แม้ที่ตั้งของ Livist Resort โรงแรมแห่งใหม่ของอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ จะไม่อยู่ติดกับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างเขาค้อ รวมถึงไม่มีแหล่งท่องเที่ยวใดเป็นพิเศษ คุณโจ้-พัชระ วงศ์บุญสิน คุณนิ้ม-อรณิชา ดุริยะประพันธ์ และทีมสถาปนิกจาก P.O.AR (Patchara + Ornnicha Architecture co.,ltd.) จึงต้องลงมือเปลี่ยนรีสอร์ทธรรมดาๆ ที่เป็นเพียงห้องพักสำหรับนักท่องเที่ยว ให้กลายเป็นสถานที่น่าดึงดูด ซึ่งสามารถสร้างความผ่อนคลายและประสบการณ์การท่องเที่ยวผ่านงานออกแบบที่ตีความบริบทของพื้นที่ และใช้ประโยชน์จากทิวทัศน์ธรรมชาติรอบๆ ให้คุ้มค่ามากที่สุด

ประโยชน์จากที่โล่งและลมธรรมชาติ
สถาปนิกเล่าว่า ครั้งแรกที่มีโอกาสได้ไปดูไซต์หน้างานจริง พื้นที่ค่อนข้างเปิดโล่ง รายล้อมไปด้วยอาคาร 1-2 ชั้นที่กระจายตัวอยู่ห่างจากกัน ส่วนบริเวณด้านหลังโครงการยังคงเป็นพื้นที่โล่งทั้งหมด ถึงแม้เพชรบูรณ์จะมีสภาพอากาศที่ร้อนแห้ง แต่ด้วยความโล่งของพื้นที่ นับว่าเป็นโชคดีที่ทำให้ลมสามารถถ่ายเทและโกรกเข้ามาเย็นสบายได้ตลอดทั้งวัน ความโล่ง และ ลมโกรก จึงกลายเป็นคาแรคเตอร์พิเศษที่ทีมสถาปนิกตั้งใจรักษาเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะต้องสร้างอาคารเต็มพื้นที่ตามความต้องการของทางเจ้าของ
สระว่ายน้ำประติมากรรมคอนกรีต
ด้วยความที่ชั้นบนเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 30 เมตร ที่สามารถมองทิวทัศน์เขาค้อได้อย่างกว้างไกล แต่ข้อจำกัดคือ แสงแดด ที่ส่องโดยตรงทำให้สระนี้สามารถว่ายได้หลัง 4 โมงเย็นเป็นต้นไป ประกอบกับกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางไปชมทะเลหมอกที่เขาค้อตั้งแต่เช้าตรู่ ทำให้ในยามสายจนถึงช่วงบ่ายแก่ๆ นักท่องเที่ยวยังคงว่างจากกิจกรรมต่างๆ
สระว่ายน้ำสามเหลี่ยมพีระมิดตั้งโดดเด่นที่เราเห็น จึงรับบทเป็นนักแก้ปัญหาผ่านฟังก์ชันสระว่ายน้ำที่ตรงกันข้ามกับสระชั้นบนโดยสิ้นเชิง กล่าวคือ สระว่ายน้ำนี้จะต้องว่ายได้ตั้งแต่ 9 โมง – 4 โมงเย็น เพื่อเพิ่มกิจกรรมให้เกิดขึ้นภายในรีสอร์ทโดยที่ไทม์ไลน์การใช้งานไม่ทับซ้อนกัน และในขณะเดียวกัน ก็ยังคงต้องมีความเป็นส่วนตัว เพื่อไม่ให้โซนห้องพักที่อยู่บริเวณใกล้เคียงมองเห็นการใช้งานได้อย่างโจ่งแจ้ง
สถาปนิกสร้างสเปซภายในสระว่ายน้ำด้วยโมดูลากระถางเพียงรูปแบบเดียว ซึ่งทรงพีระมิดที่ว่ายังเอียงทำองศายื่นออก (Cantilever) ไปด้านหนึ่ง ด้านที่ยื่นออก ถูกจัดวางหันไป หันมาในรูปแบบต่างๆ สร้างสเปซที่แตกต่างกัน เกิดเป็นห้องที่ซ่อนอยู่ภายใน และมีห้องเล็ก ใหญ่ที่ไม่เท่ากัน เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย
สะท้อนความเป็นเพชรบูรณ์ผ่านวัสดุท้องถิ่น
“เจ้าของโครงการเป็นผู้รับเหมา ซึ่งทำอาคาร ทำโรงแรมเป็นทุนเดิม เราเลยไปสอบถามว่าเพชรบูรณ์มีวัสดุอะไรบ้าง ช่างท้องถิ่นถนัดการก่อสร้างอะไร ซึ่งทางเจ้าของเขาก็บอกเลยว่า ช่างของเขา ถนัดงานคอนกรีตและอยากให้ใช้โครงสร้างเสา คาน เพราะเขาค่อนข้างถนัด เราก็เลยเลือกออกแบบอาคารที่โชว์คอนกรีตได้เต็มๆ ทั้งการหล่อเสา หล่อคาน” สถาปนิกเล่า
บริเวณยูนิตห้องพัก ทีมสถาปนิกออกแบบในลักษณะกรอบเหล็กที่หล่ออยู่ภายในคอนกรีตอีกทีหนึ่ง ซึ่งโครงสร้างทั้งสองถูกแยกจากกันอย่างชัดเจน ส่วนวัสดุอื่นๆ ที่ใช้ออกแบบโครงการ ส่วนมากจะเป็นวัสดุท้องถิ่นที่รวบรวมมาจากแหล่งต่างๆ ในจังหวัดเพชรบูรณ์ อย่างเช่น หินสีดำ ไม้สัก หรือไม้สักอัด
Owner: โสภิต ดำมินเสก
Designer: P.O.AR (Patchara + Ornnicha Architecture co.,ltd.)
Design Team: พัชระ วงศ์บุญสิน ,อรณิชา ดุริยะประพันธ์ ,ประกาย วรนิสรากุล ,พงศกร ผลไพบูลย์ ,ศักราวุธ สุมา ,ปัญชิกา ตรีสุโกศล และชานนท์ แก้กลาง
Lighting Designer: Light Is co., ltd.
Structural Engineer: Basic Design co.,ltd.
System Engineer: Weint co.,ltd.
Contractor: ประกาย วรนิสรากุล และ Livist Resort
Photographer: พัชระ วงศ์บุญสิน และ ปภณ เกษตรทัต