COVA Bangkok ความละเมียดที่ร้อยเรียงจากรายละเอียด สู่พื้นที่แห่งประสบการณ์

จากร้านพาสทรีเก่าแก่บนถนน Via Montenapoleone ใจกลางเมืองมิลาน สู่สาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ One Bangkok การมาถึงของ COVA ในประเทศไทย เป็นอีกโจทย์ที่ท้าทายของการถ่ายทอดตัวตนและบรรยากาศของแบรนด์เดิมให้ยังคงอยู่ ขณะเดียวกันก็ต้องทำให้พื้นที่แห่งใหม่นี้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานและบริบทของกรุงเทพฯ สำหรับ ARTi Architect 

การออกแบบ COVA ที่เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจ ตัวตนของแบรนด์ ควบคู่ไปกับ การแก้โจทย์ของการออกแบบ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ของ COVA ในฐานะร้านพาสทรีเก่าแก่ของมิลาน วัสดุและรายละเอียดที่กำหนดไว้ใน Brand Guideline ไปจนถึงสภาพพื้นที่จริง พฤติกรรมของผู้ใช้งาน และข้อจำกัดของอาคาร ก่อนนำข้อมูลเหล่านี้มาประกอบกันเป็นพื้นที่ขนาด 650 ตารางเมตร ที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ชั้น รองรับทั้ง Pastry & Cafe, Italian Restaurant และ Bar โดยแต่ละพื้นที่มีบรรยากาศและรูปแบบการใช้งานแตกต่างกัน แต่ยังคงเชื่อมโยงกันด้วยภาษาการออกแบบเดียวกัน

COVA มีจุดเริ่มต้นจากร้านพาสทรีดั้งเดิมในเมืองมิลาน โดยตั้งอยู่บนถนน Via Montenapoleone ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านสำคัญของเมือง ก่อนที่กลุ่ม LVMH จะเข้าซื้อกิจการในปี 2013 และขยายแบรนด์ไปยังประเทศต่าง ๆ ภาพจำของ COVA ไม่ได้อยู่เพียงในผลิตภัณฑ์อย่างพาสทรีหรืออาหารอิตาเลียน แต่ยังรวมถึงบรรยากาศของร้านที่สะท้อนประวัติศาสตร์ ความคลาสสิก และความต่อเนื่องของแบรนด์

โจทย์สำคัญของสาขาในประเทศไทยจึงอยู่ที่การรักษาคุณลักษณะเหล่านี้ไว้ โดยไม่จำเป็นต้องทำให้พื้นที่กลายเป็นการจำลองร้านต้นฉบับจากมิลานทั้งหมด ทาง COVA มี Brand Guideline ที่กำหนดองค์ประกอบสำคัญของร้านเอาไว้ ทั้งไม้ Walnut สีเข้ม ผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงิน พื้นหินขัดและ Terrazzo รวมถึงการเลือกใช้โลหะ Antique Brass แทนสีทองที่มีความเงามากเกินไป รายละเอียดเหล่านี้กลายเป็นกรอบตั้งต้นของการออกแบบ ก่อนที่ ARTi Architects จะนำมาปรับใช้ให้สัมพันธ์กับพื้นที่จริง

การเลือก Antique Brass เป็นตัวอย่างหนึ่งของการสร้างบรรยากาศผ่าน ผิวสัมผัส มากกว่าการใช้สีเพียงอย่างเดียว เพราะพื้นผิวทองเก่าที่ผ่านการขัดอย่างมีน้ำหนักช่วยให้วัสดุมีความรู้สึกของกาลเวลา ขณะที่กรอบรูปและของตกแต่งสไตล์วินเทจถูกนำมาประกอบกับวัสดุหลัก เพื่อสร้างบรรยากาศที่ย้อนกลับไปหาภาพจำของ COVA ในฐานะร้านเก่าแก่จากมิลาน แต่ยังคงอยู่ในรูปแบบที่ร่วมสมัยและเหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่ของสาขา Bangkok

ด้วยพื้นที่รวมถึง 650 ตารางเมตร COVA Bangkok มีขนาดแตกต่างจากสาขาในหลายประเทศที่เน้นการจำหน่ายพาสทรีเป็นหลัก สาขานี้จึงถูกวางโปรแกรมให้รองรับกิจกรรมที่หลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่การซื้อพาสทรีและดื่มกาแฟ ไปจนถึงการนั่งพูดคุย รับประทานอาหารอิตาเลียน ประชุม หรือใช้เวลาอยู่ภายในร้านเป็นเวลานาน การวางผังจึงไม่ได้มองเพียงเรื่องการแบ่งฟังก์ชัน แต่ให้ความสำคัญกับระยะเวลาและลักษณะการใช้งานของแต่ละพื้นที่ด้วย

พื้นที่ชั้น 1 ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ Pastry & Cafe โดยมีทางเข้าออกทั้งหมด 3 ทาง และทางเข้าหลักจากฝั่ง One Bangkok ถูกจัดลำดับมุมมองให้ผู้ใช้งานพบกับเคาน์เตอร์พาสทรีและตู้เค้กทันทีที่เข้าสู่ร้าน ตำแหน่งดังกล่าวทำหน้าที่เป็นทั้งจุดต้อนรับและองค์ประกอบที่ช่วยสร้างภาพจำแรกของ COVA ขณะเดียวกันพื้นที่โดยรอบไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเพียงทางผ่าน แต่ถูกแตกออกเป็นพื้นที่นั่งที่มีลักษณะแตกต่างกันตามพฤติกรรม

หนึ่งในการปรับผังที่น่าสนใจเกิดขึ้นบริเวณริมกระจก เดิมที COVA เสนอให้พื้นที่ด้านนี้เป็นลักษณะ Grab & Go เพื่อรองรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าแล้วเดินออก แต่ ARTi Architect ผู้ออกแบบมองว่าพฤติกรรมของผู้ใช้งานในประเทศไทยมีความต้องการใช้เวลาภายในร้านมากกว่า จึงเสนอให้เปลี่ยนพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่นั่งริมกระจก การตัดสินใจนี้ทำให้บริเวณด้านหน้าร้านไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการซื้อสินค้า แต่กลายเป็นพื้นที่ที่เปิดรับบรรยากาศภายนอกและรองรับการนั่งดื่มกาแฟ พูดคุย หรือใช้เวลาระหว่างวัน

จากแนวคิดเรื่องระยะเวลาในการใช้งาน พื้นที่นั่งชั้น 1 จึงถูกแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ โดยแต่ละพื้นที่มีสเกลและบรรยากาศที่ต่างกัน กลุ่มแรกเป็นเก้าอี้และโต๊ะสำหรับการนั่งพูดคุยหรือทำงานเป็นเวลานาน กลุ่มที่สองเป็น Low Table บริเวณพื้นที่สโลป ซึ่งมีลักษณะกึ่งพักคอย เหมาะกับการนั่งพูดคุยในช่วงเวลาสั้น ๆ ส่วนด้านในเป็น Cozy Corner ที่ถูกจัดให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยใช้ผนังตกแต่งด้วยแพทเทิร์นของ COVA เป็นฉากหลัง ทำให้พื้นที่เดียวกันสามารถรองรับพฤติกรรมที่แตกต่างกันได้โดยไม่จำเป็นต้องแบ่งพื้นที่ด้วยผนังทึบทั้งหมด

เมื่อขึ้นมายัง พื้นที่ชั้น 2 บรรยากาศของร้านเปลี่ยนจากความเป็น Cafe ไปสู่ Italian Restaurant & Bar อย่างชัดเจน โดยผู้ออกแบบ วางบาร์โค้ง เป็นองค์ประกอบหลักกลางพื้นที่ รูปทรงโค้งช่วยสร้างความต่อเนื่องของการสัญจรรอบบาร์ และทำให้เกิดจุดศูนย์กลางทางสายตาของชั้น ขณะที่พื้นที่รับประทานอาหารอิตาเลียนถูกจัดวางโดยรอบเพื่อรองรับทั้งพาสต้า พิซซ่า และการรับประทานอาหารแบบเต็มรูปแบบ อีกด้านหนึ่งเป็นห้อง VIP / Meeting Room ที่รองรับประมาณ 8–10 ที่นั่ง พร้อมงานเพนต์มือและตู้โชว์ไวน์ ทำให้พื้นที่นี้มีบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวมากกว่าพื้นที่รับประทานอาหารโดยรอบ

ภายใต้ภาพของพื้นที่ที่ต่อเนื่องและเดินได้อย่างเป็นธรรมชาติ ยังมีรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมที่ต้องถูกแก้ไขตั้งแต่ก่อนเริ่มงานตกแต่ง เนื่องจากสภาพพื้นที่เดิมมีความแตกต่างของระดับพื้นระหว่างภายนอกและภายใน โดยบริเวณภายนอกอาคารมีลักษณะเป็นทางสโลป ขณะที่พื้นที่ภายในเดิมมีการลดระดับเป็นขั้น ๆ การนำโปรแกรมใหม่เข้ามาวางจึงไม่สามารถจัดเฟอร์นิเจอร์ลงบนพื้นเดิมได้โดยตรง แต่ต้องเริ่มจากการวางระดับพื้นใหม่ให้สัมพันธ์กับการใช้งานและการสัญจร

การปรับระดับดังกล่าวถูกนำมาคิดร่วมกับการจัดผังทั้งหมด เพื่อให้การเดินจากทางเข้าผ่านพื้นที่ Pastry & Cafe ไปยังส่วนต่าง ๆ มีความต่อเนื่องมากขึ้น ขณะเดียวกันพื้นที่สโลปที่เกิดขึ้นจากการแก้ระดับก็ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงข้อจำกัด แต่ถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การนั่งผ่าน Low Table ทำให้ความแตกต่างของระดับพื้นกลายเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการจัดพื้นที่แทนที่จะพยายามลบข้อจำกัดนั้นออกไปทั้งหมด

อีกหนึ่งโจทย์สำคัญคือการเชื่อมพื้นที่ 2 ชั้นเข้าด้วยกัน เนื่องจากพื้นที่เดิมของอาคารถูกแยกเป็นสองชั้นอิสระ การเพิ่มบันไดและลิฟต์ภายในร้านจึงต้องศึกษาตำแหน่งแนวคานและโครงสร้างเดิมอย่างละเอียด เพื่อหาจุดที่สามารถเปิดพื้นได้โดยไม่กระทบกับระบบโครงสร้างหลักของอาคาร กระบวนการนี้ทำให้การวางตำแหน่งบันไดและลิฟต์ไม่ได้เกิดขึ้นจากเรื่องของ Circulation เพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำงานร่วมกับข้อเท็จจริงของโครงสร้างตั้งแต่ต้น

ขณะเดียวกัน One Bangkok มีข้อกำหนดที่ไม่อนุญาตให้ปรับเปลี่ยน Facade ด้านนอกอาคาร ทำให้การสร้างตัวตนของ COVA บริเวณภายนอกต้องเกิดขึ้นภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่ ทีมออกแบบจึงเลือกใช้ซุ้มประตูบริเวณทางเข้าเป็นองค์ประกอบสร้างการรับรู้ของแบรนด์ และนำแพทเทิร์นของ COVA มาใช้ผ่านสติ๊กเกอร์จากด้านในร้าน แทนการเปลี่ยนแปลงเปลือกอาคารโดยตรง

เมื่อโครงสร้างและการวางผังถูกกำหนดแล้ว ภาษาของ COVA จึงถูกถ่ายทอดลงมาผ่านวัสดุและรายละเอียดที่ทำงานร่วมกันในหลายระนาบ ไม่ว่าจะเป็นพื้น ผนัง หรือเพดาน โดยหนึ่งในรายละเอียดที่ช่วยสร้างความต่อเนื่องให้กับพื้นที่คือการนำแพทเทิร์นของพื้นมาออกแบบให้สัมพันธ์กับลวดลายบนเพดาน ลวดลายจึงไม่ได้ถูกวางแบบแยกส่วนในแต่ละพื้นผิว แต่ถูกมองเป็นองค์ประกอบที่สามารถรับส่งกันผ่านมุมมองของผู้ใช้งาน

พื้นหินขัดและ Terrazzo เองก็มีบทบาทมากกว่าการเป็นวัสดุปูพื้น เพราะลวดลายของหินถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของ Graphic Language ภายในร้าน โดยทำหน้าที่เชื่อมพื้นที่แต่ละโซนเข้าหากัน ขณะที่องค์ประกอบด้านบนอย่างเพดานและผนังเข้ามาช่วยสร้างมิติในแนวตั้ง ทำให้พื้นที่มีรายละเอียดที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตามระยะการมองและการเคลื่อนที่ภายในร้าน

ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ ARTi Architect เลือกใช้สี Walnut เป็นวัสดุหลักเพื่อให้เฟอร์นิเจอร์มีน้ำหนักและต่อเนื่องกับงานสถาปัตยกรรมโดยรอบ แต่รายละเอียดที่น่าสนใจไม่ได้อยู่เพียงที่วัสดุ หากรวมถึงการแก้ปัญหาจากการใช้งานจริงด้วย

บริเวณโต๊ะหินอ่อนมีการเพิ่มขอบไม้ Walnut ล้อมรอบแผ่นหิน โดยไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงกรอบตกแต่ง แต่ช่วยป้องกันไม่ให้ขอบของแผ่นหินกระทบกันจนเกิดความเสียหายเมื่อโต๊ะหลายตัวถูกนำมาต่อรวมกัน รายละเอียดขนาดเล็กเช่นนี้สะท้อนวิธีคิดของงานออกแบบที่ไม่ได้หยุดอยู่ที่ภาพรวมของพื้นที่ แต่ลงไปถึงวิธีที่เฟอร์นิเจอร์จะถูกใช้งานและเปลี่ยนแปลงไปตลอดวัน

นอกจากองค์ประกอบที่ถูกกำหนดโดย COVA แล้ว อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้สาขานี้มีบุคลิกเฉพาะตัวคือการนำงานคราฟต์จากบริบทไทยเข้ามาผสมผสาน โดยจุดเริ่มต้นมาจากความต้องการของ COVA ที่อยากให้พื้นที่มีรายละเอียดของงานฝีมือมากขึ้น ทีม ARTi Architect จึงไม่ได้เลือกของตกแต่งจาก Catalog เพียงอย่างเดียว แต่พาทีม COVA ไปสำรวจแหล่งงานคราฟต์ในกรุงเทพฯ  เพื่อมองหาวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ ขาโต๊ะ งานสาน หวาย โคมไฟ และของตกแต่งที่สามารถนำมาอยู่ร่วมกับภาษาของแบรนด์ได้

กระบวนการเลือกจึงไม่ได้ตั้งอยู่บนการสร้างความเป็นไทย ผ่านลวดลายหรือรูปแบบที่ตรงไปตรงมา แต่เป็นการนำทักษะและวัสดุจากงานคราฟต์ท้องถิ่นเข้ามาอยู่ในรายละเอียดของพื้นที่ เช่น กระถางต้นไม้สานหวายที่นำมาปรับให้มีฐานยกระดับ พร้อมสกรีนโลโก้ COVA ลงบนฐาน ทำให้สิ่งของที่มีจุดเริ่มต้นจากบริบทท้องถิ่นสามารถเชื่อมเข้ากับอัตลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ท้ายที่สุด สิ่งที่ปรากฏจึงไม่ใช่ COVA จากมิลานที่ถูกนำมาตั้งไว้ใน One Bangkok แต่เป็น COVA ที่ผ่านการตีความใหม่จากบริบทของกรุงเทพฯ ทั้งในแง่พื้นที่ ผู้คน และวิถีการใช้งาน ขณะที่กลิ่นอายของร้านดั้งเดิมยังคงปรากฏอยู่ในวัสดุ สี ลวดลาย และรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ เผยตัวออกมาตลอดการเดินผ่านพื้นที่ จาก Via Montenapoleone สู่ One Bangkok เรื่องราวของ COVA จึงยังคงเดินทางต่อ

Picture of Haemarat C.

Haemarat C.

สถาปนิก ที่อินกับงานดีไซน์ สนุกกับการทำความเข้าใจที่มาของแนวคิด พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าที่เข้าถึงง่าย

Writer