DBTM หลักสูตรที่เชื่อมโยงดีไซน์ ธุรกิจ และเทคโนโลยี ทลายขีดจำกัดของนักออกแบบในโลกความจริง

เมื่อปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของนักออกแบบ… ไม่ใช่การทำดีไซน์ให้ดี แต่คือการทำให้มันเกิดขึ้นจริง

เราต่างคุ้นเคยกับภาพจำที่ว่า ถ้าอยากสร้างสรรค์สิ่งสวยงามต้องเรียนดีไซน์ และถ้าอยากขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตต้องเรียนบริหาร แต่ในวันที่โลกหมุนเร็วและซับซ้อนขึ้น เส้นแบ่งระหว่างสองศาสตร์นี้กลับพร่าเลือนลงทุกที 

คำถามที่น่าสนใจคือ… จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่สามารถหลอมรวมทั้งสองโลกเข้าไว้ด้วยกัน?

ชวนมาหาคำตอบผ่านหลักสูตรปริญญาโท DBTM (Design, Business & Technology Management) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าการมองทั้ง ดีไซน์ และ ธุรกิจ เรียนไปพร้อมกันโดยไม่ต้องเลือกได้ และจะพาคุณไปได้ไกลกว่าเดิม

กำแพงที่มองไม่เห็นของนักออกแบบในโลกความจริง

สำหรับคนทำงานสายสร้างสรรค์ วินาทีที่ก้าวเท้าออกจากรั้วมหาวิทยาลัยสู่โลกการทำงานจริง หลายคนต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายที่คล้ายคลึงกัน นั่นคือการค้นพบว่า ลำพังแค่ไอเดียที่เฉียบคมหรือเส้นสายที่สวยงามบนหน้าจอนั้น ไม่เพียงพอที่จะทำให้งานชิ้นหนึ่งสำเร็จลุล่วงได้

เพราะในชีวิตจริง ดีไซเนอร์ต้องรับมือกับสมรภูมิหลังบ้านที่ไม่ได้มีสอนในวิชาออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการสื่อสารกับลูกค้าให้เข้าใจตรงกัน การบริหารงบประมาณที่จำกัด การจัดการเวลาที่บีบรัด ไปจนถึงการบริหารจัดการทีมงานที่มีความหลากหลาย ซึ่งกลายเป็นจุดที่ทำให้นักออกแบบฝีมือดีหลายคนต้องปวดหัวและตกม้าตายมานักต่อนัก

“วันนี้โจทย์ของการทำงานในเรื่องของการออกแบบ เราจะเริ่มเจอโจทย์ที่มันใหญ่กว่าเดิม และโจทย์เหล่านี้มันจะแก้ไม่ได้ด้วยแค่เรื่องการออกแบบอย่างเดียว”

ผศ.ดร. จิฐิพร วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้อำนวยการหลักสูตร DBTM สะท้อนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของวิชาชีพนักออกแบบในยุคปัจจุบัน ที่กลายเป็นแรงผลักดันให้เกิดหลักสูตรปริญญาโท DBTM (Design, Business & Technology Management) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พื้นที่การเรียนรู้ที่ตั้งใจทลายกำแพงระหว่างศาสตร์ เพื่อพาดีไซเนอร์ก้าวไปได้ไกลกว่าที่เคย ผ่านการเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาและ International Experts ที่นำโจทย์จริงของโลกอนาคตมาให้ผู้เรียนได้ขบคิดและปรับตัว

เปลี่ยนมุมมองธุรกิจจาก “แผนกที่แยกส่วน” สู่ “เส้นทางความรู้สึกของมนุษย์”

เมื่อการออกแบบไม่ได้หยุดอยู่แค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่มันคือการออกแบบความสำเร็จให้กับธุรกิจ แล้วนักออกแบบยุคใหม่ต้องมีวิธีคิดอย่างไร?

ผศ.ดร. สุรพิชย์ พรหมสิทธิ์ อาจารย์ผู้สอนหลักสูตร DBTM ได้เปรียบเทียบมุมมองการทำธุรกิจยุคใหม่ไว้อย่างเห็นภาพชัดเจนว่า ในความเป็นจริง เราไม่สามารถมองธุรกิจแยกเป็นชิ้นส่วนหรือแยกเป็นแผนกๆ ได้อีกต่อไป แต่หัวใจสำคัญคือการมองให้เห็นภาพรวมของชีวิตผู้คน

“การมองธุรกิจไม่สามารถมองแยกเป็นแผนกได้ แต่ในชีวิตจริงมันคือการเข้าใจ Journey และเข้าใจ Touch Point ของลูกค้า ถ้าเราอยากจะทำ Solution ให้ใครสักคนมาซื้อกับเรา นี่คือจุดที่เราใช้เทรนเพื่อให้นักศึกษามีเครื่องมือ เวลาเข้าไปอยู่ในโลกธุรกิจหรือองค์กร เขาจะได้มองเรื่องพวกนี้ได้อีกแบบหนึ่ง”

การออกแบบที่เข้าใจหัวใจคน คือ การทำธุรกิจในชีวิตจริงคือการทำความเข้าใจเส้นทางของลูกค้า (Customer Journey) และทุกๆ จุดสัมผัส (Touchpoint) ที่ผู้คนมีต่อแบรนด์ เพื่อสร้างคำตอบหรือ Solution ที่ตรงใจจนเกิดการตัดสินใจซื้อ

การติดอาวุธทางความคิด คือ การฝึกฝนวิธีคิดแบบบูรณาการ เปรียบเสมือนการมอบเครื่องมือชิ้นใหม่ให้กับนักศึกษา เพื่อที่ว่าในวันที่พวกเขาต้องก้าวเข้าไปอยู่ในโลกธุรกิจหรือทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ พวกเขาจะสามารถมองเห็นโอกาสและแก้ปัญหาด้วยสายตาที่แตกต่างออกไปจากเดิม

จัดระเบียบความคิดที่ฟุ้งกระจาย… ให้กลายเป็นภาพเดียวกันที่จับต้องได้

ทฤษฎีและการฝึกฝนเหล่านี้ จะทำงานอย่างไรเมื่อต้องลงสนามจริง? คำตอบนั้นสะท้อนผ่านประสบการณ์ของ สตางค์ ตริษา ปรีชาตั้งกิจ นักร้องและนักแสดง หนึ่งในนักศึกษาของหลักสูตร DBTM ที่นำเอาวิธีคิดจากการเรียนไปปรับใช้กับโจทย์หินอย่างการจัดคอนเสิร์ต

สตางค์เล่าว่า เบื้องหลังความสนุกสนานบนเวทีคอนเสิร์ต คือกระบวนการออกแบบประสบการณ์ขนาดใหญ่ที่ต้องเริ่มต้นจากการเข้าใจปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของผู้คน (User Pain Point) หรือการเข้าไปนั่งในใจของแฟนคลับจริงๆ แล้วนำมาออกแบบเป็น Journey ตั้งแต่ต้นจนจบ

“ความคิดในหัวมันอาจจะฟุ้งมาก แต่พอเรามาเรียนที่นี่ มันสอนให้เรารู้ว่าเราจะหยิบตรงไหนออกมาใช้จริงได้ และทำให้ทุกคนมองเห็นภาพเดียวกันเวลาทำงาน”

จากคนที่เคยมีไอเดียสร้างสรรค์ฟุ้งกระจายเต็มหัว กระบวนการเรียนรู้ของ DBTM ได้เข้ามาช่วยสกัดความคิดเหล่านั้นให้ตกผลึก กลายเป็นภาษาสากลที่ช่วยให้ทั้งทีมงานเบื้องหน้าและเบื้องหลังสามารถสื่อสารและเดินไปสู่เป้าหมายเดียวกันได้อย่างราบรื่น ซึ่งเธอยอมรับว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเกินความคาดหวังไปไกลมาก ทั้งในแง่ขององค์ความรู้และมิตรภาพจากเพื่อนร่วมชั้นเรียน

พื้นที่ที่ “ความฝันของนักออกแบบ” กับ “ความจริงของโลกธุรกิจ” เดินไปพร้อมกัน

 

หลักสูตรปริญญาโท DBTM (Design, Business & Technology Management) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คือพื้นที่ทดลองลงมือทำจริง (Project-based Learning) ที่เชื่อมโยง การออกแบบ ธุรกิจ และการจัดการเทคโนโลยี เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน เพื่อพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ที่มีความหมายต่อผู้คน

 

เพราะในโลกยุคใหม่ งานดีไซน์ที่ทรงพลังที่สุด อาจไม่ใช่งานที่ตั้งอยู่บนหิ้งอย่างโดดเดี่ยว แต่คืองานดีไซน์ที่เข้าใจชีวิตผู้คน เข้าใจกลไกของธุรกิจ และมีพลังมากพอที่จะขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นจริงได้บนโลกใบนี้ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องเลือกทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้ข้างหลังเลย

 

ชมบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่: งานดีไซน์ กับ งานบริหาร… เลือกเรียนอะไรก่อน?

 

แล้วสำหรับคุณล่ะ… ในการทำงานสร้างสรรค์หรือการทำธุรกิจให้สำเร็จสักชิ้น คิดว่าขั้นตอนไหนที่เป็นโจทย์ที่ท้าทายและปวดหัวที่สุดสำหรับคุณ? ลองมาแชร์ประสบการณ์กันได้นะ

Picture of Supakorn Thepvichaisinlapakun

Supakorn Thepvichaisinlapakun

สถาปนิกที่เชื่อว่าพลังของการสื่อสาร สามารถขับเคลื่อนสังคมให้ดีขึ้นได้
Writer