‘อยู่เย็นเป็นสุข’ ประโยคส่งต่อคำอวยพรแสนคุ้นเคยที่เรามักได้ยินกับความเป็นบ้านของคนไทยอยู่เสมอๆ หากลองหยิบมาคิดดูอีกที ประโยคที่ว่านี้ยังชวนให้เห็นภาพวิถีชีวิตแบบไทยสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี ความธรรมดาสามัญสุดเรียบง่าย มีความสุขร่วมกันผ่านวิถีชีวิตที่อยู่กับความเป็นธรรมชาติ บ้านไทยร่วมสมัยสีขาวในชื่อ PM House จึงเป็นตัวแทนที่นำวลีคุ้นหู อยู่เย็นเป็นสุข มาตีความเป็นสถาปัตยกรรมไทยสมัยใหม่ที่ใส่ใจความเป็นอยู่และบริบทเดิม ด้วยฝืมือการออกแบบของคุณตั้ม เฉลิมพล สมบัติยานุชิต แห่ง ARCHITECT9KAMPANAD CO., LTD.

ส่วนผสมของคนสองวัย และ การอยู่อาศัยแบบไทยสมัยใหม่
อยู่อย่างไทยสมัยใหม่ ถูกหยิบมาคลี่คลายให้กลายเป็นสถาปัตยกรรม โดยคุณตั้มได้แรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของเจ้าของบ้านซึ่งเคยชินกับความเป็นอยู่แบบบ้านไทยสมัยก่อน “เราตีความคำว่าไทย คือความสบาย ความง่าย และความยืดหยุ่น เพราะฉะนั้นงานออกแบบ ร่างทรงของความเป็นไทยเราไม่ได้โฟกัสที่จะทำบ้านทรงไทยอะไรแบบนั้น แต่เราพยายามสร้างความรู้สึกในสเปซและฟังก์ชันแทน ให้เขารู้สึกว่า อยู่อย่างไทยสมัยใหม่ มันคืออยู่แบบนี้แหละ” สถาปนิกเล่า
คุณแม่มีความชื่นชอบในวัสดุไม้จริง และชอบบ้านที่อยู่สบายโดยไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ คุณพ่อซึ่งมีปัญหาด้านสุขภาพทำให้มีข้อจำกัดในเรื่องการใช้งานฟังก์ชัน ส่วนลูกทำงานประจำ ซึ่งไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับบ้านจึงต้องการการดูแลรักษาที่ง่าย มีฟังก์ชันไม่ซับซ้อน โจทย์หลักของบ้านจึงเป็นการหันไปพึ่งพาพลังงานธรรมชาติเป็นหลัก การให้ความสำคัญกับแสงธรรมชาติและลม ผ่านแนวคิด อยู่เย็นเป็นสุข แบบบ้านไทยสมัยก่อน
“จริงๆ บ้านหลังนี้ไม่ได้มีคอนเซ็ปต์อะไรซับซ้อน พอๆ กับความต้องการของเจ้าของบ้าน เพียงแต่ว่าเป็นการออกแบบเชิงแก้ปัญหามากกว่า แก้ปัญหาเรื่องสภาพแวดล้อม แก้ปัญหาเรื่องข้อจำกัดทางกฏหมายให้มันได้พื้นที่ใช้งานที่ดีที่สุด อันนี้คือโจทย์ที่เราต้องนำมายำรวมกัน”
ฟังก์ชันภายในที่ ง่าย สบาย และยืดหยุ่น
ในส่วนของพื้นที่ภายใน สถาปนิกออกแบบให้เป็นสเปซที่เน้นความเรียบง่าย อยู่ง่าย ด้วยการดีไซน์แปลนทั้งสามชั้นในลักษณะ Open Plan ทั้งหมด และมีความเป็นกึ่งพื้นที่ใช้งานอเนกประสงค์ที่มีความยืดหยุ่นได้แบบกว้างๆ ตรงไปตรงมาและไม่ซับซ้อน ตอบโจทย์การใช้งานในเรื่องความปลอดภัยของผู้สูงอายุ รวมถึงเรื่องของการอยู่สบาย โดยเน้นการระบายอากาศ และลดการกั้นห้องให้มากที่สุด
บริเวณชั้นล่างเป็น Common Area ส่วนรับแขก ส่วนรับประทานอาหาร และครัว ซึ่งต่อเนื่องกันทั้งหมด แทรกด้วยฟังก์ชันห้องนอนของคุณพ่อซึ่งมีข้อจำกัดที่ต้องสะดวกในการเข้าถึง ส่วนชั้นสองถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกันของทุกคน โต๊ะไม้ตัวใหญ่ถูกวางไว้กลางพื้นที่ตลอดแนวของสเปซ ทำหน้าที่เป็นโซนยืดหยุ่น ที่ชักชนสมาชิกมานั่งทำงาน พูดคุย หรือเป็นที่นั่งทำเอกสารของคุณแม่ได้ในบางครั้งบางคราว มุมหนึ่งของชั้นออกแบบเป็นห้องฟิตเนสที่เชื่อมเข้ากับระเบียงภายนอก ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถออกไปยืนชมสวน ชมต้นไม้ หรือมีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนโดยรอบได้ตามวิถีชีวิตดั้งเดิม
รูปลักษณ์ร่วมสมัยที่เกิดจากการผสมของโครงสร้างคอนกรีต เหล็ก และไม้
ถึงแม้ภายในจะเรียบง่ายด้วยการออกแบบวิถีชีวิตและฟังก์ชันแบบบ้านไทยดั้งเดิม แต่ภายนอกกลับแตกต่างด้วยการนำรูปลักษณ์สมัยใหม่เข้ามาผสมผสาน เกิดเป็นอาคารร่วมสมัยอันโดดเด่น ซึ่งรวมโครงสร้างหลักทั้ง 3 อย่าง เหล็ก คอนกรีต และไม้ เข้าไว้ด้วยกัน
โครงสร้างทั้งสามยังเป็นตัวสร้างบทสนทนา สร้างความผูกพันให้เกิดขึ้นในระหว่างทางก่อสร้าง ซึ่งคุณตั้มเล่าว่า “ผู้รับเหมาเอง เขาบอกว่ามันเป็นโครงสร้างที่ค่อนข้างแปลก เพราะมีเรื่องไม้ เหล็ก และคอนกรีตอยู่ด้วยกัน ทำให้กระบวนการการทำงานต้องใจเย็นมาก เราไม่สามารถหล่อโครงสร้างชิ้นเดียวได้ และไม่สามารถเทคอนกรีตทีเดียวได้ บ้านหลังนี้ ตอนสร้างเราทำเฟรมขึ้นมาก่อนทั้งสามชั้น เพื่อนบ้านก็ให้ความสนใจ เดินมาดู เดินมาพูดคุยกันทุกวัน ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่สร้างความสนุกสนานให้กับพื้นที่โดยรอบไปด้วย”
“มันกลายเป็นว่า บ้าน มีทั้งความปลอดภัย ในขณะที่มันไม่ตัดขาดกับเพื่อนบ้านและบริบท เราคิดเรื่องพวกนี้เยอะเหมือนกัน คิดเรื่องวิถีชีวิตมากกว่าสถาปัตยกรรม ในบริบทแบบไทยๆ ภูมิอากาศแบบไทยๆ เราไม่ฝืนที่จะทันสมัยโดยลืมที่จะใช้ประโยชน์จากมัน พอเราทำให้มันธรรมดามากๆ เจ้าของบ้านก็ไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิถี หรือพฤติกรรมที่เป็นอยู่ เพราะฉะนั้น คำว่าอยู่เย็นเป็นสุข มันจึงสามารถเอามาใช้ในงานออกแบบได้จริงๆ” สถาปนิกกล่าว
Area : 50 ตารางวา
Owner : นพมาศ ฮวบเจริญ
Architect : เฉลิมพล สมบัติยานุชิต ARCHITECT9KAMPANAD CO., LTD.