หากลองสังเกต ตรอกซอกซอยต่างๆ ในกรุงเทพฯ มักซุกซ่อนไปด้วยอาคารเก่าที่มีคุณค่ามากมาย บ้างก็มีโครงสร้างสวยงาม บ้างก็แฝงเอกลักษณ์ของยุคสมัยที่สร้างเสน่ห์ให้กับย่านนั้นๆ แต่น่าเสียดายที่อาคารเหล่านั้นมักถูกปล่อยทิ้งร้าง โครงสร้างสถาปัตยกรรมที่ถาวรยากจะทำลายทิ้ง จึงถูกปล่อยให้ตั้งตระหง่านโดดเด่นโดยที่ไม่มีการใช้งาน และเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา
อาคารเก่าในสมัยรัชกาลที่ 5 อย่างแทงค์เก็บน้ำประปาขนาดใหญ่แม้นศรี ณ แยกแม้นศรี ถนนบำรุงเมือง คือหนึ่งในอาคารดังกล่าวที่ถูกปล่อยให้รกร้าง ไร้ซึ่งการใช้งาน ก่อนเรื่องราวอันน่าสนใจจะได้นักศึกษาอินทีเรียดีไซน์ คุณเม–กัญญุมา ประชาศิลป์ชัย หยิบมาปรับปรุงให้กลายเป็นพื้นที่ใช้งานของชุมชนในโปรเจกต์วิทยานิพนธ์ปริญโท มหาวิทยาลัย Nuova Accademia di Belle Arti (NABA) แห่งมิลาน ประเทศอิตาลี

คุณเมจึงหยิบนำโปรเจกต์ที่ว่ามาพัฒนาต่อ แต่ในปัจจุบันโรงพิมพ์คุรุสภาเก่าได้ถูกพัฒนาให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์บางลำพูไปเสียก่อน ทำให้คุณเมต้องมองหาอาคารหลังใหม่ เนื่องจากมองว่า หากมีโอกาสนำเสนอและเกิดการสร้างขึ้นจริง อาคารนั้นน่าจะเป็นอาคารรกร้างที่ไม่มีใครใช้งานมากกว่า หลังจากที่ค้นคว้าและมองหาอาคารมากมายจึงได้มาพบกับ แทงค์เก็บน้ำประปาขนาดใหญ่แม้นศรี ซึ่งอยู่ในเขตละแวกบ้านที่สามารถไป-มา และเก็บข้อมูลได้อย่างสะดวก
Civic Center กับแนวคิดพื้นที่ของ ‘ทุกคน’ ในชุมชน
“เรามองว่า Community Center มันต้องแล้วแต่ความต้องการของชุมชนนั้นๆ ซึ่งจากที่เราไปศึกษาพื้นที่ลักษณะนี้มา เราพบว่าแต่ละพื้นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บางที่มีห้องสมุด บางที่มีสวน มีสนามเด็กเล่น หรือบางที่อาจจะไม่มี สิ่งเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับการใช้งานของชุมชน” แทงค์น้ำเก่าทั้งสองจึงถูกออกแบบเปลี่ยนฟังก์ชันภายในใหม่ให้กลายเป็น หอชมวิว พื้นที่ร้านอาหารและคาเฟ่ ห้องสมุด พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจและพื้นที่เล่นของเด็กๆ ซึ่งแต่ละแนวคิดที่คุณเมออกแบบจะรองรับการใช้งานของคนทุกกลุ่ม ทุกวัยในชุมชน ไปพร้อมๆ กับการผสมผสานวัฒนธรรมและเอกลักษณ์แบบไทยๆ ที่เราคุ้นเคย
แนวคิดที่ 7 ‘Bucket-like Rocket capsule’ ด้วยความทีพื้นที่ทางสัญจรมีอย่างจำกัด ละอาจไม่เพียงพอต่อระยะของการออกแบบทางลาด หรือลิฟท์ แนวคิดเครนยกรถเข็นจึงกลายเป็นทางเลือกหนึ่งที่ตอบรับกับผู้ใช้งานในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการ
จากแทงค์น้ำเก่าสู่พื้นที่ในฝันของเมือง
อาคารแทงค์น้ำเก่าทั้ง 2 ถูกแบ่งฟังก์ชันแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยบริเวณชั้นแรกของแทงค์น้ำที่ 1 จะเป็นฟังก์ชันของคาเฟ่ ร้านอาหาร พื้นที่นั่งรับประทาน ซึ่งรวมแนวคิดที่ 2 และ 3 เข้าไว้ด้วยกัน ส่วนด้านบนชั้น 4 ถูกออกแบบให้เป็นหอคอยสำหรับชมวิวซึ่งเป็นจุดที่หันหน้าเข้าสู่เขตเมืองเก่าของกรุงเทพฯ ได้อย่างพอดิบพอดีและยังเป็นชั้นที่ออกแบบให้มีทางเชื่อมต่อระหว่างอาคารทั้ง 2 เข้าไว้ด้วยกัน ตำแหน่งของโครงสร้างพื้นที่ยื่นออกมาจากตัวอาคาร ยังออกแบบให้สัมพันธ์กับโครงสร้างรอกส่งอาหารที่เชื่อมสู่พื้นที่ชั้นล่างอีกด้วย
ผู้ออกแบบ
Master of Arts in Interior Design
Nuova Accademia di Belle Arti (NABA) – Milan , Italy
E-MAIL : pippokka@hotmail.com
โทร : 082-564-2419
ชื่องาน : Water Station Civic Center in the Old Town of Bangkok , Thailand