รวมแนวคิดผ่าน “การให้”
จาก 5 บริษัทสถาปนิกผู้เข้ารอบการประกวดแบบศูนย์แพทย์รามาธิบดีศรีอยุธยา

หลังจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดิ มหาวทิยาลัยมหิดล ได้มีนโยบายที่จะพัฒนาสถาบันเพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นสถาบันการแพทย์ชั้นนำในระดับเอเชีย การจัดประกวดแบบ “ศูนย์การแพทย์รามาธิบดีศรีอยุธยา” เพื่อให้บริการด้านการดูแลรักษาสุขภาพ การป้องกันโรค และรักษาโรคเฉพาะทางด้วยมาตรฐานสากล จึงได้ถูกจัดขึ้นและได้ทำการประกาศผลตัดสินผู้ชนะไปเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา

นอกจากโครงการประกวดแบบครั้งนี้จะเป็นโครงการที่ท้าทายด้วยโจทย์และรูปแบบของอาคารที่นับว่ามีความซับซ้อนค่อนข้างมากแล้ว ยังท้าทายด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมประกวดที่มีมากถึง 100 ทีมสตูดิโอออกแบบ ก่อนจะถูกคัดเหลือเหลือเพียง 5 ทีม สู่ 5 แนวคิดที่แอบแฝงไปด้วย “การให้” และมุมมองในการพัฒนา “ศูนย์การแพทย์รามาธิบดีศรีอยุธยา” ให้เป็นอาคารที่พร้อมต่อการใช้งานตามโจทย์และข้อจำกัด ตั้งแต่การออกแบบอาคารให้ประหยัดพลังงานและทันสมัย มีพื้นที่ใช้สอยที่ยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ มีมาตรฐาน JCT พร้อมยกระดับอาคารด้วยความคิดสร้างสรรค์ และออกแบบอาคารให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้เนื้อที่ดินที่จำกัด เป็นต้น ตามไปดูแนวคิดจาก 5 ทีมผู้ออกแบบที่เข้ารอบการประกวดศูนย์แพทย์ฯ ในครั้งนี้กันว่า จะคิดค้นและตีความโจทย์ต่างๆ ออกมาได้น่าสนใจอย่างไรบ้าง

บริษัท เวสสุ คอลลาบอเรชั่น จำกัด (รางวัลชนะเลิศ)

เพราะการ “ให้” คือหนึ่งในเจตนาของการสานสัมพันธ์

สำหรับทีมแรกกับทีมผู้ชนะเลิศอย่าง บริษัท เวสสุ คอลลาบอเรชั่น จำกัด คือหนึ่งในทีมผู้ออกแบบที่ร้อยเรียงรายละเอียดของอาคารด้วยการตีความจากคำว่า “ให้” ว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบของการ “สานสัมพันธ์” สู่การออกแบบจัดวางฟังก์ชันภายในอาคารด้วยการเชื่อมโยงสเปซต่างๆ ให้มีความสอดคล้องกันภายใต้รูปลักษณ์อาคารที่ดูทันสมัยตามโจทย์ที่ได้รับ

พร้อมทั้งนำเสนอแง่มุมใหม่ๆ ให้กับพื้นที่การใช้งานหลัก 3 ประการของศูนย์การแพทย์ ตั้งแต่ Wellness Center, Imaging Center, และ Specialist Clinic ในรูปแบบของการสานสัมพันธ์ระหว่างผู้คนและสถาปัตยกรรมที่ยั่งยืน

ผลงานออกแบบของ บริษัท เวสสุ คอลลาบอเรชั่น จำกัด

การสานสัมพันธ์ทางแกนนอน (Horizontal Linkage) คือการเชื่อมต่อบนพื้นฐานของทางเดินสาธารณะจาก Airport Link เข้ามายังพื้นที่ของอาคาร ซึ่งเป็นการสานสัมพันธ์ในรูปแบบที่ประชาชนทั่วไปจะสามารถเข้าถึง Wellness Center และส่วนกายภาพบำบัดได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังเป็นการสานสัมพันธ์ในส่วนของพื้นที่สาธารณะของเมืองและศูนย์การแพทย์ฯ ให้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งเป็นแนวคิดที่สามารถนำไปต่อยอดมาตรฐานการพัฒนาผังเมืองในอนาคตได้

ผลงานออกแบบของ บริษัท เวสสุ คอลลาบอเรชั่น จำกัด

การสานสัมพันธ์ทางแกนตั้ง (Vertical Linkage) คือการสานสัมพันธ์ของการจัดการรูปแบบคลินิกด้วยระบบผังโมดูลาร์ที่เข้ามาช่วยให้การปรับเปลี่ยนแผนการจัดการขนาดของศูนย์การแพทย์ฯ สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างไร้ข้อจำกัด โดยสามารถสลับชั้นหรือขยายพื้นที่ได้ตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของผู้ป่วยในแต่ละยุคสมัย

การสานสัมพันธ์ทางการปฏิบัติการ (Operational Linkage) โดยทั่วไปแล้วงานสถานพยาบาลจะปฏิบัติการได้ดีในอาคารแนวราบซึ่งนั่นจึงทำให้ Imaging Center มักจะอยู่ชั้นล่างสุด แต่ด้วยข้อจำกัดทางที่ดินจึงทำให้ผู้ออกแบบเลือกแก้ปัญหาด้วยการจัดวาง Imaging Center เป็นจุดตัดของการสานสัมพันธ์ทางแนวตั้งและแนวนอน เพื่อให้ยังสามารถทำงานร่วมกับ Wellness Center และ Clinic ได้สะดวก ไปพร้อมๆ กับการดัดแปลงโปรแกรมที่ตอบสนองกับบริบทปัจจุบันเช่น Telehealth และห้องพักแพทย์เข้ามาในส่วนกลางของอาคารหลัก เพื่อให้หมอสามารถเข้าถึงคนไข้ทั้งชั้นล่างและชั้นบนได้อย่างรวเดร็ว

ผลงานออกแบบของ บริษัท เวสสุ คอลลาบอเรชั่น จำกัด

ด้วยความที่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลมักมีความเครียดจากการอาศัยอยู่ในสถาพยาบาลเป็นเวลานาน การออกแบบพื้นที่ในส่วนของภูมิสถาปัตยกรรมภายนอกด้วยหลักการของสวนเพื่อสุขภาพ สำหรับฟื้นฟูและการทำกายภาพบำบัด จึงถูกออกแบบด้วยการกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ส่วน ได้แก่ การเห็น การได้ยิน การลิ้มรส การได้กลิ่น และการสัมผัส ผ่านการเลือกใช้พืชพรรณที่มีลักษณะเป็นป่า มีไม้ดอกหอมและไม้ดอกที่ให้สีสันสวยงาม รวมถึงการเลือกใช้วัสดุต่างๆ ที่จะส่งผลต่อกระตุ้นประสาทสัมผัสในแต่ละแง่มุม

บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (รองชนะเลิศอันดับ 1)

การดูแลที่ยก “ให้” ผู้รับบริการเป็นดั่งศูนย์กลาง

ในส่วนของผลงานจากทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 อย่าง บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด ได้นำเสนอแนวคิดด้วยความต้องการขั้นพื้นฐานและมุมมองที่เล็งเห็นถึงความก้าวหน้าของระบบเทคโนโลยีทางการแพทย์ในอนาคต จนนำมาสู่การออกแบบพื้นที่ให้สามารถรองรับเทคโนโลยีดังกล่าวไปพร้อมๆ 3 แนวคิดหลัก Patient Centric, Technology, และ Natural Healing ได้อย่างลงตัวกับการใช้งานของผู้รับบริการ ไปจนถึงบุคลากรทางการแพทย์ และบุคคลทั่วไป

ผลงานออกแบบของ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด

Patient Centric คือการดูแลผู้รับบริการแบบเป็นศูนย์กลางโดยให้ความสำคัญกับการเข้าใจถึงชีวิตส่วนบุคคลและคำนึงถึงความต้องการในการดูแลสุขภาพ รวมถึงการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพก่อนการเกิดโรค นำมาซึ่งการออกแบบพื้นที่อาคารที่ช่วยเสริมสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้รับบริการและบุคคลากรทางการแพทย์

ผลงานออกแบบของ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด

Technology คืออนาคตทางการแพทย์และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ถูกขับเคลื่อนไปพร้อมกับการปฏิบัติงาน หากการปฏิบัติงาน เทคโนโลยี และพื้นที่ใช้งานมีความสอดคล้องกันจะช่วยให้การใช้งานภายในพื้นที่อาคารเกิดความลื่นไหลมากยิ่งขึ้น ผู้ออกแบบจึงได้คำนึงถึงแนวโน้มในการพัฒนาและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ ก่อนนำกลับมาออกแบบพื้นที่ภายในอาคารให้สามารถรองรับกับเทคโนโลยีในอนาคต

Natural Healing คือธรรมชาติที่มีผลต่อกระบวนการรักษาทั้งทางกายและจิตใจ การสรร้างความผ่อนคลายให้กับบรรยากาศทั้งภายนอกและภายในอาคารย่อมส่งผลดีต่อผู้รับบริการที่มักมีความกังวล หวาดกลัว หรือเครียด เนื่องจากอาการเจ็บป่วยและการรอรับบริการ รวมถึงกลุ่มผู้ให้บริการ แพทย์ และพยาบาลที่ปฏิบัติงานตลอดทั้งวัน

ผลงานออกแบบของ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด
ผลงานออกแบบของ บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด

อีกทั้งอาคารแห่งนี้ยังได้รับการออกแบบด้วยแนวคิดของการอนุรักษ์พลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการออกแบบแผงบังแดดเพื่อช่วยลดความร้อนที่เข้ามากระทบเปลือกอาคาร โดยกลไกของแผงบังแดดดังกล่าวยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการเปิดปิดของแผงได้ในแบบที่ไม่ต้องพึ่งพาระบบไฟฟ้าหรือระบบเซ็นเซอร์อัตโนมัติ

บริษัท ชาน เอ แอนด์ ดี จำกัด (รองชนะเลิศอันดับที่ 2)

“ให้” พื้นที่สาธารณะช่วยเสริมสร้างการรักสุขภาพ

นอกเหนือจากบทบาทการให้บริการทางการแพทย์ของศูนย์แพทย์รามาธิบดีศรีอยุธยาแล้ว ทีมผู้ออกแบบจากผลประกวดรองชนะเลิศอันดับที่ 2 อย่าง บริษัท ชาน เอ แอนด์ ดี จำกัด ก็ยังได้สอดแทรกแนวคิดด้านการเพิ่มพื้นที่สาธารณะเข้าไปในส่วนต่างๆ ของอาคารร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น ส่วนหย่อม (Healing Park), ลานอเนกประสงค์, ร้านอาหารและสินค้าเพื่อสุขภาพ เพื่อการดึงดูดผู้คนให้เข้ามาใช้งานพื้นที่ของตัวอาคาร และได้เรียนรู้เกี่ยวกับการป้องกันดูแลรักษาสุขภาพอย่างถูกวิธี ผ่านเรื่องราวของสเปซต่างๆ ที่ได้นำเสนอ

ผลงานออกแบบของ บริษัท ชาน เอ แอนด์ ดี จำกัด
ผลงานออกแบบของ บริษัท ชาน เอ แอนด์ ดี จำกัด

โดยภายในโครงการประกอบไปด้วยสองอาคารฟังก์ชันที่แบ่งตามลักษณะการใช้งาน ซึ่งอาคารที่ติดถนนศรีอยุธยาจะเป็นอาคารกลุ่ม Wellness Center, ศูนย์ตรวจสุขภาพ Rehabsitation Center ส่วนอาคารที่อยู่ด้านในจะประกอบไปด้วย Imaging center และ Clinic ต่างๆ อีกทั้งสองอาคารยังได้เพิ่มพื้นที่สาธารณะด้วยการเชื่อมต่อกับ Airport Link,  Lab, ศูนย์รวมสุขภาพ, Sky lounge และ Rooftop Garden ที่ล้วนแต่จะช่วยส่งเสริมให้สุขภาพทางกายและใจของผู้ใช้งานในแต่ละพื้นที่ยิ่งขึ้น

ผลงานออกแบบของ บริษัท ชาน เอ แอนด์ ดี จำกัด
ผลงานออกแบบของ บริษัท ชาน เอ แอนด์ ดี จำกัด

นอกจากนี้ตัวอาคารยังได้ถูกออกแบบให้มีความยืดหยุ่นสูงสุด ด้วยการเลือกออกแบบผ่านระบบโมดูลาร์ เพื่อให้การปรับปรุงอาคารในอนาคตหรือการปรับเปลี่ยนตามรูปแบบการรักษาของยุคสมัยสามารถเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว

ผลงานออกแบบของ บริษัท ชาน เอ แอนด์ ดี จำกัด
บริษัท สถาปนิก ดีเอ็ม โอ จำกัด (รางวัลชมเชย)

 “ให้” ช่วงเวลาช่วยบอกเล่าความสุขของการอยู่

บริษัท สถาปนิก ดีเอ็ม โอ จำกัด เป็นอีกหนึ่งผู้เข้าร่วมการประกวดที่ได้รับรางวัลชมเชยมาด้วยการถ่ายทอดแนวคิดผ่านกาลเวลาให้ออกมาในรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับบริบทและความรู้สึกของผู้ใช้งาน โดยการออกแบบอาคารได้ถูกวางภาพรวมให้พึ่งพาพื้นที่ของสวนขนาดใหญ่ เพื่อรองรับกิจกรรมที่หลากหลาย และการเชื่อมโยงร่วมกับแนวคิดที่นำเรื่องของ “เวลา” เข้ามาผสมผสาน

ผลงานออกแบบของ บริษัท สถาปนิก ดีเอ็ม โอ จำกัด

ซึ่งทีมผู้ออกแบบได้เลือกใช้ความรู้สึกต่อเฉดสีแดงและเขียวในการเปรียบเทียบร่วมกับแนวคิด ให้สีเขียวเป็นตัวแทนของ “ความช้า” และสีแดงเป็นตัวแทนของ “ความเร็ว” ก่อนจะออกแบบให้พื้นที่สีเขียวเป็นโซนของธรรมชาติที่ผู้คนจะสามารถรับรู้ได้ถึงชีวิตและความสุขของการอยู่

ผลงานออกแบบของ บริษัท สถาปนิก ดีเอ็ม โอ จำกัด
ผลงานออกแบบของ บริษัท สถาปนิก ดีเอ็ม โอ จำกัด

ขณะเดียวกันพื้นที่สีแดงก็เปรียบกับความรวดเร็ว หรือความรับผิดชอบของชีวิตที่จะต้องเร่งรีบในแต่ละวัน อีกทั้งพื้นที่การใช้งานในอาคารก็ยังถูกคำนึงถึงการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ด้วยการเพิ่มพื้นที่นั่งปฏิสัมพันธ์พูดคุยสำหรับการแลกเปลี่ยนทางวิชาชีพซึ่งกันและกัน

ผลงานออกแบบของ บริษัท สถาปนิก ดีเอ็ม โอ จำกัด
บริษัท โปรเกรสซีฟ บิลดิ้ง แมเนจเม้นท์ จำกัด (รางวัลชมเชย)

เชื่อมโยงมนุษย์และธรรมชาติ “ให้” เป็นหนึ่งเดียวกัน

อีกหนึ่งทีมสถาปนิกจาก บริษัท โปรเกรสซีฟ บิลดิ้ง แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้ได้รับรางวัลชมเชยในการประกวดครั้งนี้ กับการมองแก่นแท้ของสถาปัตยกรรมคือการเชื่อมโยงปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ เกิดเป็นความสัมพันธ์ในการดึงพลังงานจากสิ่งรอบตัวเข้ามาใช้ร่วมในการออกแบบให้มีความสอดคล้องและเป็นหนึ่งเดียวกัน

ผลงานออกแบบของ บริษัท โปรเกรสซีฟ บิลดิ้ง แมเนจเม้นท์ จำกัด แอนด์ ดี จำกัด

ผู้ออกแบบจึงได้ตีความแนวคิดในเรื่องของเวชศาตร์ที่แฝงไปด้วยความสมดุลของแร่ธาตุ อย่าง ดิน น้ำ ลม และไฟ เข้ามาประยุกต์กับสถาปัตยกรรมในรูปลักษณ์ที่ทันสมัย

“ดิน” คือที่ที่ประกอบขึ้นเป็นมนุษย์ เหมือนพื้นโลกและพื้นที่สำหรับสิ่งอื่นที่เติบโต เปรียบได้กับคอนกรีต ไม้ และต้นไม้ ที่เชื่อมให้คนเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ

 “น้ำ” เป็นองค์ประกอบในร่างกายของมนุษย์ จึงออกแบบให้สถาปัตยกรรมแสดงออกถึงความลื่นไหล โค้งมน และต่อเนื่องเหมือนเส้นสายของน้ำที่มีความเป็นอิสระ และใช้สีในโทนเย็นเป็นหลัก

ผลงานออกแบบของ บริษัท โปรเกรสซีฟ บิลดิ้ง แมเนจเม้นท์ จำกัด

“ลม” คือตัวควบคุมการเคลื่อนไหวของร่ายกาย เช่น ลมหายใจเข้าออก การบีบและหดของกล้ามเนื้อ ที่แม้จะเป็นธาตุที่มองไม่เห็นด้วยตา แต่สามารถสัมผัสได้ด้วยความเย็นสบายในพื้นที่ การออกแบบจึงคำนึงถึงเรื่องของการไหลเวียนของลมเพื่อให้รู้สึกถึงธรรมชาติ

“ไฟ” คือกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย ซึ่งก่อให้เกิดเป็นพลังงานและความอบอุ่น สื่อแทนด้วยแสงสว่าง และใช้วัสดุในโทนค่าสีร้อนโดยออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่เปิดรับแสงจากธรรมชาติเข้ามาโดยส่งผลให้พื้นที่นั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ดี

ผลงานออกแบบของ บริษัท โปรเกรสซีฟ บิลดิ้ง แมเนจเม้นท์ จำกัด

ศูนย์การแพทย์รามาธิบดีศรีอยุธยาจึงถูกออกแบบให้เป็นสถาปัตยกรรมแห่งการบำบัดที่ช่วยเยียวยาด้วยความรู้สึกกับผู้ที่มารักษาและฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจให้รับรู้ถึงสายลมที่พัดผ่านชีวิตทั้งหมดของสถาปัตยกรรม

ภาพและข้อมูลจาก : สมาคมสภาสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ 

Writer

subscribe now!

Get the coolest NEWS and ARCHITECTURE Content today!

รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์ทางอีเมล
ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!