บ้านอินทร์
บ้านพื้นถิ่นที่นำวัสดุท้องที่มาประยุกต์ใช้
สอดคล้องกับวิถีชีวิตเรียบง่ายร่วมสมัยท่ามกลางธรรมชาติ

หลังจากได้ร่วมงานกันมาแล้วกับบ้านขนำน้อย ที่พักศัยชั่วคราวในระหว่างทำนา ใช้วัสดุท้องถิ่น ก่อสร้างง่าย สร้างขยะใหม่ให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ คุณแม่เจ้าของบ้านก็อยากชวนทีมยางนาสตูดิโอมาร่วมงานกันอีกครั้ง กับโปรเจ็กต์รีโนเวทบ้านหลังสุดท้ายของคุณแม่ ให้เป็นบ้านที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งาน รองรับแผนวิถีชีวิตในอนาคตให้เป็นจริงได้ ใน บ้านอินทร์ หลังนี้

อนาคตที่ต้องยืดหยุ่นได้

ที่อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี บนพื้นที่ต้นไม้ใหญ่ใบเขียวโอบล้อมบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้หลังเก่าที่อยู่มาเนิ่นนาน  ผ่านการต่อเติมดัดแปลงให้เข้ากับการใช้งานหลายครั้งในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ชื่อเรียกที่สมาชิกในบ้านรู้จักกันดีคือ “บ้านอินทร์” กำลังจะถูกรีโนเวทซึ่งคุณแม่เจ้าของบ้านให้โจทย์การออกแบบครั้งสุดท้ายเอาไว้ว่า   อยากได้ห้องนอนส่วนตัวที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบจบในห้องเดียว

พื้นที่สำคัญของแปลนภายในบ้านใหม่ ห้องนอนที่ต้องปลอดภัยกับการใช้งานกับผู้สูงอายุ  ต้องยืดหยุ่นให้คุณแม่ปรับเปลี่ยนการวางเฟอร์นิเจอร์ด้วยตัวเอง  เพราะคุณแม่เองก็จบด้านมัณฑนศิลป์ตกแต่งภายใน สะสมเฟอร์นิเจอร์เก่า  หนังสือ  จานชาม  เครื่องมือ  ของใช้ในครัวไว้มากมาย  ชอบจัดบ้านให้สวยน่าอยู่  เปลี่ยนตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์อยู่เสมอ  ทำให้บ้านมีชีวิตชีวาไม่น่าเบื่อ

และเมื่ออยากจะให้เป็นการรีโนเวทครั้งสุดท้าย การออกแบบบ้านเพื่อการอยู่อาศัยในระยะยาว ต้องยืดหยุ่นได้สำหรับทุกคนในครอบครัว

แปลนชั้น 1
แปลนชั้น 2

แผนในอนาคตที่เจ้าของบ้านแอบฝันเอาไว้คือ อยากให้บ้านหลังนี้เป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับเพื่อน ๆ ที่มีวิถีชีวิตคล้าย ๆ กัน ไม่มีลูก ต้องการใช้ชีวิตเรียบง่าย พึ่งพาตนเอง ได้มาใช้ชีวิตด้วยกันในช่วงเกษียณอายุ  เป็นส่วนกลางที่พร้อมเปิดรับสมาชิกจะได้นำผลผลิตที่ทำมาแบ่งปันกัน  ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ครัว  มุมนั่งเล่น  ห้องนอนห้องน้ำของพยาบาลคนดูแล  แม่บ้าน   ชั้นบนมีพื้นที่โล่งใช้สอนโยคะนั่งสมาธิร่วมกัน การวางแปลนภายในบ้านจึงให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องของพื้นที่  ให้ง่ายต่อการปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ในอนาคต

ประยุกต์ใช้ของหาได้ในพื้นที่

บ้านอินทร์ถูกออกแบบโดยประยุกต์การใช้วัสดุที่หาได้ในพื้นที่  ชุดประตูหน้าต่างไม้ที่มีอยู่เดิมทั้งหมดมาจัดวางตำแหน่งใหม่  ผนังโครงเหล็กมีหน้าต่างบานกระทุ้ง เหนือขึ้นไปเป็นกระจกสลับกับไม้  บนสุดของผนังจะเป็นช่องลมกรุด้วยมุ้งลวด  เปลือกอาคารภายนอกผนังส่วนนี้จึงมีไม้ระแนงถึง 3 แบบ  ตามการใช้งานแต่ละช่วงผนัง

โถงทางเข้าบ้านที่เปิดหลังคาในส่วนที่ต่อเติมจากบ้านหลักให้ทะลุถึงชั้น 2  รื้อผนังชั้น 2 แล้วใส่ราวกันตก  ตั้งเสาใหม่ก่อผนังอิฐบล็อคเป็นฐาน  ส่วนสลักและเดือยก็ไม่ได้ถูกซ่อนกลืนไปกับโครงสร้างไม้  ได้ถูกโชว์ทักษะการออกแบบรายละเอียดออกมาเต็มที่ ยึดโครงสร้างขนาดใหญ่เอาไว้อย่างมั่นคง  และมีเสน่ห์แตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์ 

โซนครัวที่นอกจากใช้ทำอาหาร รับประทานข้าว ก็ยังใช้เป็นที่รับแขกด้วย รีโนเวทปรับเปลี่ยนโต๊ะครัวกลางแบบไอส์แลนด์ ดัดแปลงจากโต๊ะจัดเลี้ยงของคุณตา  เปลี่ยนท็อปเป็นกระเบื้อง  เพิ่มรัดขาโต๊ะด้านล่างเป็นที่วางของ  ออกแบบช่องแสงเป็นฝาไหล  มีมุกที่ยื่นออกไปสำหรับคว่ำจาน  กันสาดบริเวณแท่นปูนเปลือยตั้งเตาไฟอั้งโล่  ทุกอย่างสอดคล้องกับการใช้งานของครัวภายใน

แก้ปัญหาแสงสว่าง เส้นรอยร้าว  สัตว์รอบบ้าน

จุดที่ต้องซ่อมแซมของบ้านอินทร์คือช่องรับแสงธรรมชาติ  รอยร้าวจากการต่อเติม  ปลวกที่ขึ้นตามผนังโครงไม้  และสิ่งมีชีวิตที่วิ่งเล่นไปมาบนฝ้าเพดานตอนกลางคืน เนื่องจากบริเวณรอบ ๆ  บ้านเต็มไปด้วยต้นไม้  การแก้ปัญหาสัตว์มาอาศัยอยู่ในฝ้าเพดานชั้นล่าง ด้วยการโชว์โครงสร้างหลังคาและใช้หลังคาสองชั้นโดยมีหลังคาหญ้าแฝกเป็นฉนวนกันความร้อน 

การป้องกันความร้อนจากหลังคาบ้านชั้น 2  ใช้วิธีเปิดโล่งให้ความร้อนลอยขึ้นสูง  เพิ่มช่องบานเกล็ดไม้ในการระบายอากาศ  ประกอบกับใช้ฝ้าเพดานชนิดที่มีพียูโฟม 2 นิ้ว  กรุเป็นฉนวนกันความร้อนเข้าไประหว่างจันทันเอียงตามรูปหลังคา  เพื่อปิดพื้นที่ไมให้สัตว์มาอยู่อาศัย  และยังมีฉนวนที่เกิดจากช่องอากาศระหว่างแปอีกด้วย  จากนั้นประกบด้วยไม้เข้ากับจันทันส่วนที่ยื่นออกมา  เป็นการเก็บงานที่ดูมีมิติสวยงาม

บ้านอินทร์ทำให้เรานึกถึงคำพูดนึงจาก เดี่ยว 13 ขึ้นมา  “ คนทุกคนมีชุดความสะดวก ชุดความสุข ชุดความสำเร็จต่างกัน เป็นชุดตัดเข้ารูปเฉพาะตัวครับ เราไม่สามารถไปยืมชุดคนอื่นมาใส่ได้… ”

ไม่ใช่เรื่องขนาด ไม่ใช่เรื่องสไตล์ตามกระแส แต่บ้านอินทร์เลือกวิธีการออกแบบที่ตั้งใจขีดเส้นใต้เรื่องรายละเอียด  สร้างภาพฝันการรีโนเวทบ้านที่ไม่จำเป็นต้องพลิกโฉมเสียจนจำหน้าตาเดิมไม่ได้ แค่ลองปรับ เลือกเปลี่ยนเฉพาะสิ่งที่จำเป็นให้ตอบรับวิถีชีวิตจริง  ด้วยนำเอาวัสดุในท้องถิ่นมาใช้งานให้เกิดประโยฃน์สูงสุด และวางผังการใช้งานพื้นที่ให้ยืดหยุ่นเพื่อรองรับการเแปลี่ยนแปลงในอนาคต ไม่แน่นไป ไม่หลวมไป เป็นขนาดพื้นที่ความสุขที่พอดีกับเจ้าของบ้านที่สุดแล้ว

location :
In Buri, Sing Buri, Thailand
Architects : Yangnar studio
Area : 342 sq.m.
ภาพ: Rungkit Charoenwat

Writer
No.028

No.028

นักออกแบบจากรั้วศิลปากรที่ทดลองผันตัวเองมาเป็นนักเขียน หมั่นเสาะหาข่าวสารที่น่าสนใจจากทั้งไทยและต่างประเทศ มาขบคิด เรียบเรียง บอกเล่าผ่านตัวอักษรให้กับคนที่สนใจ เพราะเชื่อว่าแท้จริงแล้ว ดีไซน์ คือเรื่องรอบตัวระยะใกล้ที่กำลังรอใครซักคนมาเปิดอ่าน // Dsign is everything.