบ่งพื้นที่ภายในจึงเกิดขึ้นจากลำดับของประสบการณ์มากกว่าการแบ่งห้องออกจากกันอย่างชัดเจน ตั้งแต่โซนเคาน์เตอร์สำหรับชมและเลือกนาฬิกา ต่อเนื่องไปยังพื้นที่สำหรับพูดคุย ปิดการขาย และส่งมอบสินค้า ก่อนจะเข้าสู่ห้องรับซื้อคืนที่แยกออกมาเป็นสัดส่วน เนื่องจากขั้นตอนการตรวจสอบสภาพนาฬิกาต้องอาศัยทั้งเวลาและความเป็นส่วนตัว ขณะที่พื้นที่ด้านหลังสุดทำหน้าที่เป็นออฟฟิศสำหรับทีมผู้ออกแบบ
เหนือระดับสายตา แนวคิดเรื่องวงกลมยังถูกขยายให้สัมพันธ์กับสเกลของพื้นที่ ผ่านประติมากรรมวงแหวนที่แขวนลอยอยู่กลางโถงสูง เดิมทีองค์ประกอบนี้ถูกออกแบบด้วยโครงสร้างเหล็ก ก่อนที่ทีมออกแบบและเจ้าของร้านจะร่วมกันปรับรายละเอียดโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของพื้นที่จัดแสดงนาฬิกา จนเปลี่ยนมาใช้โครงสร้างที่หุ้มด้วยผ้าและลดจำนวนวงแหวนลง
การปรับวัสดุทำให้องค์ประกอบเหนือพื้นที่จัดแสดงมีความเบาและลอยตัวมากขึ้น ขณะเดียวกันเมื่อเชื่อมโยงกับลวดลายวงกลมบนพรมและตำแหน่งโคมไฟด้านบน จึงเกิดเป็นภาพของวงกลมที่ซ้อนทับกันหลายระดับ สร้างความต่อเนื่องตั้งแต่พื้น ระดับสายตา ไปจนถึงเพดาน และขยายแนวคิดของตัวเรือนนาฬิกาให้กลายเป็นองค์ประกอบที่รับรู้ได้ทั่วทั้งพื้นที่
นอกจากรูปทรงของตัวเรือนแล้ว Arti Architects ยังนำองค์ประกอบอื่น ๆ จากโลกของนาฬิกามาตีความต่อในรายละเอียดทางสถาปัตยกรรม โดยหนึ่งในนั้นคือ นาฬิกาทราย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของร้านและมีความหมายเชื่อมโยงกับเครื่องมือบอกเวลาในยุคแรก ๆ รูปทรงดังกล่าวถูกสกัดให้เหลือเป็นสามเหลี่ยม 2 ชิ้นประกบกัน ก่อนนำไปพัฒนาต่อเป็นภาษาของร้าน
ลวดลายสามเหลี่ยมปรากฏตั้งแต่ผนังกั้นระหว่างพื้นที่จัดแสดงกับพื้นที่ส่งมอบ ไปจนถึงแผงเหล็กฉลุบริเวณริมกระจก ซึ่งนอกจากทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบตกแต่งแล้ว ยังช่วยกรองสายตาจากพื้นที่ Drop Off ด้านนอกเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้าภายในร้าน ขณะที่กระจกด้านหน้าก็ถูกกรีดเป็นแพตเทิร์นเดียวกัน ทำให้ลวดลายที่มาจากสัญลักษณ์ของร้านไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงจุดใดจุดหนึ่ง แต่กลายเป็นภาษาที่ค่อย ๆ ปรากฏไปทั่วพื้นที่
แม้แต่รายละเอียดอย่างมือจับของชั้นเคาน์เตอร์ก็ถูกออกแบบขึ้นใหม่จากรูปทรงสามเหลี่ยมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฟันเฟืองในกลไกนาฬิกา รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้จึงทำหน้าที่มากกว่าการตกแต่ง เพราะช่วยให้ผู้ใช้งานที่คุ้นเคยกับโลกของนาฬิกาสามารถอ่านความหมายที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่ได้
อีกหนึ่งกิมมิกที่น่าสนใจคือการหยิบ Jewel Bearing ซึ่งเป็นอัญมณีสีแดงที่ใช้ในกลไกของนาฬิกาออโตเมติกมาพัฒนาเป็นจุดสีแดงภายในร้าน รวมถึงลายเส้นบนพื้นซึ่งอ้างอิงถึงโรเตอร์และกลไกภายในนาฬิกา สำหรับนักสะสม รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่มองเห็นแล้วเชื่อมโยงกลับไปถึงกลไกที่อยู่ภายในเรือนนาฬิกาได้ทันที
เมื่อสินค้าแต่ละชิ้นมีมูลค่าสูง การออกแบบพื้นที่ไม่ได้มีเพียงเรื่องของภาพลักษณ์ แต่ยังต้องทำงานร่วมกับระบบรักษาความปลอดภัยและขั้นตอนการใช้งานจริง ตู้โชว์นาฬิกาจึงเลือกใช้ระบบล็อกด้วย Keycard Access แทนการใช้กุญแจแบบทั่วไป ทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยถูกซ่อนไว้โดยไม่รบกวนภาพรวมของงานออกแบบ
เช่นเดียวกับการเลือกวัสดุที่ให้ความรู้สึกหรูหราโดยไม่เน้นความเงาวาว สีทองแบบ Matte Gold และสีน้ำตาลเข้มถูกนำมาใช้เป็นโทนหลักของพื้นที่ แทนการใช้สีขาวหรือดำแบบสุดขั้ว เพื่อสร้างบรรยากาศที่นิ่ง นุ่ม และเป็นส่วนตัวมากขึ้น
แม้แต่หินอ่อนบนพื้นก็ไม่ได้ถูกเลือกจากตัวอย่างเพียงไม่กี่ชิ้น แต่ทีมผู้ออกแบบเดินทางไปคัดเลือกแผ่นหินที่โรงงานและทดลองจัดแพตเทิร์นด้วยตัวเอง พร้อมคัดแผ่นที่มีรอยแตกหรือลวดลายที่ไม่ต้องการออก กระบวนการเหล่านี้อาจไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใช้งานจะมองเห็นได้ทั้งหมดเมื่อเดินเข้ามาในร้าน แต่กลับเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ภาพรวมของพื้นที่ดูเรียบร้อยและต่อเนื่อง
สิ่งที่น่าสนใจของ Watch by Ladda จึงอาจไม่ได้อยู่ที่การทำให้พื้นที่ดูความประณีต ผ่านวัสดุราคาแพงเพียงอย่างเดียว หากอยู่ที่การนำรายละเอียดจากสิ่งที่ร้านเชี่ยวชาญมาแปลงเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรม ตั้งแต่วงกลมของตัวเรือนนาฬิกาที่กลายเป็นระบบการวางผัง นาฬิกาทรายที่ถูกพัฒนาเป็นลวดลายสามเหลี่ยม ไปจนถึงกลไกภายในที่ถูกซ่อนไว้ในรายละเอียดของพื้นและเฟอร์นิเจอร์
ในมุมมองของ Arti Architects ความหรูหราจึงไม่ได้เกิดจากการทำให้พื้นที่แสดงออกอย่างชัดเจน แต่ค่อย ๆ ปรากฏผ่านการเลือกวัสดุ การแก้ปัญหาของพื้นที่ ระบบการใช้งาน และรายละเอียดที่ถูกคิดต่อเนื่องตั้งแต่ภาพรวมจนถึงระดับที่มือสัมผัส
สำหรับร้านที่มี เวลา เป็นหัวใจของธุรกิจ การออกแบบจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การสร้างฉากสำหรับวางนาฬิกา แต่เป็นการนำตัวเรือน กลไก และความละเอียดของงานช่าง มาขยายเป็นประสบการณ์ของพื้นที่ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าร้านไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ ถูกค้นพบระหว่างการใช้งาน
Category : Retail Shop
Location : G-Tower
Area : 96.00 sq.m.
Architects Firm : ARTi Architects
สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.