ย้อนกลับไปก่อนจะมาเป็นโรงเรียนสอนขี่ม้าและร้านอาหารไทย-ยุโรป ฟิวชั่น ตกแต่งในสไตล์สแกนดิเนเวียน ซึ่งตั้งอยู่ในซอยเอกชัย 131 ที่แห่งนี้เคยเป็นที่ดินเปล่าผืนใหญ่กว่า 4 ไร่ของครอบครัวที่มีความผูกพันกับม้ามาโดยตลอด ลูกชายอย่าง คุณดริว-บุณยวัฒน์ อดุลสิริพงศ์ จึงมีความตั้งใจที่อยากจะต่อยอดคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่เดิมให้เป็นฟาร์มม้าแห่งใหม่ขึ้นมา
“เริ่มแรกครอบครัวของผมเลี้ยงม้า เราต้องการทำให้สิ่งมีชีวิตที่เราเลี้ยงอยู่ อยู่รอดไปต่อและมีคุณค่า ก่อนหน้านี้เราเลี้ยงม้าปล่อยไว้เฉยๆ เลย แต่คราวนี้เราอยากจะสร้างคุณค่าอะไรกับตัวเขา เขามีประโยชน์ที่จะให้คนอีกหลายคนได้มาฝึกได้มาเรียนขี่ม้า แต่ทีนี้ด้วยเรื่องของค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เรื่องของเศรษฐกิจ ถามว่าจะให้เราเลิกเลี้ยงม้า ตัดชีวิตของเขาเลย แล้วเขาจะไปอยู่ที่ไหนต่อ สภาพแวดล้อมของเขาในอนาคตที่ไม่มีเราแล้วจะเป็นยังไง เราก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เราเลยหาทางจากทรัพยากรที่เรามีอยู่ ทั้งที่ดิน ม้า และบุคลากร ก็มาระดมความคิดกันว่า เราจะทำโรงเรียนสอนขี่ม้าในแนวทางที่ไม่เหมือนใคร โดยใส่แรงบันดาลใจของทุกคนในครอบครัวผม และทีมงานทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไป” คุณดริวเล่าถึงที่มาของการจุดประกายทำร้านแห่งนี้

โดยหนึ่งในทีมสถาปนิก Architectkidd เล่าว่า “Owner เขาจะเป็น New Generation ตัวครอบครัวเขามีความผูกพันกับม้าอยู่แล้ว เขามีม้าแข่ง ม้าที่ปลดเกษียณ และม้าที่ต้องการความช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นตอนแรกเลยที่เราโดนติดต่อโดยคุณดริว เขาก็มีความสนใจที่อยากจะทำฟาร์มม้าให้เป็นพื้นที่ของเด็กๆ และการทำอาชาบำบัด ซึ่งเราเองก็คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก”
รูปลักษณ์อาคารที่ตีความจากสรีระของม้า
หากมองจากภายนอกจะเห็นว่า รูปลักษณ์ของอาคารมีความโดดเด่นด้วยส่วนโค้งนูนและโค้งเว้า ซึ่งเป็นสิ่งที่สถาปนิกได้รับแรงบันดาลใจมาจากสรีระของม้า โดยนำเอาวัสดุไม้มาเรียงต่อกันและใช้หลักการทำคล้ายๆ กับเฟอร์นิเจอร์ที่มีการขึ้นโครงสร้างก่อน เพื่อให้ออกมาเป็นรูปทรงของเพดานและผนังตามที่ต้องการ
“ถ้าดูภาพรวม เราลองนึกถึงกล้ามเนื้อของม้าที่มีส่วนเว้าโค้ง ส่วนนูนออกมาให้ดูมีสรีระ แต่ก็ไม่ได้ดูแข็งจนน่ากลัวเกินไป สิ่งที่เราเน้นเลยจะเป็นเพดานและผนัง นอกนั้นเราก็ปล่อยให้เป็นสีของวัสดุอย่างเดียว ด้วยเวลาที่สเปซเป็น grid ปกติพอเวลาไปเมิร์ชกับสเปซ มันก็จะสร้าง Perspective ที่ต่างจากอาคารทั่วไป”
ภาพโครงสร้างของตัวอาคาร The Hay Equestrian Center & Eatery
ในขณะเดียวกันสถาปนิกยังเลือกที่จะคงไว้ซึ่งผิวสัมผัสของวัสดุเดิมที่ปล่อยเนื้อผิวให้เป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ทางคุณดริวมอบให้กับทีมสถาปนิก เนื่องจากต้องการให้เลือกใช้วัสดุอย่างไม้ประดู่ที่ทางเจ้าของหาได้ให้เกิดคุณค่ามากที่สุด
“เราก็คุยกันว่า ทุกอย่างที่เป็นธรรมชาติของมัน เราก็อยากปล่อยไว้ให้มันเป็นธรรมชาติ ซึ่งทางทีมกับเจ้าของก็เห็นสอดคล้องกัน” สถาปนิกเล่าเสริม “ตอนแรกเขาก็ลังเลว่าจะย้อม แต่เราก็บอกว่า ให้ปล่อยธรรมชาติ แล้วลองดูว่า ความรู้สึกจะเป็นอย่างไร เพราะพวกเราเองก็ชอบทุกอย่างที่เป็นธรรมชาติ และสีก็เป็นสีที่เหมือนม้า ปกติเราก็อาจจะไม่กล้าใช้วัสดุไม้ที่มีลวดลายและสีต่างกันมาก สีอ่อนและสีแก่ แต่เมื่อทุกอย่างออกมา มันก็ได้ความบริสุทธิ์ เราก็ให้ช่างได้อิสระในการเลือกไม้ ก็เป็นผลสรุปออกมาที่น่าพึงพอใจ”
“ความที่ไซต์อยู่ค่อนข้างไกลจากเมือง ตอนแรกเราดีไซน์ในเรื่องของ Playground ขึ้นมาด้วย”
เดิมทีบริเวณด้านหน้าของตัวร้าน ทีมสถาปนิกยังออกแบบให้ร้านมีพื้นที่ Playground ไว้สำหรับเด็กๆ ด้วยการนำเอาการละเล่น (Play) กิจกรรม (Activity) และตัวอาคาร (Building) มาผสมผสานเข้าไว้ด้วยกัน แต่ด้วยความที่ทางเจ้าของเห็นว่า ในส่วนของร้านอาหารมีพื้นที่รองรับลูกค้าเพียงพอแล้ว แผนการออกแบบในส่วนนี้ จึงถูกพับเก็บเอาไว้ก่อน โดยหลงเหลือแค่พื้นที่คอกม้าตัวเล็กที่เด็กๆ สามารถแวะมาให้อาหารม้ากันได้
ส่วนบริเวณพื้นที่บนชั้นสองถูกออกแบบพื้นที่ให้เป็นอเนกประสงค์สำหรับรองรับกิจกรรมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อาทิ ห้องประชุม งานจัดเลี้ยง งานแต่งงาน หรือนิทรรศการ
พื้นที่เอื้อต่อการใช้งานของม้าและคน
แม้องค์ประกอบสำคัญของ The Hay จะเป็นม้า แต่ในขณะเดียวกันก็ยังต้องให้ความสำคัญของคนที่มาใช้บริการ สังเกตได้จากแนวคิดเรื่องการวางพื้นที่ของคนและม้าที่สถาปนิกเลือกที่จะวางพื้นที่ให้รบกวนกันน้อยที่สุด และพวกเขายังใส่ใจในเรื่องของมลพิษที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของทั้งคนและม้า เนื่องจากที่ตั้งของร้านอยู่ติดริมถนน
ภาพผังบริเวณโครงการ
“จากโจทย์เราจะได้พื้นที่ของคอกม้ามาก่อนที่อยู่ทางด้านหลังของปีกขวา เป็นโซน Private ของม้า แล้วทีนี้เราก็เริ่มจากคนที่เข้ามาใช้โครงการ ก็คือลานจอดรถที่เราไว้ในส่วนที่เงียบที่สุด ไม่ได้กระทบกับที่อยู่อาศัยของม้า เราก็เหมือนจะสร้างกำแพงที่เป็นตัวบังกิจกรรมภายในทั้งหมด แล้วก็จะให้คนที่เข้ามาใช้โครงการ สามารถเดินผ่านลูปทางเดินได้ด้วย ในส่วนนี้ก็จะเป็นจุดพบกัน ระหว่างลูกค้า หรือสตาฟที่ดูแลม้า เป็นเหมือนตัวเซ็นเตอร์ของพื้นที่ไซต์”
สถาปนิกเล่าว่า “เนื่องจากทางเจ้าของเขาเป็น Expert เรื่องของม้าอยู่แล้ว เรื่องของ Circulation ของม้าว่าจะทำอะไรยังไง มันก็ได้ Input มาจากเขา จากคอกม้า ออกมาอาบน้ำ หรือออกไปวิ่ง มันจะมีลูปของม้าที่ผ่านระหว่างสองอาคาร แล้วออกไปวิ่งด้านนอกได้”
ซึ่งทั้งหมดนี้คือ อีกผลงานการออกแบบที่เกิดจากความใส่ใจ เพื่อให้ม้าและผู้คนที่แวะมาเยือนมีประสบการณ์ที่ดีที่สุด ก่อนปิดท้ายการสนทนาทีม Architectkidd ยังเล่าให้เราฟังอีกว่า ในฟาร์มมีม้าที่มีชื่อว่า ‘คิดดี’ อีกด้วย ซึ่งเป็นลูกม้าที่เกิดขึ้นระหว่างที่ทางทีมทำงานร่วมกับที่นี่ หากใครอยากพบกับคิดดี มาเรียนขี่ม้า หรือนั่งรับประทานอาหารในบรรยากาศดีๆ The Hay Equestrian Center & Eatery ก็พร้อมรอต้อนรับทุกคนเสมอ
Owner: คุณดริว-บุณยวัฒน์ อดุลสิริพงศ์ และครอบครัว
Architect: Architectkidd
Location: ซอยเอกชัย 131 เขตบางบอน กรุงเทพฯ
Photographer: จิณณวัตร บริหารกิจอนันต์