Conceptual Architecture
จินตนาการในโลกของสถาปัตยกรรม

หากเราย้อนกลับไปดูภาพยนตร์ไซไฟในยุคเก่าที่มีเทคโนโลยีหรือองค์ประกอบฉากสุดล้ำ เรียกได้ว่าว้าวที่สุดในยุคนั้น เมื่อกลับมามอง ณ ปัจจุบันอาจมีบางสิ่งเกิดขึ้นจริงจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างเทคโนโลยีหน้าจอสัมผัสที่ยิ่งนานวันยิ่งล้ำสมัยจนน่าตกใจ

นี่จึงเป็นหนึ่งในเครื่องยืนยันว่า ‘จินตนาการ’ เป็นตัวแทนของความหวัง ความฝัน ความต้องการที่ไม่สามารถมองเห็นได้ ซึ่งในหลายครั้งจินตนาการผลักดันให้คนเราสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ พลังยิ่งใหญ่ของมนุษย์จึงกลายเป็นความคิดไม่รู้จบที่ส่งต่อสู่งานนวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงงาน Conceptual Design หรือแนวคิดทางสถาปัตยกรรมที่นำโลกจินตนาการมาผสมผสานจนเกิดเป็นผลงานเหนือจริง 

เพื่อพาทุกคนหลุดออกจากโลกแห่งความจริงไปบ้าง เราขอชวนมาท่องเที่ยวในโลกจินตนาการสำรวจสถาปัตยกรรม (เหนือจริง) ที่สนุกๆ หลุดโลก และแปลกตาจนต้องอุทานว่า แบบนี้ก็มีด้วยหรอ! ใครจะรู้ว่าในอนาคตอันใกล้ เราอาจได้เห็นอาคารรูปทรงแปลกตา ที่บียอนไปกว่าตึกสี่เหลี่ยมสูง หรือบ้านสี่เหลี่ยมผืนผ้าหลังคาจั่วที่เราคุ้นตาก็เป็นได้

Sinuous House
By ANTIREALITY

The Sinuous House ตั้งชื่อตรงตัวตามรูปทรงคดเคี้ยว โค้งมนของอาคาร แนวคิดของบ้าน 2 ชั้นหลังนี้ตั้งใจให้เป็นสถานที่พักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์สำหรับผู้ที่ทำงานในเมือง โดยตั้งอยู่ริมชายฝั่งธรรมชาติในประเทศอิตาลี โครงสร้างสีขาวจะตั้งอยู่บนโขดหินที่สามารถมองทัศนียภาพของบริบทโดยรอบได้อย่างกว้างไกล ตัวบ้านประกอบไปด้วยโครงสร้างโค้งสามทิศทาง โดยทั้งหมดจะซ้อนทับกันเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงทางแนวตั้งภายในอาคาร ซึ่งโครงสร้างในแนวตั้งถูกสร้างขึ้นเป็นระเบียงสังเกตการณ์เพื่อให้ผู้คนได้เพลิดเพลินกับมุมมองที่กว้างไกล ในขณะที่ดาดฟ้าชั้นสองเป็นสระว่ายน้ำที่ทอดตัวยาวมองเห็นทัศนียภาพของชายฝั่งที่อยู่ล้อมรอบ

บ้านหลังนี้มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 344 ตร.ม. ฟังก์ชันหลักเป็นที่อยู่อาศัยที่เพิ่มเติมพื้นที่ 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ระเบียง สระว่ายน้ำบนดาดฟ้า และหอชมวิว พื้นที่ใช้สอยภายในประกอบไปด้วยห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และห้องครัว ห้องนอน 2 ห้อง รวมถึงห้องสมุดขนาดเล็ก

ฟาซาดอาคารออกแบบให้กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว โดยแบ่งเลเยอร์ออกเป็นพื้นผิววัสดุสองชั้น โดยชั้นแรกดีไซน์ให้เป็นแผงอลูมิเนียมเจาะรูสีขาวส่วนชั้นที่สองครอบคลุมผนังกระจกเกือบทั้งหมด ทำให้แสงธรรมชาติสามารถส่องเข้าถึงภายใน ในขณะที่ยังป้องกันพื้นที่ใช้งานจากความร้อนที่อาจมากเกินไปในบางช่วงเวลา  

ที่มา
conceptual-weekend-antireality
https://www.instagram.com/anti__reality

House Inside a Rock
By Amey Kandalgaonkar

สำหรับบ้านที่ฝังตัวในหินหลังนี้ สถาปนิกหยิบสถาปัตยกรรมสุสานหิน Madain Saleh จากประเทศซาอุดิอาระเบียมาเป็นแรงบันดาลใจ โดยโบราณสถานมีฟาซาดสุดคลาสสิกที่แกะสลักด้วยหินทรายจำนวนมากเกิดเป็นงานสถาปัตยกรรมรูปทรงเรขาคณิตบนพื้นผิวของธรรมชาติ

สถาปนิกออกแบบโดยใส่ความร่วมสมัยเข้าไปมากขึ้นผ่านกระบวนการก่อสร้างที่เสริมวัสดุชนิดที่สองเข้าไปแทนที่จะใช้วัสดุธรรมชาติเพียงอย่างเดียว ความคอนทราสจึงเกิดขึ้นจากการแทรกแผ่นพื้นคอนกรีตเข้าไปเป็นโครงสร้างหลักของบ้าน โดยสถาปนิกออกแบบให้ดูเหมือนว่าบ้านงอกออกมาจากหิน โถงทางเข้าขนาดใหญ่ที่ชั้นล่างยังเชื่อมต่อกับพื้นที่ใช้สอยทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวกว้างเปิดออกเพื่อรับอากาศธรรมชาติด้านนอกได้ตลอดแนว

ที่น่าสนใจคือ สถาปนิกออกแบบโดยคำนึงถึงมุมมองเป็นสำคัญ หากเราสังเกตจากมุมในระดับสายตาจึงเห็นเป็นเพียงเส้นสายของสี่เหลี่ยมเรขาคณิตที่แทรกตัวอยู่ในก้อนหินซึ่งเป็นรูปทรงออร์แกนิกตามธรรมชาติ ต่างจากมุมมองด้านบน (Bird eye’s view) ซึ่งจะเริ่มเห็นขอบเขตของงานสถาปัตยกรรมได้อย่างชัดเจน
 
ที่มา
http://www.designboom.com
http://www.dezeen.com

Dune House
By Studio Vural

Dune House ออกแบบขึ้นบนพื้นที่ชายฝั่งทะเลในเมือง Wellfleet ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรรูปตะขอของ Cape Cod ในรัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่ง Studio Vural รับหน้าที่ออกแบบโดยจินตนาการถึงสถาปัตยกรรมในรูปแบบ “Subtractive Architecture” หรือสถาปัตยกรรมที่ถูกลลดชิ้นส่วนออกไป โดยซ่อนตัวเป็นหนึ่งเดียวกับเนินทรายและสามารถอยู่อาศัยได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาสาธารณูปโภค

ฟอร์มวงกลมของอาคารถูกตัดแบ่งชิ้นส่วน และซ่อนเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ทั้งภูเขาหญ้าและเนินทราย ทำให้เมื่อมองจากทะเลโดยรอบ สถาปัตยกรรมชิ้นนี้กลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติจนแทบจะแยกกันไม่ออก ที่บริเวณชั้นบนของ Dune House จะมีรูปทรงคล้ายแปดเหลี่ยมที่ประกอบด้วยปีกอาคารสองปีกที่เชื่อมกันด้วยทางเดินเอาท์ดอร์กลาง ซึ่งพื้นที่ชั้นบนเป็นฟังก์ชันส่วนกลาง เช่น ห้องครัวและพื้นที่รับประทานอาหาร บันไดของปีกอาคารฝั่งหนึ่งจะพาเราลสู่พื้นที่ชั้นล่างซึ่งซ่อนตัวอยู่ในเนินทราย โดยบริเวณส่วนนี้จะเป็นห้องนอนจำนวน 4 ห้อง ห้องโถงและห้องนั่งเล่น โดยมีหน้าต่างรูปลิ่มเปิดรับแสงแดดและเปิดมุมมองให้เห็นวิวผืนน้ำ

โครงสร้างบ้านได้รับการออกแบบให้ยึดกับพื้นที่ด้วยการใช้เสาเข็มลึก ส่วนผนังทำขึ้นจากคอนกรีตผสมเถ้าลอย และกระจกฉนวนสามชั้นที่ซ่อนอยู่ภายในกรอบโลหะ เพื่อให้ทนทานต่อสภาพอากาศและพายุ

ที่มา
www.dezeen.com

Shipping Containers as Affordable Housing
By TRS Studio

ตู้คอนเทนเนอร์สำหรับขนส่งจำนวน 2 ตู้ถูกต่อเข้าด้วยกันและเสริมด้วยส่วนต่อขยายจากวัสดุโพลีคาร์บอเนตบริเวณด้านบน ซึ่งเป็นแนวคิดที่อยู่อาศัยราคาประหยัดที่ TRS Studio ออกแบบขึ้นสำหรับชุมชนที่ประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยและขาดทรัพยากรในการซื้อวัสดุก่อสร้าง ในชุมชนเล็กๆ ของประเทศเปรู

บ้านหลายหลังในพื้นที่สร้างขึ้นจากวัสดุเหลือใช้ ซึ่งห่างไกลคำว่าบ้านพักอาศัยหรือสถาปัตยกรรมไปมากนัก ตู้คอนเทนเนอร์จำนวนมากมายที่ถูกทิ้งจึงเป็นทางเลือกหนึ่งของการออกแบบ โดยมีราคาถูก อีกทั้งยังทนทานเพื่อให้โครงสร้างเหมาะสมกับการอยู่อาศัยมากขึ้น ตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้มีพื้นที่ภายในประมาณ 60 ตารางเมตร โดยนำตู้ 2 ตู้มาต่อเข้ากัน เกิดเป็นเลย์เอาท์ทรงสี่เหลี่ยมที่กว้าง 4 เมตรและยาว 15 เมตร  

บริเวณชั้นล่างมีฟังก์ชันเป็นมุมครัว ห้องน้ำ และห้องนอนที่บริเวณด้านหลัง อีกทั้งยังมีพื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้เล็กๆ ที่ข้างใดข้างหนึ่งของบ้าน ทำให้เจ้าของสามารถจัดสวนขนาดเล็กภายในบ้านได้ ช่วยลดความร้อนที่เกิดขึ้นจากแสงธรรมชาติที่ส่องเข้าถึงผ่านวัสดุเพดานโพลีคาร์บอเนตโปร่งแสง พาร์ติชันภายในเป็นตัวกั้นสเปซและสร้างสัดส่วน ซึ่งถูกสร้างขึ้นด้วยไม้อัด Oriented Strand Board (OSB) โดยเป็นวัสดุราคาไม่แพงที่มีอยู่เดิมในชุมชน

ส่วนพื้นที่ชั้นลอยจะมีสองห้องนอน รวมถึงมีห้องทำงาน โดยขนาดกว้างขวางมากพอสำหรับครอบครัวใหญ่ที่สามารถดัดแปลงพื้นที่ภายในได้ตามความเหมาะสมในการใช้งาน แนวคิดสถาปัตยกรรมดังกล่าวยังเป็น Prototype แบบจำลองสำหรับผู้อยู่อาศัยครอบครัวอื่นๆ ในเมือง และในอนาคตอาจรวมถึงพื้นที่อื่นๆ ทั่วโลก

ที่มา
www.dezeen.com

CyberHouse LIFE
By Modern House bureau, Alex Wizhevsky

หากมีซอมบี้บุกโลก หรือเกิดการจลาจลครั้งใหญ่ เราคงต้องการที่พักอาศัยที่แข็งแกร่งราวกับเป็นป้อมปราการรักษาความปลอดภัย เช่นเดียวกับ CyberHouse LIFE แนวคิดสุดล้ำจากจินตนาการของ Alex Wizhevsky

CyberHouseLIFE มีขนาดพื้นที่ใช้สอย 1,370 ตร.ม. ตั้งอยู่บนเนินหินบนชายฝั่งของทะเลสาบภูเขา ถึงแม้จะมีรูปลักษณ์หน้าตาที่โดดเด่นล้ำสมัย แต่ภายในกลับพึ่งพาระบบธรรมชาติและอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล โดยไม่รบกวนซึ่งกันและกัน แต่ละระดับของวิลล่าเปิดมุมมองพาโนรามาเป็นเอกลักษณ์ของภูมิทัศน์ โดยตัวบ้านจะแบ่งออกเป็นอาคารหลักสองหลัง หลังแรกจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางอย่างโรงจอดรถ พื้นที่อเนกประสงค์ พื้นที่แขก ในขณะที่บ้านหลังที่สองซึ่งอยู่ติดริมน้ำจะเป็นพื้นที่พักอาศัยส่วนตัว เพื่อให้มองเห็นและชื่นชมวิวทิวทัศน์ได้อย่างกว้างไกลที่สุด

สถาปัตยกรรมออกแบบด้วยคอนกรีตที่ทำมุมองศาไปมา คล้ายกับเหลี่ยมมุมที่พร้อมป้องกันตัวเองจากอันตรายรอบด้าน อีกทั้งยังมีวัสดุกระจกกันกระสุนรอบทิศทาง เพื่อเปิดรับมุมมอง โครงสร้างที่ซับซ้อน วัสดุที่แข็งแกร่งทนทานและการพึ่งพาระบบธรรมชาติจึงทำให้บ้านหลังนี้พร้อมเป็นระบบปิดที่คุ้มกันผู้อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ที่มา
archello.com

Street Tree Pods
By Matthew Chamberlain

Matthew Chamberlain บัณฑิตจากมหาวิทยาลัย Westminster ออกแบบบ้านต้นไม้สุดยั่งยืน เพื่อบรรเทาวิกฤตที่อยู่อาศัยในลอนดอน Street Tree Pods เป็นโครงสร้างไม้รูปทรงหยดน้ำที่ตั้งใจออกแบบมาให้เป็นส่วนหนึ่งกับต้นไม้ที่มีอยู่เดิม พื้นที่ทั้งหมดใช้ขนาดเท่ากับที่จอดรถเพียงหนึ่งคันเท่านั้น โดยโครงสร้างแต่ละหลังจะให้บริการที่พักระยะสั้นแก่ผู้พักอาศัยเพียงคนเดียว โดยอาจเป็นนักเรียน คนทำงานวัยหนุ่มสาว หรือแม้แต่คนไร้บ้านที่กำลังอยู่ในขั้นตอนของการจัดหาบ้านหลังใหม่

Street Tree Pods พยายามนำเสนอการแก้ปัญหามลพิษที่เพิ่มขึ้นภายในเมือง สถาปัตยกรรมรูปทรงต้นไม้นี้เป็นตัวผสมผสานบ้านและต้นไม้ริมถนนเข้าด้วยกัน ทำให้มนุษย์รู้สึกได้ถึงธรรมชาติผ่านกระบวนการทางธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการมุ่งเน้นไปที่ความสำคัญของสุขภาวะที่ดีและสถาปัตยกรรมที่ยั่งยืน

การออกแบบบ้านหลังนี้ยังคำนึงถึงความยั่งยืนให้มากเท่าที่จะเป็นไปได้  โดยอาศัยระบบทั้งหมดจากธรรมชาติทั้งระบบการหมุนเวียนอากาศจากธรรมชาติ (Natural Ventilation) การนำแสงธรรมชาติเข้าสู่ภายใน อีกทั้งยังมีระบบกักเก็บน้ำฝนในถังพักแยกสำหรับใช้งานภายในพื้นที่ และ Heat Pump ที่กักเก็บความร้อนจากอากาศในตอนกลางวัน ทำงานบ้านทั้งหลังสามารถหมุนเวียนเป็นระบบได้อย่างยั่งยืน

ที่มา
www.dezeen.com

Writer
Rangsima Arunthanavut

Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้

subscribe now!

Get the coolest NEWS and ARCHITECTURE Content today!

รับข่าวสารเรื่องการออกแบบ สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์ทางอีเมล
ที่จะส่งตรงถึงคุณทุกเดือน ลงทะเบียนได้ที่ด้านล่างนี้เลย!