6 โรงเรียนดีไซน์สวยจากทั่วไทย
ที่ชวนเด็ก ๆ ปล่อยใจไปกับการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์

‘เด็ก ก็เปรียบเสมือนอนาคตที่สดใส’ การออกแบบโรงเรียนที่ดี จึงสำคัญไม่แพ้การออกแบบอาคารประเภทอื่น ๆ สภาพแวดล้อม บรรยากาศ รวมถึงสเปซต่างเป็นตัวการที่ช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ไปพร้อมกับการเรียนรู้ เพื่อพาเด็ก ๆ หลายชีวิตก้าวออกสู่กรอบความคิดและสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มักจำกัดอยู่ในพื้นที่แบบเดิม ๆ

ด้วยโอกาสอันดีที่เป็นวันเด็กแห่งชาติ Dsign Something ชวนมาชม 6 โรงเรียนดีไซน์สวยในบ้านเรา กับพื้นที่สร้างสรรค์แห่งการเรียนรู้ที่เป็นมากกว่าเพียงโรงเรียนธรรมดา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเหล่าเมล็ดพันธุ์ตัวน้อยก่อนจะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า !

01 Kensington Learning Space
อาคารเรียนปนเล่นที่สร้างนิสัยรักการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นทุกที่

จากการตั้งคำถามว่า เด็กๆ จะต้องพบกับความท้าทายใดบ้างในอนาคต เราจะมีส่วนช่วยพวกเขาเตรียมความพร้อมได้อย่างไร?ความคิดเรื่องการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ไม่มีขอบเขต ต่อยอดมายังโปรเจ็กต์ที่มีชื่อว่า Kensington Learning Space ด้วยความตั้งใจสร้างศูนย์การเรียนรู้แห่งใหม่นี้ให้เป็นมากกว่าโรงเรียนสอนพิเศษทั่วไป เป็นสถานที่ที่เด็กๆ สามารถมาเรียนผ่านการเล่นแบบ Play-based Learning เพื่อให้เกิดเป็นนิสัยรักการเรียนรู้ไปตลอดชีวิต

จุดมุ่งหมายของสถาปนิก คือ การสร้างสถาปัตยกรรมที่เสริมสร้างการเรียนรู้สำหรับเด็ก ผ่านกระบวนการคิดที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกใช้สี วิธีการเข้าถึง ฟังก์ชันการใช้งานที่เหมาะสม การวางพื้นที่ให้เชื่อมโยงกับธรรมชาติ และความปลอดภัย จุดเด่นของอาคารแห่งนี้คือ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งออกแบบมาในรูปแบบ freeform ทำให้เกิดเป็นผนังโค้งที่ลื่นไหลไปตามส่วนต่างๆ อย่างเชื่อมโยงกัน และพื้นที่สนามเด็กเล่นบริเวณคอร์ทกลางรูปวงรี และทางขี่จักรยาน ซึ่งสถาปนิกจัดวางให้เป็นพื้นที่สีเขียว เพื่อให้เด็กๆ ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และสร้างความรู้สึกผจญภัยเหมือนอยู่ในอุโมงค์ โดยมีสะพานตรงกลางที่ถูกออกแบบให้สามารถขี่จักรยานลอดเข้าไปได้ ช่วยเพิ่มการเรียนรู้และเสริมสร้างพัฒนาการด้านร่างกายของเด็กๆ ได้อย่างน่าสนใจ

Architect: Plan Architect
Interior Designer: IF (Integrated Field)
อ่านบทความ Kensington Learning Space ต่อได้ที่ : https://bit.ly/3qIZ4lX

02 Raintree International School
โรงเรียนที่ให้เด็กเข้าไปเรียนรู้จากต้นไม้ พื้นหญ้าและธรรมชาติ

Raintree International School โรงเรียนอนุบาลย่านถนนนางลิ้นจี่ ที่เราอยากให้ลองลืมระบบการเรียนการสอนแบบเก่าไปสักครู่ เพราะที่นี่คือสถานที่ที่จะปล่อยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ต้องการผ่านหลักสูตรจากประเทศอังกฤษ ที่มีชื่อว่า Child Centric School หรือระบบการสอนที่มีศูนย์กลางการเรียนรู้คือเด็กๆ โดยเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ในสิ่งที่สนใจ สิ่งที่อยากค้นหา และมีคุณครูเป็นผู้สังเกตการณ์ความสนใจเหล่านั้น ก่อนนำมาขยายผลเป็นกิจกรรม และการสอนในแต่ละวันหรือสัปดาห์

นอกจากมีเด็กเป็นศูนย์กลาง ที่นี่ยังมีความเชื่อเรื่องการเรียนรู้ที่มี “ธรรมชาติ” เป็นเพื่อน จุดเริ่มต้นของการออกแบบมาจากการสำรวจพื้นที่และพบว่าเป็นพื้นที่ใจกลางเมืองที่มีความร่มรื่น มีต้นไม้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นจามจุรี ไทร หรือมะขามแผ่กิ่งก้านสาขา นอกจากการคงต้นไม้ใหญ่ไว้ สถาปนิกยังคิดถึงภาวะน่าสบายในการใช้ชีวิตของเด็กๆ เพื่อให้เด็กๆ สามารถมีความสุขกับการทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยไม่ร้อนเกินไป รวมถึงได้รับแสงธรรมชาติเพียงพอแม้อยู่ในห้องเรียน การวางผังอาคารจึงลื่นไหลไปตามที่ว่าง โอบล้อมต้นไม้ใหญ่ เกิดเป็นคอร์ท 2 คอร์ทขนาดใหญ่ที่สามารถใช้เป็นลานกิจกรรมกลางแจ้งได้สบายๆ

Architect: GreenDwell
Outdoor Sculpture : Studiomake
อ่านบทความ Raintree International School ต่อได้ที่ : https://bit.ly/3ePDVRy

03 Barn Klong Bon School & Art Spaces
ปรับสเปซ เพิ่มที่ว่าง สร้างพื้นที่ศิลปะ เมื่อโรงเรียนให้อะไรมากกว่าการเรียนการสอน

ท่ามกลางแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดพังงาที่ถูกปกคลุมด้วยผืนทะเลกว้างใหญ่ ที่เกาะยาวใหญ่ยังเป็นที่ตั้งของ โรงเรียนบ้านคลองบอน โรงเรียนในชุมชนที่ห่างไกลและเข้าถึงได้ลำบาก แต่ถึงแม้จะเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก สิ่งพิเศษที่ถูกค้นพบ คือ เด็กๆ ที่มีความสามารถด้านศิลปะที่โดดเด่น รวมถึงมีงานหัตถกรรมท้องถิ่นของชาวบ้านที่มีคุณค่าซ่อนอยู่ภายในชุมชนมุสลิมเล็กๆ แห่งนี้

‘ศิลปะ’ จึงเข้ามาเป็นตัวเล่าเรื่องของโรงเรียนแห่งนี้แทนที่จะเป็นอาคารเรียนปกติ โดยห้องเรียนที่อยู่บริเวณด้านหน้า จะถูกปรับให้ยื่นออกมาเล็กน้อย เกิดเป็นสเปซช่องว่างแต่ละห้องเรียน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่ชั้นล่าง เกิดเป็น Double Space ที่เอื้อต่อการสร้างเป็นพื้นที่กิจกรรมศิลปะ เนื่องจากไม่อุดอู้ มีแสงธรรมชาติ และอากาศถ่ายเทได้สะดวก โจทย์ต่อมาคือ พื้นที่ตั้งเชิงเขาที่มีระดับพื้นดินไม่เท่ากัน บริเวณตรงกลางจึงถูกวางไว้ให้คอร์ดบันไดของอาคาร ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนระหว่างระดับสูงกับระดับต่ำ ออกแบบให้เป็นที่นั่งในลักษณะคล้ายกับอัฒจรรย์เล็กๆ ที่อยู่ใต้ชายคา เป็นอีกหนึ่งพื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็ก ๆ

Architect: Vin Varavarn Architects (VVA)
อ่านบทความ Barn Klong Bon School & Art Spaces ต่อได้ที่ : https://bit.ly/3fCGu7V

04 VERSO International School
โรงเรียนที่เชื่อว่า “การออกแบบโรงเรียนที่ดี ช่วยเพิ่มการเรียนรู้ให้เด็ก”

“เพราะเหตุใดโรงเรียนในปัจจุบันถึงทำลายความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆ ? ” เพราะความสงสัยและการตั้งคำถามจะนำไปสู่คำตอบและแนวทางการออกแบบแก้ไขปัญหาที่ดี VERSO International School จึงเป็นโรงเรียนที่สร้างอัตลักษณ์ของตนเองด้วยการ “ตั้งคำถาม?” ที่จะนำไปสู่การเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้บนพื้นฐานของ “ความอยากรู้อยากเห็น” โดยไม่ปิดกั้นคำถามและส่งมอบอิสระทางความคิดให้กับเด็กๆ

สถาปัตยกรรมของโรงเรียนออกแบบให้มีการเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่กับคน ด้วยการออกแบบให้เป็นทรงกลมหรือ ลูป (Loop) ที่ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีและสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างกันในทุกส่วนของพื้นที่ ตลอดจนก่อให้เกิดการลื่นไหลในการดำเนินกิจกรรมของเด็ก และเอื้อให้เกิดการทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดความรู้และไอเดียใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องไม่รู้จบ นอกจากนั้น สเปซภายในอาคารยังถูกออกแบบให้เป็น Free design ที่สามารถปรับพื้นที่การใช้งานได้ตามความเหมาะสม เช่น ห้องเรียนที่มีประตูกั้นห้องเป็นบานเฟี้ยมกระจกขนาดใหญ่สามารถขยายพื้นที่ให้ดูโล่งและใช้งานได้อย่างเต็มพิกัด หรืออาจสื่อได้อีกนัยว่า การเรียนรู้ ไม่ได้อยู่เพียงแค่ในห้องเรียน

Architect: IDEO
อ่านบทความ VERSO International School ต่อได้ที่ : https://bit.ly/3fCGu7V

05 เพลินพัฒนา
โรงเรียนที่มีธรรมชาติเป็นสื่อกลางการเรียนการสอน

โรงเรียนเพลินพัฒนาย่านพุทธมณฑลสาย 2 เป็นโรงเรียนทางเลือกที่มีระบบการเรียนการสอนที่มีเอกลักษณ์ โดยเน้นให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ และคลุกคลีอยู่ร่วมกับธรรมชาติเป็นหลัก ส่งผลให้ตัวอาคารภายในโรงเรียนมักจะมีลักษณะที่โปร่ง โล่ง สบาย ห้องเรียนทุกห้องเปิดรับลมและแสงธรรมชาติได้ตลอดเวลา และมีกิมมิคน่ารัก ๆ ที่น่าสนใจอย่างการออกแบบอาคารเรียนให้มีพี้นที่แบบไทย ๆ ที่มักเรียกกันว่าที่โล่งใต้ถุน

ทางโรงเรียนมีโจทย์ในใจให้กับสถาปนิก โดยห้องเรียนใหม่จะต้องมีความกลมกลืน ไม่แออัด คงความโปร่ง โล่ง สบาย และใกล้ชิดกับธรรมชาติได้ดีเหมือนเดิม นำมาสู่เป้าหมายในการออกแบบทั้ง 4 ข้อของสถาปนิก นั่นคือ  เป็นเนื้อเดียวกันและส่งเสริมภาพรวมให้ดียิ่งขึ้น, ส่งเสริมธรรมชาติและคุณภาพชีวิต, ใช้พื้นที่ที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีความยืดหยุ่นในการใช้สอยพื้นที่

Architect  & Interior Designer: ตื่น Design Studio
3D RENDER ARTIST : Dom.

06 HEI schools
โรงเรียนที่เรียนรู้จากการเล่นอย่างสร้างสรรค์

HEI schools เป็นเฟรนไชส์โรงเรียนสาขา มาจากประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการศึกษาอย่าง ฟินแลนด์ ทำให้โจทย์ของการออกแบบยังสื่อถึงความเป็นนอร์ดิก แต่ในขณะเดียวกันก็ยังเอื้อต่อการใช้งานของเด็ก ๆ ที่เติบโตมาจากวิถีชีวิตแบบไทย ๆ โดยไอเดียหลักจะเห็นได้ว่าตัวอาคารค่อนข้างออกแบบให้มีความคลีน เคลียร์ และออกจะมินิมอลหน่อยๆ สะท้อนถึงปรัชญาของโรงเรียนที่เน้น ‘ความคิดสร้างสรรค์’ ของเด็กเป็นสำคัญ สถาปัตยกรรมจึงเรียบง่ายเสมือนแคนวาสเพื่อเว้นที่ว่างให้เด็ก ๆ ได้ปรุงแต่งเรื่องราวลงไปด้วยตัวเอง

พื้นที่ทั้งหมดของโรงเรียนออกแบบให้สามารถมองเห็นทั่วถึงกันได้ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็ก ๆ โดยทางสัญจรทั้งหมดจะออกแบบเป็นทางลาดคล้าย Infinite loop ที่ให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่น เคลื่อนไหวได้อย่างเป็นอิสระ อีกทั้งส่วนดีเทลเล็กๆ อย่างงานผนังยังมีงานเจาะรูบางส่วนเพื่อเพิ่มฟังก์ชันการเรียนรู้ เพื่อเอื้อให้เด็กๆ ได้ใช้พื้นที่ทั้งหมดของโรงเรียนในการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

Architect  & Interior Designer: ForX design Studio
Photo : skyground architectural film & photography

Writer
Rangsima Arunthanavut

Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้